สฟิงซ์ (Sphinx) สัตว์ในเทพนิยาย ที่มีหัวเป็นคน ร่างกายเป็นสิงโต ตามตำนานของแต่ละชนชาติ ปรากฎเรื่องของสฟิงซ์ในรูปแบบทีต่างกันออกไป ทั้งกรีกโบราณ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เอเชียตะวันตก แต่สฟิงซ์ที่ใหญ่และมีชื่อเสียงที่สุด ก็คงหนีไม่พ้นที่อียิปต์ เพราะได้รับเลือกเป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก ตามตำนานของชาวไอยคุปต์โบราณ เล่าว่า เป็นสัตว์ที่มีหน้าที่คอยเฝ้า ปีรามิด สุสานบรรพชน ในที่ต่างๆทั่วอียิปต์

สฟิงซ์กรีก

 

ปรากฎตัวขึ้นในยุคทองแดง เมื่อกรีกเริ่มติดต่อการค้ากับอียิปต์ ถือเป็นสัตว์แห่งความโชคร้าย มีหัวเป็นผู้หญิง ร่างกายเป็นสิงโตเพศเมีย มีปีกดุจเหยี่ยว และมีหางเป็นปีศาจ มีหน้าที่คอยตั้งปริศนากับผู้ที่เดินผ่านไปมา ซึ่งหากใครตอบไม่ได้ ก็จะถูกจับกินทันที เช่น “เช้าเดินสี่ขา กลางวันมีสองขา ยามเย็นเดินสามขา อยากถามว่า มันคืออะไร ?” หากใครตอบคำถามนี้ผิดก็จะถูกกินทันที ซึ่งคำตอบที่ถูกต้องของปริศนาคือ “ช่วงอายุของคน เช้าก็เหมือนเด็กที่คลานสี่ขา กลางวันคือเติบโตขึ้นมา เดินสองขาสง่าผ่าเผย พอตกเย็นเหมือนวัยชรา มีไม้เท้าประคองเป็นสามขา”

 

สฟิงซ์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้

 

  • ในเมียนมาร์ มนุสสิหะ (Manussiha) ครึ่งคนครึ่งสิงโต เป็นสัตว์ในเทพนิยายประจำชาติเช่นเดียวกัน
  • ในอินเดีย พูรุชชามริกา (Purushamriga) มาจากภาษาสันษกฤต ที่มีความหมายว่า มนุษย์ประหลาด มีใบหน้าเป็นมนุษย์ แต่ร่างกายและแผงคอเป็นสิงโต
  • ในศรีลังกา นาราชิมฮา (Narasimha) ถูกเรียกว่า สิงหล  ที่มีหัวเป็นสิงโตและมีร่างกายเหมือนมนุษย์
  • ในประเทศไทย คือเทพองค์หนึ่งที่คนไทยคุ้นชื่อกันดี นรสิงห์ มีร่างกายท่อนล่างเป็นมนุษย์และร่างกายท่อนบนเป็นสิงโต เป็นภาคอวตาร ปางที่สี่ของพระนารายณ์ตามเนื้อเรื่องในคัมภีร์ปุราณะ ของศาสนาฮินดู

 

สฟิงซ์ในตะวันออกกลาง

 

ได้รับอิทธิพลมาจากอียิปต์และกรีกผสมกัน ถูกเรียกว่า ครีโอสฟิงซ์ (Crio-Sphinx) แต่จะแตกต่างจากสฟิงส์ที่อื่นๆตรงที่ บ้างก็มีหัวเป็นแกะ บ้างก็มีหัวเป็นเหยี่ยว มีทั้งเพศหญิงเพศชาย และส่วนมากจะมีผมหยักศก พบตัวอย่างรูปแกะสลักมากมาย ทั้งในเปอร์เซีย แอสซีเรีย ฟีนีเซีย ข้างกำแพงพระราชวังของกษัตริย์ดาไรอัส ที่เมืองซูซ่า จะพบภาพสฟิงซ์ที่มีสภาพสมบูรณ์ที่สุด ลักษณะจะแตกต่างจากที่อื่นๆเหมือนที่อธิบายไว้ข้างต้นเป๊ะๆ

 

สฟิงส์ที่จีน (ของปลอม)

(ตามรูป : ซ้ายของจีน ขวาของอียิปต์)

 

จีนได้สร้างรูปปั้นสฟิงซ์ ซึ่งจำลองจากมหาสฟิงซ์แห่งกิซ่าในอียิปต์ ขนาดเท่าของจริงที่ความสูงราว 20 เมตร และยากว่าว 60 เมตร ซึ่งตอนแรกนั้นจีนได้สร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นฉากประกอบภาพยนตร์ โดยมีข้อตกลงกับทางอียิปต์ว่า ถ้าถ่ายทำเสร็จต้องทุบทิ้งทันที แต่นี่ผ่านมา 2 ปีแล้ว สฟิงซ์สัญชาติจีนตัวนั้นก็ยังคงตั้งตระหง่านอยู่ และเมื่อไม่นานมานี้ได้มีการเปิดเป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ ให้นักท่องเที่ยวได้เข้าไปเยี่ยมชม ส่งผลให้ทางการอียิปต์ต้องร้องเรียนไปยังยูเนสโก เพื่อขอให้ทำลายรูปปั้นดังกล่าวแบบถาวร

อ่านต่อ – ตำนาน เทพอานูบิส (Anubis) เทพแห่งความตายของชาวอียิปต์

ผมไม่ได้เป็นนักเขียน ผมเป็นนักเล่า แต่ผมมักจะเล่า โดยใช้การเขียน