ทอม ครูซ (Tom Cruise) พี่ใหญ่แห่งวงการฮอลลีวูด ผู้ชอบเล่นบทเสี่ยงตายด้วยตัวเอง แทบจะทุกเรื่องในหนังที่แสดง อย่างล่าสุดในหนังเรื่อง Mission: Impossible – Fallout ที่พี่แกในวัย 55 ปี ขอเล่นเองในฉากที่ต้องกระโดดร่ม “HALO” ลงมาจากเครื่องบิน ที่บินอยู่ระดับความสูง 25,000 ฟิต ซึ่งไม่เคยมีนักแสดงคนไหนทำมาก่อน

และฉากที่ต้องกระโดดข้ามตึกในกรุงลอนดอน ที่เกิดอุบัติเหตุจนข้อเท้าแตก ต้องพักนานกว่า 7 สัปดาห์ รวมถึงฉากที่ต้องขี่มอเตอร์ไซค์ BMW R Nine T สวนกับรถยนต์หลายร้อยคันในปรุงปารีส พี่แกก็ขอเล่นเอง เพราะไม่อยากให้ทีมงานใช้ คอมพิวเตอร์กราฟฟิคตัดต่อให้ยุ่งยาก

 

 

และล่าสุด ดูเหมือนพี่แกจะไม่เข็ดกับอุบัติเหตุใด ๆ ทั้งสิ้น เพราะมีข่าวออกมาว่า ในหนังภาคต่ออย่าง Top Gun: Maverick หรือ Top Gun 2 ที่ถูกเลื่อนโปรดัคชั่นในการถ่ายทำออกไป เนื่องจาก เฮียทอม ต้องการเวลาไปเรียนขับเครื่องบินรบ เพื่อที่จะใช้ในการเข้าฉากจริง ๆ จึงทำให้ กำหนดการฉายเดิมคือ ก.ค. 2019 ถูกเลื่อนไปเป็น มิ.ย. 2020 ระยะเวลากว่า 2 ปีนี้น่าจะพอให้ ทอม ครูซ มีสกิลมากพอในการขับเครื่องบินรบโลดโผนในฉากการต่อสู้บนท้องฟ้าได้

ทั้งนี้ ใน Top Gun ภาคแรก ถึงจะมีฉากที่นักแสดงอยู่บนเครื่องบินรบจริง ๆ แต่ก็จะมีนักบินตัวจริงอีกคนคอยขับเครื่องบินให้ ขณะที่นักแสดงก็แค่ทำท่าทางให้เหมือนว่าพวกเขากำลังบังคับเครื่องบินอยู่ ซึ่งในการถ่ายทำเมื่อ 30 ปีก่อน ทอม ครูซ ถึงขั้นอ้วกแตกบนเครื่องบิน เนื่องจากยังปรับตัวกับความดันไม่ได้

Fact – Top Gun (1986) คือหนังที่ทำให้ ทอม ครูซ กลายเป็น ซูเปอร์สตาร์ชั่วข้ามคืน และกลายเป็นสัญลักษณ์สำคัญของวัฒนธรรมป๊อปในยุค 80 โดยสามารถทำเงินได้ทั้งหมด 353 ล้านเหรียญทั่วโลก จากทุนสร้างเพียง 15 ล้านเหรียญเท่านั้น ซึ่งแว่นกันแดดเรย์แบนรุ่น Ray-Ban Aviator ที่ ทอม ครูซ สวมใส่ในเรื่องก็ทำให้ยอดขายพุ่งสูงขึ้นถึง 40% ภายใน 7 เดือนหลังจากหนังฉาย

source

ผมไม่ได้เป็นนักเขียน ผมเป็นนักเล่า แต่ผมมักจะเล่า โดยใช้การเขียน