“หมีน้ำ” มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า “ทาร์ดิเกรด” (Tardigrades) สัตว์ขนาดเล็กจิ๋วผู้โด่งดังจากการปรับตัวให้อาศัยอยู่ได้ในสิ่งแวดล้อมทุกชนิด ตัวของมันไม่มีกระดูกสันหลัง ประกอบด้วยขา 8 ขา ลำตัวแบ่งเป็น 4 ปล้อง (ไม่นับส่วนหัว)

จ้าหมีน้ำตัวเล็กมาก ถ้ามองด้วยตาเปล่า เราอาจจะเห็นมันเป็นแค่จุดเล็กๆ การมองเจ้าหมีน้ำต้องใช้อุปกรณ์ช่วยครับ นั่นคือกล้องจุลทรรศน์ ลองใช้กำลังขยายสัก 40 เท่า (กล้องจุลทรรศน์ที่มีประสิทธิภาพสูงอย่างกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอน) ที่จริงแล้วหมีน้ำมีหลายชนิดนะครับ บางชนิดก็อ้วนกลมเหมือนหมี บางชนิดก็ตัวผอมยาวเหมือนหนอน หมีน้ำมีสีสันสวยงาม บางตัวสีแดง ขาว ส้ม เหลือง เขียว ม่วง ดำ และโปร่งใส ปัจจุบันนักวิทยาศาสตร์พบหมีน้ำประมาณ 700-800 ชนิด แต่คาดว่ามีจริงๆ กว่า 10,000 ชนิด

 

 

หมีน้ำเป็นสัตว์ขนาดเล็กจิ๋วพกพาสะดวก ตัวเต็มวัยที่ใหญ่ที่สุดมีขนาด 1.5 มม. ส่วนที่ตัวเล็กๆ ก็มีขนาดประมาณ 0.1 มม

หมีน้ำอาศัยอยู่ทุกทวีป มีชีวิตได้ทั้งบนบก ในน้ำจืด ในน้ำทะเลเค็มปี๋ ใต้ดินมืดมิด ทะเลทรายแห้งแล้ง เกาะที่โดดเดี่ยว ตามบ้านเรือนมนุษย์ และเรายังสามารถพบมันบนได้เทือกเขาหิมาลัยที่ความสูงกว่า 6,000 เมตร ละที่ทะเลลึกกว่า 4,000 เมตร! ความจริงแล้วมันถูกจัดให้เป็นสัตว์น้ำ เพราะวิถีชีวิตของมันส่วนใหญ่เกิดขึ้นในน้ำ หมีน้ำเดิน กิน อึ หายใจ ผสมพันธุ์ แต่เอาเข้าจริงแล้ว มันก็อยู่ได้ทุกที่นั่นแหละ ขอแค่มีความชื้นสักนิดให้มันก็อยู่ได้ละ

มาพูดถึงความอึดของมันกันเลย!

– หมีน้ำสามารถมีชีวิตรอดได้ แม้ตัวมันจะไม่ได้รับอาหารหรือน้ำเลยเป็นเวลา 30 ปี บางงานวิจัยบอกว่า 100 ปี
– ร่างกายของพวกมันยังทนต่อสภาพอากาศรุนแรงสุดขั้ว การระเบิดของกัมมันตรังสี ไปจนถึงภาวะสูญญากาศในอวกาศ
– หมีน้ำทนอุณหภูมิได้ถึง -272 องศาเซลเซียส
– หมีน้ำสามารถทนแรงดันได้สูงมาก มันอยู่ได้ในที่ที่มีแรงดันสูงถึง 6,000 atm มีค่าแรงทันประมาณ = สูงกว่าแรงดันของทะเลที่ลึกที่สุดในโลกเกือบ 6 เท่า!
– ทนรังสีเอ็กซ์ได้กว่า 570,000 rads มากกว่ามนุษย์ 20 เท่า (ปกติมนุษย์ะเสียชีวิตที่ 1,000-2,000 rads)
– หมีน้ำมีชีวิตมาตั้งแต่สมัยดึกดำบรรพ์ ฟอสซิลที่เก่าที่สุดพบในช่วงกลางมหายุคแคมเบรียน (ก่อนยุคไดโนเสาร์) หมีน้ำยุคนี้มี 6 ขา คาดว่าจะเป็นบรรพบุรุษของหมีน้ำในปัจจุบัน
– หมีน้ำสืบพันธุ์ได้โดยไม่ต้องผสมพันธุ์ เรียกว่า parthenogenesis ไม่ใช่การแบ่งตัวนะครับ เป็นการออกไข่ได้โดยไม่ต้องผสมพันธุ์ต่างหาก คืออยู่ดีๆแม่หมีน้ำก็ออกไข่มาเลย

