ศิลปะแนวใหม่! ชายคนนี้ใช้กางเกงยีนส์ สร้างผลงานศิลปะออกมาได้อย่างสุดยอด!

ทุกวันนี้ศิลปินสามารถเติบโตและเกิดขึ้นในวงการศิลปะได้ง่ายๆมาก หากคุณมีสไตล์และมีไอเดียในการเนรมิตภาพวาดของตัวเองให้แลดูมีมิติหรือมีจิตวิญญาณของตัวเอง หรือไม่ก็ต้องหาคอนเท้นดีๆแปลกๆใหม่ๆในการวาดภาพ เพื่อไม่ให้ภาพที่คุณรังสรรค์อยู่นั้น ดูง่ายดายหรือจืดชืดจนเกินไป สิ่งนี้เองจึงเป็นแรงบันดาลใจและสไตล์ที่ทำให้  Ian Berry อยากจะคิดค้นความเป็นตัวเองขึ้นมา ซึ่งในที่สุดเขาก็สามารถคิดค้นความเป็นตัวของเขาขึ้นมาได้

31_20161223113435

โดย Berry เป็นศิลปินที่เติบโตมาในเมืองชุมชนที่สวมใส่กางเกงยีนส์เป็นหลัก เขามักจะหาเวลาวาดภาพบรรยากาศและชีวิตของผู้คนในเมืองของเขา สะท้อนให้เห็นถึงความเงียบเหงาผ่านแววตา หรือความมีมิติที่ส่งผ่านสีและภาพโดยมันเป็นพรสวรรค์ของเขามาตั้งแต่เกิด และสุดท้ายแล้ว  Berry ก็ได้เลือกสิ่งๆหนึ่งที่มาแทนความเป็นไสตล์ของเขา นั่นคือ กางเกงยีนส์

31_201612231134352

“กางเกงยีนส์ เปรียบเสมือนของที่สวมใส่กันทั่วไปในเมืองนี้” และเขาก็อยากจะนำเสนอถึงอารมณ์ท่าทาง พร้อมทั้งใบหน้าของผู้คนมากมาย ผ่านการรังสรรค์ด้วยกางเกงยีนนับร้อย เขาได้รวบรวมกางเกงยีนส์หลายต่อหลายชิ้น เพื่อใช้เป็นส่วนหนึ่งในการสร้างภาพผลงานศิลปะต่างๆ  แน่นอนว่า การจะใช้เนื้อผ้าที่หยาบและมีรอยมากมายมาสร้างสรรค์ให้ละเอียดอ่อนนั้น ย่อมเป็นไปได้ยาก แต่  Berry ก็สามารถทำมันได้ และสวยงามมากๆด้วย เขาใช้เวลาทั้งวันอยู่กับผลงานเหล่านี้ ด้วยการตัดชิ้นส่วนกางเกงให้เป็นรูปเล็กๆ จากนั้นก็นำมาประกอบอย่างใจเย็นจนกลายเป็นรูปที่เราคาดไม่ถึงไปนั่นเอง

31_20161223113447

“มันดูเหมือนเป็นไลฟ์สไตล์คนเมืองไปแล้ว สำหรับกางเกงยีนส์ ผมจึงเลือกที่จะนำมาเป็นตัวแทนทั้งผมและพวกเขา เข้าด้วยกัน”  จากคำพูดแรงบันดาลใจของ Berry ทำให้มีผู้คนสนใจในผลงานและศิลปะที่เขานำเสนอมากๆ และนอกจากนั้นแล้ว เขายังมีแผนการที่จะนำเสนอภาพชิ้นต่อไปอีกหลายรูปแบบ โดยใช้กางเกงยีนส์เป็นจุดศูนย์กลาง

ที่มา: youtube.com

สไปร์ท! หรือปรากฏการณ์ “แสงผีแดง” ที่หาดูได้ยาก เชื่อกันว่าอาจนำเคราะห์ร้ายมาสู่ตน

