ในช่วงครึ่งหลังของศตวรรษที่ 19 มีไวน์ชนิดใหม่ชื่อ Vin Mariani ที่อ้างว่า “สามารถเพิ่มภูมิคุ้มกันให้กับผู้ที่ดื่มได้ แถมยังช่วยเพสริมสารอาหารจำเป็นให้กับร่างกาย เหมาะกับคนวัยทำงานที่ทำงานหนัก” ด้วยคำโฆษณาที่ฟังดูดีขนาดนี้ ทำให้ไวน์ยี่ห้อนี้ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า ทั้งในสหรัฐและหลายๆประเทศในยุโรป รวมถึงกลุ่มคนดัง เช่น

  • โธมัส เอดิสัน – (นักวิทยาศาสตร์ชื่อดังพี่คิดค้นหลอดไฟ)
  • ยูลิสซีส เอส. แกรนต์ – (ประธานาธิบดีคนที่ 18 ของสหรัฐอเมริกา)
  • สมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรีย – (พระมหากษัตริย์แห่งสหราชอาณาจักร)
  • สมเด็จพระสันตะปาปาลีโอที่ 13 – (ท่านคือคนที่รับรองสรรพคุณ ตามที่กล่าวอ้างว่าเป็นจริง) พระองค์ยกย่อง Vin Mariani ไว้เป็นอย่างมากว่า “ช่วยกระตุ้นให้มีแรงกายแรงใจในการปฏิบัติวัตรทางศาสนา และการสวดมนตร์ประจำวันอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย” แถมยังไปถ่ายแบบโปรโมทให้ไวน์ยี่ห้อนี้ด้วย แต่ที่หนักสุดคือ พระราชทานเหรียญทองคำวาติกัน (Vatican gold medal) ให้กับผู้ผลิต Vin Mariani ทำให้ไวน์ยี่ห้อนี้ยิ่งขายดีติดตลาดเข้าไปใหญ่

ความจริงแล้ว ไวน์ยี่ห้อ Vin Mariani ไม่ใช่ไวน์ที่ใหม่มากนัก เพราะมีการผลิตไวน์นี้เป็นครั้งแรกเมื่อปี 1863 โดยนักเคมีชาวฝรั่งเศส แองเจโร่ มาเลียอานี่ โดยแอลกอฮอล์ในไวน์จะทำหน้าที่เป็นสารทำละลาย ช่วยในการสกัดโคเคนออกจากใบโคคา โดยในไวน์จะมีปริมาณโคเคน 6 มิลลิกรัมต่อออนซ์ แต่ Vin Mariani ที่ส่งออกไปสหรัฐอเมริกา จะมีปริมาณโคเคน 7.2 มิลลิกรัมต่อออนซ์ ทั้งนี้เพื่อให้เหนือกว่าเครื่องดื่มแบบเดียวกันในสหรัฐอเมริกา

 

 

(โคคา Coca หากนำมาเคี้ยวสดๆจะออกฤทธิ์กระตุ้นประสาท ถือเป็นพืชมีพิษ นำใบมาสกัดเพื่อเอา โคเคน Cocaine สามารถใช้เป็นยาชาเฉพาะที่ได้ แต่ถ้าใช้มากเกินไปหรือใช้ติดต่อกันเป็นเวลานาน จะกลายเป็นยาเสพติด)

แต่หลังจากนั้นไม่นาน 1906 มีการรณรงค์เรื่องการดื่มสุราเป็นบาปจากพวกคลั่งศาสนา จนนำไปสู่การออกกฎหมายห้ามขายสุราในหลายรัฐ กฎหมาย Pure Food and Drug Act เมื่อมีผลบังคับใช้เข้มงวดขนาดนี้ จึงทำให้ไวน์ยี่ห้อนี้ต้องเปลี่ยนส่วนผสม และชื่อเสียงก็เรือนหายไปตามคุณภาพและกาลเวลา

ประวัติศาสตร์โค้ก – เมื่อปี 1885 จอห์น เพมเบอร์ตัน (เภสัชกรผู้ให้กำเนิดโค้ก) ก็ได้ผลิตเครื่องดื่มไวน์ผสมโคเคนด้วยเช่นกัน Pemberton’s French Wine Coca เพื่อออกมาแย่งส่วนแบ่งตลาดของ Vin Mariani ก่อนจะมาเปลี่ยนมาเป็นน้ำอัดลม Coca-Cola ในภายหลัง เพราะถูกกฏหมายเล่นงาน จนต้องเลิกใช้สารสกัดจากใบโคคา ไปใช้สารอื่นแทน

source

เด็กชายที่น่าสงสารที่สุดในโลก – ผมไม่ได้เป็นนักเขียน ผมเป็นนักเล่า แต่ผมมักจะเล่า โดยใช้การเขียน

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Post comment