เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2017 ที่ผ่านมา คนงานก่อสร้างที่ได้ลงพื้นที่เพื่อเตรียมพื้นที่ก่อสร้างถนนและศูนย์วิจัย ได้ขุดพบ ศพจำนวนมากถูกฝังอยู่ใต้ โรงพยาบาล Mississippi State Lunatic Asylum (อไซลัมป์ แปลว่า ที่ลี้ภัย หรือ โรงพยาบาลบ้า) อดีตสถานพยาบาลสำหรับคนวิกลจริต ในรัฐมิสซิสซิปปี สหรัฐอเมริกา คาดว่ามีมากถึง 7,000 ศพ… บนเนื้อที่กว่า 50 ไร่

โรงพยาบาลแห่งนี้ เคยเปิดทำการเมื่อปี 1855 จนถึง 1935 รักษาคนไข้ไปแล้วกว่า 35,000 คน ตลอดระยะเวลา 80 ปี และมีผู้เสียชีวิตมากกว่า 9,000 จากสาเหตุไม่แน่ชัด แต่จากการขุดศพขึ้นมาตรวจสอบพบว่า ศพส่วนมากเสียชีวิตจากโรคขาดสารไนอะซีนซึ่งเกิดจากการที่ร่างกายขาดวิตามินบีเป็นเวลานาน จนนำไปสู่การเกิดอาการจิตเสื่อม

ในช่วงแรกที่เปิดทำการ ได้เกิดสงครามกลางเมือง ทำให้ทหารได้เข้ามาปล้นและทำลายข้าวของเสียหายเป็นจำนวนมาก อีกทั้งพนักงาน 7 ใน 10 คนยังถูกเกณฑ์ให้ไปร่วมรบกับกองกำลังฝ่ายเหนือของอเมริกาอีกด้วย ต่อมาในปี 1880 ผู้ป่วยจำนวนมากได้เสียชีวิต เนื่องจากน้ำที่ใช้ในโรงพยาบาลมีการปนเปื้อนสารพิษ และข่าวการเสียชีวิตในครั้งนี้ทำให้โรงพยาบาลแห่งนี้มีฉายาว่า Mississippi State Insane Hospital – โรงพยาบาลบ้ามิสซิสซิปปี

 

 

แต่สิ่งที่แปลกและน่ากลัวสุดๆก็คือ หากคนไข้เสียชีวิต ทางโรงพยาบาลจะไม่แจ้งให้ญาติทราบ แต่เจ้าหน้าที่จะทำการฝังศพพวกเขาไว้ที่นี่อย่างเงียบๆ ในอาณาเขต 50 ไร่นี่แหละ เคยมีหลายครั้งที่ญาติมาตามหาแต่ทางโรงพยาบาลก็อ้างว่าไม่สามารถให้เข้าพบได้เพราะป่วยหนักอยู่ แม้โรงพยาบาลแห่งนี้จะได้รับการยอมรับว่าเป็นโรงพยาบาลที่ดีที่สุดของยุคเก่า แต่ก็ยังมีปริศนามากมายที่ต้องการคำตอบอีกมากเช่นกัน

ความจริงแล้ว ได้มีการเขียนแผนที่บอกด้วยว่าศพแต่ละศพถูกฝังไว้ตรงไหนบ้าง ซึ่งได้มีการขุดหากันตั้งแต่ปี 1990 แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่พบสักที จนกระทั่งปี 2012 ได้มีการขุดพบครั้งแรกโดยบังเอิญ 2,000 และครั้งล่าสุดก็ปี 2017 ตามข้อมูลข้างต้นอีก 5,000 ศพ

โดยการขุดร่างแต่ละร่างขึ้นมานั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะแต่ละร่างมีค่าดำเนินการร่างละ 3,000 เหรียญสหรัฐ (เคลื่อนย้าย ตรวจดีเอ็นเอ หารายชื่อ ฝังศพที่ใหม่) ซึ่งคาดว่าจะต้องใช้งบในการดำเนินการจนกว่าจะแล้วเสร็จทุกศพเป็นเงินกว่า 21 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และหากทำเสร็จแล้ว จะทำการเผยแพร่รายชื่อแบบออนไลน์ในอนาคต

เรื่องนี้สอดคล้องกับ – Shell Shocked (อาการทางจิต-ขั้นรุนแรง) ที่เกิดกับเหยื่อทหาร หลังกลับจากสนามรบ

source

เด็กชายที่น่าสงสารที่สุดในโลก – ผมไม่ได้เป็นนักเขียน ผมเป็นนักเล่า แต่ผมมักจะเล่า โดยใช้การเขียน