คงอาจจะเป็นเรื่องที่หาดูได้ยากและอาจจะไม่มีใครรู้จักกับปรากฏการณ์นี้กันแล้ว เพราะมันจะเกิดขึ้นได้เพียง 1 ใน 100 ของปรากฏการณ์เท่านั้น แถมสภาพอากาศจะต้องเป็นใจมากๆอีกด้วย  โดยสำหรับปรากฏการณ์บนท้องนภาชนิดนี้ จะเกิดขึ้นในช่วงมืดเป็นหลัก ซึ่งตามบันทึกของเหตุการณ์ สามารถจับข้อมูลได้ในช่วงปี 1989  โดยเป็นการจับภาพของตากล้องคนหนึ่ง ที่สังเกตเห็นลำแสงประหลาดที่แตกกระจายอยู่บนท้องฟ้าได้พอดี ซึ่งมันเป็นความผิดปกติของฟ้าผ่ารูปแบบใหม่ ที่หลายปีจะเกิดขึ้นสักครั้ง

4683

โดยมันมีชื่อเรียกกันว่า แสงผีแดง หรือ “สไปร์ท” (Sprites) เป็นการเกิดขึ้นของสภาพอากาศแปรปรวนฉับพลัน ซึ่งก้อนเมฆและแรงกดอากาศไปทำปฏิกิริยาเข้ากับประจุไฟฟ้าพอดี ทำให้มันเกิดการแตกกระจายเป็นรูปคล้ายดอกไม้ไฟ หรือแมงกะพรุน สาดส่องลงมาเป็นที่น่าประหลาด ปรากฏการณ์นี้จะเกิดขึ้นในระยะเวลาเพียงไม่กี่วินาทีเท่านั้น ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ก็สรุปได้แน่ชัดแล้วว่า มันเกิดขึ้นมาจากการก่อตัวของแรงดันอากาศข้างบนจนทำให้เกิดการประทุทางไฟฟ้า แถมเหตุที่มันกลายเป็นสีแดงก็เพราะเกิดจากการหักเหของแสงที่ประทุออกมาฉับพลัน จนทำให้เกิดเป็นประกายส่งสว่าง บางทีมันก็สามารถพุ่งขึ้นไปข้างบนก็ได้ ไม่จำเป็นต้องร่วงลงมาเสมอไป

www

นั่นจึงกลายเป็นจุดกำเนิดและความสนใจในการศึกษาเรื่องของประจุไฟฟ้าจากธรรมชาติ โดยสไปร์ทมักจะเกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้งในรอบหลายร้อยปี ซึกถ้านับจากเหตุการณ์เฉลี่ยแต่ละปีแล้ว แทบจะปรากฏไม่ถึง 10 ครั้งด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้นแล้ว หากใครที่เคยเห็นเคยสัมผัสกับปรากฏการณ์หรือบรรยากาศได้จริงๆล่ะก็ นับว่าเป็นบุญและโชคดีอย่างมากเลยทีเดียว แถมเพราะสิ่งเหล่านี้ไม่ได้มีมาให้เราเห็นง่ายๆ แต่ก็ควรระวังเรื่องความเชื่อของแสงเหล่านี้บ้างก็ดี เพราะมันอาจจะนำพาเหตุเคราะห์ร้ายมาสู่เราก็เป็นได้ โปรดใช้วิจารณญาณในการรับชมด้วยนะครับ

image

ขอขอบคุณเครดิตข้อมูลจาก  brightside manager

เครื่องมือสุดแปลก “อุปกรณ์ไล่ผี” ที่เขาบอกว่าสามารถปล่อยคลื่นไล่ผีออกมาได้ด้วย!

เดี๋ยวๆ! นี่โลกเราไปไกลได้ถึงขนาดนี้แล้วเหรอเนี่ย! ไม่น่าเชื่อเลยว่า นวัตกรรมที่เปรียบเสมือนเครื่องมือทางไสยศาสตร์ของไทยเราจะเริ่มย่างก้าวเข้ามารวมกับเทคโนโลยีไฮเทคได้ยังไงไม่รู้ กับสิ่งประดิษฐ์ที่สร้างความฮือฮาและกำลังเป็นที่แปลกตาแปลกใจสำหรับคนทั่วโลกกันอยู่ ณ ขณะนี้ โดยมันถูกออกแบบมาเพื่อให้เป็นของขลังปลุกเสกสุดไฮเทค ที่จะสามารถเอาไว้ใช้ไล่ผีได้

