ใครที่ชอบหยิบโทรศัพท์มือถือเข้าไปในห้องน้ำบ่อยๆ เพราะไม่อยากไปนั่งเหงาหรืออยู่เฉยๆ ระหว่างทำธุระส่วนตัว อยากใช้ช่วงเวลานั้นให้เกิดประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็นการอัพเดตข่าวสาร ท่องโลกโซเชียล หรือเล่นเกม คุณรู้หรือไม่ว่าพฤติกรรมแบบนี้อาจส่งผลร้ายต่อสุขภาพของคุณได้โดยไม่รู้ตัว

 

 

เพราะคงไม่มีห้องน้ำที่ใดในโลกที่จะสะอาดที่สุด โดยเฉพาะห้องน้ำสาธารณะด้วยแล้ว ยิ่งมีเชื้อโรคมากมายหลากหลายชนิดเกาะอยู่แทบทุกอณูพื้นที่ แถมตัวคุณเองก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าห้องน้ำที่เข้าไปใช้นั้นทำความสะอาดครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ และมือของคุณก็คงไม่ได้สัมผัสแค่โทรศัพท์มือถือของตัวเองเท่านั้นเวลาอยู่ในห้องน้ำ

ศาสตราจารย์ด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม จากมหาวิทยาลัยแอริโซนา ในสหรัฐอเมริกา กล่าวว่า เชื้อโรคในห้องน้ำนั้นเคลื่อนที่ตลอดเวลา และมีหลากหลายประเภท ส่วนใหญ่จะขับออกมาในรูปแบบของอุจจาระ และเมื่อใดก็ตามที่เรากดชักโครก น้ำในโถส้วมจะกระเด็นไปทุกทิศทุกทางได้ไกลถึง 6 ฟุตเลยทีเดียว ฉะนั้นคงไม่ต้องพูดถึงห้องน้ำสาธารณะว่าจะเป็นอย่างไร แค่คิดก็เห็นภาพแล้ว…

 

 

เริ่มตั้งแต่คุณเดินเข้าห้องน้ำ สิ่งแรกที่ต้องทำก็คือใช้มือจับลูกบิดประตู ตามด้วยคันโยกกดน้ำ จากนั้นก็ออกมากดก๊อกน้ำล้างมือ แค่เพียงเท่านี้เชื้อโรคก็ติดมากับมือของคุณได้แล้ว และเมื่อคุณนำโทรศัพท์มือถือเข้าไปด้วย คุณจะมั่นใจได้อย่างไรว่าคุณจะถือโทรศัพท์มือเดียวตั้งแต่เข้าห้องน้ำจนออกจากห้องน้ำได้โดยไม่เผลอเปลี่ยนมือ

สำหรับเชื้อโรคที่อาจติดไปกับโทรศัพท์มือถือของคุณ เช่น เชื้ออีโคไล, เชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เกิดโรคทางเดินอาหาร, เชื้อไวรัสตับอักเสบเอ และเชื้อโรคอื่นๆ ที่เป็นสาเหตุของโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหาร ทำให้เกิดอาการท้องร่วง ดังนั้นเมื่อทำธุระส่วนตัวในห้องน้ำเสร็จสิ้น ข้อแนะนำที่ดีที่สุดก็คือ ล้างมือให้สะอาดทุกครั้ง เพื่อสุขอนามัยที่ดี และที่สำคัญควรหลีกเลี่ยงการนำโทรศัพท์มือถือเข้าไปในห้องน้ำด้วยจะเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยป้องกันเชื้อโรคได้

1.เสี่ยงท้องผูก

Gregory Thorkelson หัวหน้าทีมจิตแพทย์จาก University of Pittsburgh เผยว่า การเล่นโทรศัพท์หรืออ่านหนังสือในขณะที่นั่งส้วม จะทำให้เราโฟกัสอยู่ที่หน้า Feed หรือเกมบนมือถือมากกว่าโฟกัสเรื่องการขับถ่าย ซึ่งอาจจะทำให้จังหวะเคลื่อนตัวของของเสียในลำไส้หยุดชะงักแล้วไหลกลับไปคั่งอยู่ในร่างกายเราเหมือนเดิม

2.เสี่ยงเป็นริดสีดวงทวาร

เราควรเข้าห้องน้ำเมื่อรู้สึกปวดถ่ายจริง ๆ แทนการนั่งเล่นมือถือหรืออ่านหนังสือ เพื่อรอจังหวะที่ร่างกายอยากขับถ่าย ซึ่งจะทำให้ขับถ่ายได้อย่างเต็มที่ แถมลดเวลาในการเข้าห้องน้ำของเราด้วย เพราะในความเป็นจริงเราไม่ควรใช้เวลานั่งส้วมนานเกิน 15 นาทีด้วยซ้ำ เพราะอาจทำให้เสี่ยงต่อโรคริดสีดวงทวารเพิ่มขึ้นนั่นเอง

3.เสี่ยงต่อการถ่ายไม่สุด

การโฟกัสกับสิ่งที่ถืออยู่ตรงหน้ามากกว่าโฟกัสเรื่องการขับถ่าย ไม่เพียงแต่ทำให้ถ่ายยากขึ้นเท่านั้น แต่บางคนถ่ายออกมาแบบกะปริดกะปรอยมาก ทำให้เกิดความรู้สึกว่าถ่ายไม่สุด ถ้าถ่ายไม่สุดบ่อย ๆ อาจกลายเป็นโรคลำไส้แปรปรวนขึ้นมาอีก

4.เสี่ยงท้องร่วง

ในห้องน้ำเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคหลากหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นเชื้อซีดิฟฟิไคล์ (C.difficile) เชื้ออีโคไล (E. coli) เชื้อแซลโมเนลล่า (salmonella) ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคในระบบทางเดินอาหาร เช่น โรคท้องร่วง ท้องเสีย อาเจียน และความผิดปกติอื่น ๆ ของลำไส้ เชื้อโรคร้ายดังกล่าวพบได้เกือบทุกตารางนิ้วในห้องน้ำเลยก็ว่าได้

5.ยิ่งนั่งนาน ยิ่งสูดเชื้อโรคเข้าร่างกาย

หากตอนกดชักโครกแล้วเราไม่ได้ปิดฝาชักโครกไว้ เชื้อร้ายก็มีโอกาสฟุ้งกระจายไปได้ไกลจนโทรศัพท์มือถือของเราก็ไม่รอดพ้น โดนละอองอากาศที่เปี่ยมไปด้วยเชื้อโรคเกาะติดอย่างแน่นหนา ซึ่งเชื้อร้ายเหล่านี้แหละที่วนเวียนภายในห้องน้ำของเรา ผสมกับอากาศที่เราสูดดมเข้าปอดไป ฉะนั้นยิ่งเราใช้เวลาอยู่ในห้องน้ำนานเท่าไร โอกาสที่จะสูดดมเอาละอองเชื้อโรค เชื้อราเข้าไปก็จะยิ่งยาวนานขึ้น เสี่ยงเกิดการอักเสบหรือหากร่างกายอ่อนแออยู่ก็จะป่วยได้ง่ายขึ้นด้วย

อ้างอิง – scienceillustratedthailand , kapook

เด็กชายที่น่าสงสารที่สุดในโลก – ผมไม่ได้เป็นนักเขียน ผมเป็นนักเล่า แต่ผมมักจะเล่า โดยใช้การเขียน