โรคกลัวที่แคบ มีชื่อทางการว่า Claustrophobia (ครอสโตรโฟเบีย) เป็นอาการวิตกกังวลผิดปรกติเมื่อต้องอยู่ในที่แคบๆ เหมือนถูกปิดล้อมหรือถูกกักขัง จนก่อให้เกิดอาการอึดอัด ใจสั่น เหงื่อซึม หรือบางรายอาจมีความกลัวหนักจนเกือบเอาชีวิตไม่รอดเลยก็มี มีประชากรประมาณ 5-7 เปอร์เซ็น บนโลกที่เป็นโรคนี้และมีเพียงส่วนเดียวเท่านั้นที่เข้ารับการรักษา

การกลัวที่แคบที่กล่าวถึงมี 2 ลักษณะ

  1. ชนิดแรกคือกลัวการกำหนดขอบเขต (เช่น ที่แคบ ที่ลงกลอน ในรถ บนเครื่องบิน ในท่อหรือถ้ำ) ซึ่งส่วนมากไม่ได้กลัวการเจ็บปวดแต่เป็นการกลัวการถูกบังคับและถูกจำกัดพื้นที่
  2. อีกลักษณะคือกลัวการหายใจไม่ออกเพราะอากาศไม่พอ ผู้ที่มีอาการของโรคมักจะถอดเสื้อผ้าที่ใส่ออกเพราะเชื่อว่าเป็นการผ่อนคลาย

 

 

โรคนี้มักแสดงอาการชัดเจนเมื่อ… อาการและสัญญาณของโรคของผู้ป่วยแต่ละรายก็จะแสดงออกต่างกันไป ตั้งแต่มีเหงื่อออกมาก คลื่นไส้ หน้ามืด ตัวสั่น หายใจไม่สะดวก ไปจนถึงขาดสติ และอาจร้องไห้หรือตะโกนเสียงดังออกมา

  • ต้องอยู่ภายในลิฟต์โดยสารที่มีคนหนาแน่น
  • ต้องอยู่ในห้องขนาดเล็กที่ไม่มีแม้กระทั่งหน้าต่าง
  • ตกอยู่ในที่นั่งด้านในสุดของเครื่องบิน โดยมีผู้โดยสารคนอื่นๆล้อมรอบตัวอยู่
  • หรือผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการกลัวเกิดขึ้นได้เมื่อต้องสวมชุดที่รัดแน่นจนเกินไป

สาเหตุของโรคกลัวที่แคบเกิดขึ้นได้ 2 สาเหตุใหญ่ (โรคกลัวที่แคบอาจไม่ใช่โรคที่เป็นมาตั้งแต่กำเนิด แต่อาจเริ่มเป็นในช่วงวัยเด็กหรือวัยรุ่นเสียส่วนใหญ่)

  1. เกิดจากประสบการณ์ลวร้ายซึ่งมักเกิดขึ้นในวัยเด็ก ผู้ป่วยไม่สามารถรับมือกับสถานการณ์ได้อย่างมีเหตุผล ทำให้รู้สึกวิตกมากและคิดไปเองว่ากำลังตกอยู่ในอันตราย ทำให้เกิดความกลัวและจำฝังใจตั้งแต่นั้นมา ซึ่งจากการวิจัยพบว่าความกลัวสามารถฝังเข้าไปในยีนจนติดเป็นสัญชาตญาณได้
  2. อาจเกิดจากความผิดปกติของสมอง อาจเกี่ยวข้องกับ “อมิกดาลา” เป็นต่อมเล็กๆ ใต้สมองที่ทำหน้าที่ควบคุมเหตุผล อารมณ์ รวมถึงการแสดงออกของร่างกายกับความรู้สึกแบบต่าง ๆ นั้นมีขนาดเล็กกว่าปกติ

 

 

การรักษา โรคนี้หากไม่ได้รับการดูแลรักษาที่เหมาะสม สิ่งที่ตามมามักจะเป็น ปัญหาที่เกิดในที่ทำงาน โดยเฉพาะงานลูกเรือที่ต้องทำงานอยู่ในพื้นที่จำกัด หากท่านใดพบว่าตนเองมีอาการเข้าข่าย อย่าลืมปรึกษาจิตแพทย์นะครับ

  • วิธีรักษาด้วยความคิดและพฤติกรรมบำบัด หรือ CBT เป็นแนวทางการรักษาโรคกลัวที่แคบด้วยการให้ผู้ป่วยทำความเข้าใจความกลัวของตัวเอง
  • บำบัดด้วยยาจะเน้นไปที่การบำบัดความวิตกกังวล ลดความเครียดเมื่อต้องเผชิญกับสิ่งที่รู้สึกกลัว
  • จิตบำบัดผ่อนคลาย ในบางเคสที่ความรุนแรงของอาการไม่มาก อาจบำบัดได้ด้วยการผ่อนคลายร่างกายและสมอง โดยการฝึกหายใจลึก ๆ หรือบริหารกล้ามเนื้อร่างกาย เพื่อลดความวิตกกังวลและความเครียดเมื่อรู้สึกกลัว

โรคนี้หากไม่ได้รับการดูแลรักษาที่เหมาะสม สิ่งที่ตามมามักจะเป็น ปัญหาที่เกิดในที่ทำงาน ทำงานไม่ได้ หรือได้แต่ไม่มีประสิทธิภาพ รวมทั้งการสร้างความสัมพันธ์กับเพื่อน คนรัก โรคนี้มักเป็นอย่างต่อเนื่อง หนักบ้างเบาบ้าง ฉะนั้นควรได้รับการรักษาอย่างเร็วที่สุดครับ

source , source

ผมไม่ได้เป็นนักเขียน ผมเป็นนักเล่า แต่ผมมักจะเล่า โดยใช้การเขียน

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Post comment