 

trisakri-2

 

โดยมันมีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า Trisakri 2.0 ซึ่งได้รับการสนับสนุนอย่างจริงจังจากบริษัท Boondee Workshop ผู้ซึ่งวางแผนโครงการอยากจะตีตลาดในด้านความแปลกใหม่ สำหรับชาวบ้านที่กำลังโดนผี หรือสัมภเวสีรังควานอยู่ ซึ่งเจ้า Trisakri 2.0 อ้างว่ามีคุณสมบัติในการไล่ผีได้

 

qq

 

Trisakri 2.0  มีกลไกเครื่องยนต์ในการทำงานผ่านระบบกล้องอินฟาเรดและสนามแม่เหล็กไฟฟ้า มันจะช่วยปล่อยคลื่นพลังงานคล้ายวิทยุ ในการขับไล่ผี หรือทำให้ผีรู้สึกไม่ชอบขึ้นมา โดยจุดต้นตอในการสร้างสนามพลังอาจจะต้องทำให้ผู้คนตกใจกันซะหน่อย นั่นก็คือ พระเครื่อง ซึ่งคุณสามารถนิมนต์นำมาบูชาและใส่เพื่อรวบรวมสนามพลังความศักดิ์สิทธิ์ได้ โดยดำเนินผ่านเครื่อง Trisakri 2.0 นี้ ยิ่งอนุภาพความขลังความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงปู่ท่านไหนมีมาก การจะทำเครื่องไปไล่ผีก็ยิ่งมีประสิทธิภาพมากขึ้นตามไปด้วย

 

untitled

 

นับว่าเป็นความแปลกตาและทำให้แม้แต่คนไทยยังต้องอึ้งไปไม่น้อย! แถมเครื่องชนิดนี้ก็จำหน่ายออกวางขายอย่างจริงจังได้อีกต่างหาก โดยคุณสามารถสั่งซื้อได้ที่เว็บไซต์ boondeeworkshop.com ราคาสนนอยู่ที่ 1,500 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราวๆ 52,000 บาท แถมยังคิดค่าขนส่งแยกออกไปอีกในราคา 140 ดอลลาร์สหรัฐฯ  5,000 บาท รวมๆแล้วก็เกือบราวๆ 60,000 บาทครับผม

ที่มา: odditycentral

“Yuka Kinoshita” สาวญี่ปุ่นผู้ไม่รู้จักคำว่าอ้วน กินข้าว 5 กิโลกรัม หมดในครึ่งชั่วโมง!

การกินจุแบบน่าเหลือเชื่อของมนุษย์ ที่เราอาจจะเคยเห็นมาจากในหนังหรือการ์ตูนมาบ้าง หรือในรายการ TV Champion ก็ตามแต่ ท่านเคยสงสัยมั้ยว่าทำไมคนตัวเล็กๆถึงกินอะไรได้เยอะแยะแบบนั้น ถามยังชนะคนตัวโตๆหรือคนอ้วนได้สบายๆ โดยเรามีตัวอย่างสาวน้อยน่ารักตัวเล็กชาวญี่ปุ่นที่เห็นการกินของเธอแล้วจะอึ่งมาให้ดูกัน

 

sddefault

 

ขึ้นชื่อว่าประเทศญี่ปุ่นแล้วมักมีอะไรให้เราปะหลาดใจอยู่เสมอ เธอคือ Yuka Kinoshita นักกินชื่อดังชาวญี่ปุ่นที่มีช่องวีดีโอทางยูทูปเป็นของตัวเอง เธอคนนี้มักท้าทายตัวเองด้วยการกินอาหารจำนวนมาก และท่าทางการกินของเธอก็ดูอร่อยเสมอโดยไม่รู้จักอิ่ม ในประเทศญี่ปุ่น Kinoshita ถูกเรียกว่า “大食い美女” หรือ “oogui bijyo” ที่แปลว่า สาวสวยจอมตะกละ เหตุที่เป็นเช่นนั้นเพราะเธอสามารถรับประทานแมคนักเก็ต 100 ชิ้นได้ภายในระยะเวลาอันสั้น ทานเบอร์เกอร์จำนวนมากเหมือนมันเป็นเรื่องปกติ ทานบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปน้ำหนัก 3 กิโลกรัมได้อย่างชิวๆ หรือการที่เธอสามารถทานพิซซ่าขนาดใหญ่ที่มีจำนวนแคลอรี่รวม 10,800 แคลอรี่คนเดียว ที่เด็ดสุดคือเธอสามารถจัดการข้าวราดแกงกะหรี่ที่มีน้ำหนัก 5.5 กิโลกรัมได้ภายในเวลา 35 นาที

