May The Force Be With You – ขอพลังจงสถิตอยู่กับท่าน

 

 

“Force – พลัง” ที่ถูกกล่าวถึงนี้ อาจารย์โอบี-วัน เคโนบี หนึ่งในสุดยอดเจไดอธิบายไว้ว่า “พลัง คือสิ่งที่มอบพลังอำนาจให้กับเจไดมันคือสนามพลังงานที่เกิดขึ้นจากสิ่งมีชีวิตทั้งหลาย มันอยู่รอบกายเรา มันแทรกซึมร่างกายเรา มันคือสิ่งที่ยึดเหนี่ยวแกแลกซีไว้ด้วยกัน”

“พลัง” ในจักรวาลหนัง StarWars จึงทำให้เจไดมีความสามารถเหนือมนุษย์ทั่วไป เช่น การสื่อสารทางจิตกับคนที่อยู่ห่างไกลไปเป็นปีแสง หรือควบคุมวัตถุที่อยู่ไกลตัวได้ดั่งใจ

ศาสตราจารย์คริสโตเฟอร์ เวบ ผู้เชี่ยวชาญเรื่องวัตถุควอนตัม จากมหาวิทยาลัย Winnipeg ในแคนาดา บอกว่า พลังแบบเจไดมันก็เหมือนกับปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นตามทฤษฎีควอนตัมอยู่เหมือนกันนะ (Quantum Entanglement – การพัวพันเชิงควอนตัม)

 

ควอนตัมเอนแทงเกิลเมนต์ คือ

  • ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคู่หรือกลุ่มของอนุภาคถูกจับมาเกี่ยวพันกันด้วยวิธีการพิเศษ แม้จะถูกจับมาแยกกันจนไกลโพ้น แต่มันก็ยังสื่อสารถึงกันได้ทันควันไม่ว่ามันจะอยู่ห่างกันแค่ไหน – (สื่อสารทางจิต)
  • โดยปรากฏการณ์นี้ยังถูกนำไปประยุกต์ใช้กับเทคโนโลยี Teleport หรือ การเคลื่อนย้ายวัดถุด้วย วิธีเสกให้หายไปโผล่อีกที่หนึ่ง
  • ไอน์สไตน์เชื่อว่า การพัวหรือการผูกพันของ สิ่งสิ่งหนึ่งที่เมื่อมีอะไรเกิดขึ้นกับอันหนึ่ง อีกอันก็จะได้รับผลกระทบด้วย –  (พลังการบังคับวัตถุ)

ศาสตราจารย์เวบบอกว่า มีความเป็นไปได้สูงที่ จอร์จ ลูคัส ผู้สร้างสตาร์วอร์ จะได้รับอิทธิพลทางความคิดจากทฤษฎีควอนตัม ตั้งแต่ที่เขาเริ่มเขียนสคริปต์สตาร์วอร์ภาคแรก ในช่วงปลายทศวรรษที่ 60 ซึ่งในช่วงนั้นนักคิดกลุ่มนิวเอจกำลังโด่งดัง – (กลุ่มความเชื่อทางจิตวิญญาณ หรือศาสนา) ที่ได้เสนอว่า Quantum Entanglement คือ “พลัง” ที่ดึงดูดเราเข้าไว้ด้วยกัน คนเราน่าจะมีส่วนเกี่ยวโยงกันในทางใดทางหนึ่ง และความเชื่อมโยงระหว่างสิ่งมีชีวิตทั้งหลายในกาแลกซีก็น่าจะมีอยู่จริง  ซึ่งมันก็นำไปสู่ไอเดียที่เหล่าเจไดสามารถใช้พลังในการ ผลัก ดึง บังคับสิ่งของให้เคลื่อนที่ไปในทิศทางที่ตนต้องการได้

อย่าพึ่งมองว่านี่เป็นเพียงแค่เรื่องเพ้อฝัน เพราะ คณะนักวิทยาศาสตร์นานาชาติ ประสบความสำเร็จในการสร้างปรากฏการณ์ความพัวพันทางควอนตัม โดยสามารถตรวจวัดความพัวพันที่อนุภาคมีประจุไฟฟ้าหรือไอออนสองชนิดมีต่อกันได้ ซึ่งความรู้ในเรื่องนี้จะสามารถนำไปพัฒนาคอมพิวเตอร์ควอนตัม ซึ่งมีหน่วยความจำและการประมวลผลระดับอะตอม ทำให้สามารถโปรแกรมตัวเองได้และทำงานด้วยความเร็วสูงอย่างคาดไม่ถึงในอนาคต

และไม่แน่ในอนาคต เราอาจมีเครื่องเทเลพอร์ตอย่างที่ในหนัง Star Trek ใช้ หรือ เราอาจจะค้นพบวิธีที่ทำให้มนุษย์สามารถเคลื่อนย้ายวัตถุได้เหมือนใน Star Wars ทั้งหมดนี้อาจเกิดขึ้นได้ ใครจะรู้

source

ผมไม่ได้เป็นนักเขียน ผมเป็นนักเล่า แต่ผมมักจะเล่า โดยใช้การเขียน

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Post comment