 

 

นักวิทยาศาสตร์เชื่อกันว่าหมีน้ำจะรอดพ้นจากการสูญพันธุ์ครั้งใหญ่ แม้ว่าดวงอาทิตย์ของเราจะขยายตัวใหญ่ขึ้นจนกลายเป็นดาวยักษ์แดง ในอีก 6 พันล้านปีข้างหน้านี้ ภัยพิบัติดังกล่าวนี้รวมถึง การพุ่งชนของดาวเคราะห์ ไปจนถึงการระเบิดของซุปเปอร์โนวา (สำหรับเผ่าพันธุ์มนุษย์แล้ว เราสามารถถูกกำจัดได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากมนุษย์เป็นสายพันธุ์ที่มีความอ่อนไหวต่อการเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อม)

เคล็ดลับความอึดของหมีน้ำ – ความจริงแล้วหมีน้ำก็มีชีวิตปกติสุขเหมือนสัตว์อื่นทั่วไป กิน อึ เที่ยว นอน แต่เมื่อใดที่สภาพแวดล้อมเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน มันจะเข้าสู่โหมดที่ชื่อว่า Cryptobiosis ถ้าจะแปลเป็นไทยจะประมาณ ภาวะลับหรือภาวะซ่อนเร้น ซึ่งก็คือโหมดเอาชีวิตรอด (เป็นความสามารถพิเศษที่มีแต่สัตว์ชนิดนี้เท่านั้น) ในโหมดนี้ หมีน้ำจะขดตัวเป็นก้อน หดขา มีขนาดลดลงเหลือ 1 ใน 3 จากขนาดตัวเดิม ลดอัตราการเผาผลาญอาหารเหลือแค่ 0.01% จากปกติที่ 100% เหมือนกับมันได้ตายไปแล้ว แต่ที่จริงมันยังไม่ตาย มันทำแบบนี้เพื่อให้ทนกับสภาพแวดล้อมที่อันตรายต่างๆได้ นั่นเองครับ

และแน่นอนครับว่า การที่จะเข้าสู่โหมดนี้ก็เหมือนกับได้ตายไปแล้ว 50% แล้วแบบนี้จะเอา 50% ที่เสียไปกลับมาได้อย่างไรหล่ะ (พูดง่ายๆก็คือฟื้นคืนชีพ) หมีน้ำสามารถฟื้นคืนสภาพมาใช้ชีวิตแบบปกติได้ด้วยน้ำเพียง 1 หยด (อารมณ์เหมือนเส้นมาม่าแข็งๆ ที่โดนน้ำเพียงนิดหน่อยก็สามารถบวมอืดทานได้หน้าซอง) คือเอ็งจะอยู่เป็นอมตะเลยไง๊ ฮ่าๆๆ สัตว์บ้าอะไรอึดอย่างกับไซตามะ One Punch Man

ปล.สิ่งเดียวที่จะทำลายทุกสรรพชีวิตบนโลก รวมถึงหมีน้ำด้วยก็คือ จุดจบของดวงอาทิตย์ เพราะถึงแม้ว่าหมีน้ำจะปรับตัวได้เก่งมากเพียงใด แต่ถ้าไม่มีโลกให้อยู่แล้ว หรือ หมีน้ำล่องลอยไปในอวกาศครบ 100 ปี หมีน้ำทั้งหมดก็ต้องตายอยู่ดี นั่นเองครับ

อ้างอิง – http://oknation.nationtv.tv/blog/dreamline/2008/05/14/entry-1, http://ngthai.com/animals/3144/indestructible-animals-survive-fron-apocalypse/ , https://www.dailystar.co.uk/news/latest-news/629719/Last-legs-This-species-is-going-to-be-the-LAST-surviving-life-form-on-Earth

ผมไม่ได้เป็นนักเขียน ผมเป็นนักเล่า แต่ผมมักจะเล่า โดยใช้การเขียน

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Post comment