 

1

 

Kinoshita ได้มีโอกาสไปปรากฎตัวตามรายการทีวีบ่อยๆ และตามร้านอาหารต่างๆ เรียกได้ว่าใครๆ ก็ยกย่องให้เธอเป็นไอดอลด้านการกินจุ จะเห็นได้ว่า เธอสามารถทำหน้าที่ทานทุกอย่างได้เป็นอย่างดี ซึ่งหลายๆคนคงสงสัยว่าในร่างกายของเธอมีอะไรผิดปกติหรือเปล่า ซึ่งก็ได้มีแพทย์คาดการณ์เกี่ยวกับเรื่องนี้เอาไว้ 3 สาเหตุ ว่าเพราะอะไรที่ทำให้เธอสามารถทานทุกอย่างได้เยอะขนาดนั้น

 

777

 

1. สมองของเธอไม่ได้รับสัญญาณเตือนจากกระเพาะว่าทานอิ่มเพียงพอแล้ว

2. การเผาผลาญอาหารของเธอถูกนำไปใช้งานทันที

3. อาหารถูกผลักเข้าไปในลำไส้ก่อนเวลาอันควร

โดยคำตอบสุดท้ายน่าจะสอดคล้องกับการแสกนช่องท้องของเธอ โดยมันเป็นเพียงแค่ความสามารถในการขยายขนาดกระเพาะได้มากกว่าคนปกติเท่านั้น

“METHOD-1” ก้าวใหม่ของหุ่นยนต์ยักษ์นั่งขับได้ อย่างกับหลุดออกมาจากเรื่อง Avatar

ภาพที่เห็นอยู่นี้ไม่ใช่หุ่นยนต์จากภาพยนตร์เรื่อง Avatar แต่อย่างใด เทคโลโนยีหุ่นยนต์ในปัจจุบันก้าวล้ำไปไกลมากจริงๆ จนถึงขั้นสร้างหุ่นสุดเท่แบบนี้ได้ นี่คือเครื่องจักรกลขนาดยักษ์จากฝีมือบริษัทด้านเทคโนโลยีของเกาหลี สิ่งที่พอจะเรียกว่า หุ่นจักรกลขับขี่ได้ ที่เหมือนในหนังที่สุด

 

method-1

 

จากข้อมูลจาก Vitaly Bulgarov ผู้ออกแบบ Concept Art ให้กับตัวละครต่างๆ ของค่ายเกม Blizzard ที่ได้โพสต์รูปภาพ วีดีโอและข้อความความคืบหน้าของการสร้างและพัฒนาหุ่นยนต์ยักษ์ของบริษัท Korea Future Technology ของเกาหลี โดยเขาได้ไปมีส่วนช่วยในการออกแบบดีไซน์โมเดล 3 มิติ ให้เจ้าหุ่นบังคับขนาดยักษ์ตัวนี้ ซึ่งมีชื่อว่า METHOD-1 โดยเครื่องจักรสุดเท่นี้ยังมีข้อมูลที่เปิดเผยเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เช่น มีความสูงที่สูงถึง 4 เมตร และน้ำหนักที่มากถึง 1.5 ตัน โดยความสามารถอื่นๆที่ทำได้ยังอยู่ในขั้นพื้นฐานของหุ่นยนต์ทั่วไป นั่นคือสามารถขยับแขนและขาพร้อมกับก้าวเท้าได้ด้วยการบังคับจากผู้ขับขี่แถมยังตอบสนองการควบคุมได้รวดเร็วอีกด้วย ซึ่งลักษณะการบังคับดูจากวีดีโอแล้วคล้ายกับ หุ่นยนต์ในภาพยนตร์เรื่อง Avatar อย่างมาก

logo-51-1200x800

 

