พบคนขับ Tesla เมาหลับหลังพวงมาลัย ขณะรถวิ่ง 112 กม./ชม. โดยใช้โหมด “ขับอัตโนมัติ”

เมื่อเช้าวันศุกร์ที่ 30 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ตำรวจทางหลวงแคลิฟอร์เนียร์ ได้สั่งหยุดรถ Tesla ที่ขับมาด้วยความเร็ว 70 ไมล์ต่อชั่วโมง (ประมาณ 112 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) หลังจากที่ตามอยู่นาน 7 นาที

เมื่อรถหยุดสนิทเจ้าหน้าที่จึงทำการล้อมหน้าหลัง และเมื่อเปิดประตูก็ได้พบกับนาย ซาเม็ก ชายหนุ่มวัย 45 ปี ที่กำลังหลับอยู่หลังพวงมาลัยในสภาพมึนเมาได้ที่ เจ้าหน้าที่จึงสั่งให้เขาลงจากรถ และได้นำรถคันดังกล่าวไปจอดไว้ในปั๊มที่ใกล้ที่สุด จากนั้นจึงทำการสอบปากคำ

โดยนายซาเม็กเผยว่า ก่อนที่จะหลับเขาได้เปิดใช้ฟีเจอร์ Autopilot ซึ่งคิดว่าคงไม่เป็นไร เพราะได้ตั้งค่าความเร็วเอาไว้แล้ว แต่ตำรวจไม่คิดเช่นนั้น เพราะฟีเจอร์นี้เพิ่งทำให้เกิดอุบัติเหตุจนมีคนเสียชีวิตเมื่อต้นปีที่ผ่านมา จึงทำให้ตำรวจต้องควบคุมตัวเขาเอาไว้ก่อน

ซึ่งประมาณบ่ายโมงในวันต่อมา นายซาเม็ก ถูกแจ้งสองข้อหา 1.เมาแล้วขับ 2.ขับรถขณะที่แอลกอฮอล์สูงกว่าที่กฏหมายกำหนด คิดเป็นค่าปรับกระทงละ $7,500

โดยก่อนหน้านี้ องค์กรเพื่อความปลอดภัยในการขับขี่ได้ร้องเรียนคณะกรรมการการค้าสหรัฐฯว่า “ระบบขับอัตโนมัติ” ของ Tesla เป็นการหลอกลวง เพราะระบบนี้ทำได้เพียงช่วยบังคับพวงมาลัยให้อยู่ในเลน และควบคุมความเร็วเท่านั้น ซึ่งการใช้ชื่อระบบแบบนี้เป็นการโฆษณาที่เกินจริง

จึงทำให้ Tesla ต้องออกมาโต้กลับด้วยการปล่อยฟีเจอร์ “ขับขี่ด้วยตัวเองเต็มรูปแบบ” (full self-driving) ออกมาเมื่อกลางปีที่ผ่านมา แต่ก็ดูเหมือนว่าผู้คนจะไม่เชื่อมั่นอยู่ดี เพราะนายซาเม็กก็ถูกดำเนินคดีไปเรียบร้อยแล้ว เพราะก็ถือว่าเขานี่แหละคือคนขับ

Fact – เมื่อวันที่ 18 ก.ค. 2017 ผู้โดยสาร 5 คนที่นั่งอยู่บนรถ Tesla โดยเปิดโหมด Autopilot ประสบอุบัติเหตุ รถตกข้างทางเพราะจู่ ๆ ก็เร่งความเร็วขึ้นจนเสียการทรงตัว และเมื่อเดือน พฤษภาคม 2017 รถ Tesla ที่เปิด Autopilot ก็เร่งเครื่องพุ่งชนท้ายรถบรรทุกเพราะคิดว่านั่นเป็นเพียงท้องฟ้า (อ้างอิงจากการตรวจจับของเรดาห์ที่ติดมากับตัวรถ)

14 E-book Flagfrog