เมื่อวันที่ 24 พ.ค. ที่ผ่านมา มีรายงานจากสำนักข่าวแห่งหนึ่งจาก กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน ว่าสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐประจำกรุงปักกิ่งออกแถลงการณ์เมื่อวันพุธ เป็นคำเตือนภัยด้านสุขภาพต่อพลเมืองอเมริกันซึ่งอาศัยอยู่ในจีน หากเกิด “ความผิดปกติโดยไม่ทราบสาเหตุ” ต่อร่างกาย ทั้งในด้านการได้ยินและการมองเห็น ให้แจ้งต่อเจ้าหน้าที่ของรัฐบาลวอชิงตันทันที

 

 

เพราะก่อนหน้านี้มีเจ้าหน้าที่การทูตชาวอเมริกันคนหนึ่ง ที่ทำหน้าที่ประจำอยู่ในสถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองกว่างโจว จู่ๆก็มี “อาการเจ็บป่วยทางร่างกาย” โดยไม่มีสาเหตุมาก่อน และป่วยเป็นระยะเวลานาน จนเจ้าหน้าที่คนดังกล่าวต้องเดินทางกลับสหรัฐเพื่อเข้ารับการตรวจร่างกายโดยละเอียด พบว่าเป็นอาการของ “ภยันตรายต่อสมองอย่างอ่อน”

ด้านนายหวัง อี้ รัฐมนตรีและรมว.กระทรวงการต่างประเทศจีน ก็ได้ออกมาค้านว่า รัฐบาลวอชิงตันไม่ควรนำกรณีที่เกิดขึ้นกับเจ้าหน้าที่การทูตรายนี้ ไปเชื่อมโยงกับสถานการณ์การเมืองระหว่างประเทศ

ทั้งนี้ กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐกำลังตรวจสอบเรื่องที่เกิดขึ้นอย่างละเอียดอีกที แต่เชื่อหรือไม่ครับว่า เคยเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นจริง และรุนแรงกว่าเหตุการณ์นี้หลายเท่า

ย้อนไปเมื่อช่วงเดือน ก.ย. ถึง ต.ค. ปีที่แล้ว นักการทูตสหรัฐประจำคิวบาอย่างน้อย 24 คน ล้มป่วยด้วอาการทางประสาท ถึงเสียการทรงตัวและการสูญเสียการได้ยิน ซึ่งเป็นผลจาก “คลื่นเสียงความถี่สูง” (แต่คิวบาปฏิเสธนะ) หลังจากนั้นรัฐบาลวอชิงตันเนรเทศเจ้าหน้าที่การทูตชาวคิวบา 15 คน เพื่อตอบโต้ที่รัฐบาลฮาวานาไม่สามารถปกป้องพลเมืองอเมริกันในคิวบาได้

“คิวบาต้องรับผิดชอบให้การหาตัวผู้ที่ก่อเหตุโจมตีต่อสุขภาพทูต ซึ่งไม่ใช่เพียงแค่เจ้าหน้าที่ของเรา อย่างที่คุณได้เห็นแล้วว่า มีกรณีที่เกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่การทูตชาติอื่นๆ ด้วย” นายเร็กซ์ ทิลเลอร์สัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ

ทั้งนี้หน้าตาของอาวุธ ที่เป็นทำให้เกิดคลื่นเสียงมรณะนี้ ก็ยังไม่ถูกเปิดเผย แต่ผมคิดว่าสหรัฐฯคงส่งคนไปสืบแล้วแหละ เพราะมีหรือที่พี่ใหญ่จะยอมให้ใครมารังแกง่ายๆ

ซึ่งเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ 3 คนบอกกับซีเอ็นเอ็นว่า การโจมตีบางอย่างเป็นการใช้อาวุธคลื่นเสียงที่ซับซ้อนบางอย่าง ซึ่งปล่อยเสียงความถี่ที่มนุษย์ไม่ได้ยินออกมา ทำให้เกิดความเจ็บป่วยทางกาย เช่น คลื่นไส้อาเจียน, ปวดหัว และสูญเสียการได้ยิน ขณะที่การโจมตีอื่นๆ ใช้เสียงดังมากคล้ายกับเสียงหึ่งๆ ที่แมลงใช้ในการโจมตี

source , source2

ผมไม่ได้เป็นนักเขียน ผมเป็นนักเล่า แต่ผมมักจะเล่า โดยใช้การเขียน

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Post comment