จุดประสงค์หลักของการสร้างเจ้าหุ่นยนต์บังคับขนาดยักษ์ตัวนี้นั้นผู้เขียนก็ไม่ทราบแน่ชัดว่าเพื่ออะไร แต่หากจะให้คาดเดาเล่นๆ ก็คงไว้ช่วยเหลืองานด้านโรงงานและอุตสาหกรรม แต่ในภายภาคหน้าจะถูกนำไปใช้งานในทิศทางไหนนั้นก็คงต้องรอดูกันไปอีกทีครับ เพราะตอนนี้เจ้า METHOD-1 ยังคงอยู่ใน “ขั้นตอนพัฒนา” จากวีดีโอที่ปล่อยออกมาขอบอกว่ามันยอดเยี่ยมมากๆ

ที่มา: kotaku

บุพเพชัดๆ! ชายหนุ่มพบรักสาวในเกม Call of Duty จนสานสัมพันธ์รักแต่งงานในที่สุด

นี่มันบุพเพหรือโชคชะตาฟ้าลิขิตหรืออย่างไร สำหรับชายหญิงคู่นี้ ที่ชื่นชอบการเล่นเกมเป็นชีวิตจิตใจ ซึ่งถ้าหากจะให้พูดกันถึงเรื่องความรักและการพบกันโดยบังเอิญ คุณอาจจะนึกถึงเหตุการณ์อะไรบางอย่างที่ทำให้คนสองคนมาพบรักกันอย่างแน่นอน แต่ใครเลยจะกลับนึกขึ้นได้ ว่าในโลกนี้จะมีคู่รักสักกี่คู่ที่ดันมาพบเจอกันใน “เกม” และแต่งงานกันเป็นเรื่องเป็นราว อย่าง Kayleigh กับ Gary

www

เรื่องราวความรักของทั้งสองเกิดขึ้นมาจากเกมแนวชูตติ้งหรือการยิงกราดไปทั่วในซีรีย์ Call of Duty : Modern Warfare 2 ซึ่งจะมีโหมดแบทเทิ้ลกันทั้งสองฝ่าย แน่นอนว่าพวกเขาก็เป็นหนึ่งในนั้นที่เล่นด้วย จนทั้งสองได้มาเจอกันในแมทหนึ่งของเกมโดยพวกเขาอยู่คนละฝั่ง

s

Gary ถูก Kayleigh กราดยิงอยู่ตลอดจนเขารู้สึกหัวร้อนขึ้นมา แต่เขาก็ยังส่งข้อความไปเจรจาดีๆว่า “โปรดอย่าฆ่าฉัน :)” ทำให้ทั้งสองเริ่มทำความรู้จักกันผ่านแชทนั้น จากนั้นก็เริ่มที่ออนไลน์เล่นด้วยกันมาตลอด และสนิทกันมากขึ้น ในที่สุด Gary ก็ได้เริ่มขอ Kayleigh ออกเดทในปี 2013 และสานต่อความรักเรื่อยมา

c

ทั้งคู่เข้ากันได้ดี เมื่อรู้ว่ามีความชื่นชอบที่เหมือนกัน จนแทบไม่คิดเลยว่าทั้งสองจะมาเจอกันด้วยการเล่นเกมธรรมดาแบบนี้ มันดูเหมือนบุพเพและโชคชะตาที่ถ้าหากว่า Kayleigh ไม่ยิงเขาจนเขาหัวร้อนซะก่อน เขาคงอาจไม่ได้พบกับแฟนสุดที่รักขนาดนี้ก็ได้ จนในที่สุด Gary ก็ได้ตัดสินใจขอ Kayleigh แต่งงาน และกำลังจะเข้าพิธีวิวาห์ในเดือนสิงหาคมปี 2017 ที่จะถึงนี้ นับว่าเป็นเรื่องราวความรักแปลกๆที่หาโอกาสเป็นไปได้ยากมาก เพราะในสังคมเกม มันแทบเป็นไปไม่ได้ที่เกิดความรักกันในเกมสายยิงกราดอย่างนี้

untitled

ขอขอบคุณเครดิตข้อมูลจาก  thesun