หลังจากที่เมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมา นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ลงนามกำกับนโยบายด้านอวกาศของสหรัฐฯ ฉบับใหม่ ซึ่งนโยบายฉบับใหม่นี้สนับสนุนให้มีการส่งนักบินอวกาศเดินทางไปนอกโลกเพื่อสำรวจอวกาศมากขึ้น และเพื่อเป็นการสนับสนุนความตั้งใจของนายก

 

 

จิม ไบรเดนสตีน ผอ.องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ หรือที่เรารู้จักกันดีในชื่อ NASA จึงได้ออกมากล่าวในที่ประชุมโครงการมนุษย์สู่ดาวอังคาร ที่วอชิงตัน ดี.ซี. ว่า – “หลังภารกิจความสำเร็จที่เกิดขึ้นตลอดระยะเวลาหลายสิบปีที่ผ่านมาเกี่ยวกับดวงจันทร์ ทั้งหมดทำให้เรามั่นใจและกล้าที่จะต่อยอดโครงการใหม่ที่เราตั้งใจจะเดินทางไปยังดาวอังคารให้ได้เสียที โดยสหรัฐฯ ตั้งเป้าว่าจะเป็นชาติแรกในการส่งมนุษย์ไปเหยียบดาวอังคาร”

“วิสัยทัศน์ของท่านประธานาธิบดีเน้นย้ำให้เห็นว่าโครงการสำรวจอวกาศของเราจะทำให้เราเป็นผู้นำในการส่งมนุษย์ไปสำรวจดาวอังคาร ปัจจุบันพวกเรากำลังทำโครงการสำรวจดวงจันทร์และดาวอังคารควบคู่กันไป และภารกิจเหล่านี้จะเป็นโครงการที่สนับสนุนกันและกัน”

“อย่างเร็วที่สุดภายในเดือน ก.ค. – ส.ค. ปี 2020 จะมีการส่งยานสำรวจดาวอังคารที่สามารถเก็บตัวอย่างหินและดินบนพื้นผิวดาวเคราะห์สีแดงนี้และสามารถส่งตัวอย่างดังกล่าวกลับมายังโลก ซึ่งจะเป็นการสำรวจเพื่อค้นหาสมรรถภาพของสภาพแวดล้อมสำหรับการอยู่อาศัยของมนุษย์ และในปี 2033 เราจะเริ่มสร้างอาณานิคมของมนุษย์บนดาวอังคาร อย่างจริงจัง”

 

 

เวอรา มัลยานี ผู้ก่อตั้งบริษัท Marschitect สนับสนุนแผนการนี้โดยกล่าวว่า – “ตอนนี้ทางบริษัทได้รับผิดชอบทำหน้าที่สำรวจแนวคิดเกี่ยวกับการวางแผนเมืองอย่างยั่งยืนบนดาวดาวอังคาร โดยคุณสามารถเข้าไปในเว็บไซต์ของบริษัทเพื่อดูแบบบ้านที่ถูกออกแบบมาให้สามารถรองรับกับสภาวะเรือนกระจกที่รุนแรงบนดาวอังคารได้ รวมไปถึงเสื้อผ้าที่ทำความสะอาดได้ง่าย ผลิตจากเส้นใยพลาสติกสามารถกำจัดแบคทีเรียบนดาวอังคารได้”

source

ผมไม่ได้เป็นนักเขียน ผมเป็นนักเล่า แต่ผมมักจะเล่า โดยใช้การเขียน