จากบันทึกเอกสารของกองทัพเรือสหรัฐฯ ที่เพิ่งได้รับการเปิดเผยเมื่อวันที่ 25 ตุลาคม ที่ผ่านมา ระบุว่า ในช่วงท้ายของสงครามเวียดนามได้เกิดเหตุทุ่นระเบิดในทะเลจำนวนมาก ลั่นขึ้นเองโดยไม่ทราบสาเหตุ สร้างความปั่นป่วนให้กองทัพเป็นอย่างมาก จนกระทั่งได้ทราบภายหลังว่า เหตุการณ์นี้อาจเกิดขึ้นเพราะอิทธิพลของพายุสุริยะครั้งรุนแรงที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์

โดยข้อมูลภายในเอกสารระบุว่า เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม ปี 1972 เครื่องบินลาดตระเวนของกองกำลังปฏิบัติการ 77 กองทัพสหรัฐฯ ได้พบเหตุระเบิดที่บริเวณสนามทุ่นระเบิดนอกเกาะเฮินลา ทางตอนใต้ของเมืองไฮฟอง ในภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือของเวียดนาม มีการระเบิด 20-25 ครั้งติดต่อกัน ภายในเวลา 30 วินาที

 

 

ซึ่งทุ่นระเบิดดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของ “ปฏิบัติการเงินติดกระเป๋า” (Operation Pocket Money) มุ่งทำลายท่าเรือสำคัญของกองกำลังฝ่ายเวียดนามเหนือ

ซึ่งการระเบิดในครั้งนั้นสร้างความงุนงงให้กับทางกองทัพเป็นอย่างมาก เพราะระเบิดดังกล่าวได้ระเบิดขึ้นก่อนกำหนดเวลาทำลายตัวเองที่ตั้งไว้ล่วงหน้าถึง 30 วัน และไม่พบร่องรอยการทำลายทุ่นระเบิดด้วยฝีมือมนุษย์ กองทัพเรือจึงได้ดำเนินการสอบสวนครั้งใหญ่ในทันที แต่ยิ่งสืบเท่าไหร่ก็เหมือนว่าความพยายามจะสูญเปล่า เพราะไม่มีมูลเหตุใดน่าเชื่อถือและมีน้ำหนักพอที่จะนำมาเชื่อมโยงกัน

 

 

กองทัพจึงติดต่อไปยัง องค์การบริหารมหาสมุทรและบรรยากาศแห่งชาติสหรัฐฯ หรือ NOAA เพื่อหารือในเรื่องของเหตุเหนือธรรมชาติ ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ก็บอกว่า เหตุการณ์ทุ่นระเบิดที่เกิดขึ้นประจวบเหมาะกับการเกิดพายุสุริยะครั้งใหญ่พอดี โดยในตอนนั้น จุดมืดบนดวงอาทิตย์ มีการปลดปล่อยพลังงานมหาศาลออกมาติดต่อกันหลายครั้ง

ทั้งการปลดปล่อย โซลาร์แฟลร์ (Solar flare) ซึ่งเป็นการระเบิดแผ่รังสีแม่เหล็กไฟฟ้ารุนแรง รวมทั้งการปลดปล่อย มวลโคโรนา (Coronal mass ejection) ที่ปะทุพ่นพลาสม่าพลังงานสูงออกมา

นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่าระบบจ่ายพลังงานไฟฟ้าและระบบสื่อสารโทรคมนาคมในหลายประเทศแถบอเมริกาเหนือ และในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เกิดขัดข้องเป็นวงกว้าง ในช่วงเวลาที่เกิดพายุสุริยะดังกล่าว เมื่อนำมูลเหตุทั้งหมดมาเรียบเรียง จึงอาจสรุปได้ว่า เหตุการณ์ระเบิดลั่นเมื่อ 46 ปีก่อน มีสาเหตุจากเปลวสุริยะของดวงอาทิตย์

source

ผมไม่ได้เป็นนักเขียน ผมเป็นนักเล่า แต่ผมมักจะเล่า โดยใช้การเขียน