ระวังให้ดี ! ขยะอวกาศมหาศาลจะตกในภูมิภาคเอชียตะวันออกเฉียงใต้

ขยะอวกาศคืออะไร ขยะอวกาศหมายถึงสิ่งที่มนุษย์เราส่งขึ้นไปบนอวกาศนั่นล่ะ เช่นสถานีอวกาศและชิ้ส่วนของพวกมันก็มีการหลุดออกจากการที่ถูกอุกาบาตชน และโคจรอยู่ในระบบสุริยะจักรวาลและบางครั้งก็ตกลงมายังโลก อย่างเช่นที่ BBC รายงานข่าวว่าเมื่อวันที่ 10 พ.ย.2016 ได้มีบางสิ่งบางอย่างที่ผิดปกติอและตากมาจากท้องฟ้าทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งรายงานข่าวระบุว่าในประเทศพม่ามีคนพบวัตถุทรงกระบอกเส้นผ่าศูนย์กลาง 5 ฟุต ยาว 12 ฟุต และก่อนที่มันจะตกลงมาก็มีเสียงดังมาก ซึ่งชาวบ้านในละแวกนั้นต่างตกใจและไม่รู้ว่ามันคืออะไร

582b969c1800006a0730e46c

ทางบีบีซียังรายงานเสริมว่า พบขยะอวกาศอีกชิ้นหนึ่งและมันมีภาษาจีนสลักอยู่ซึ่งพบในบริเวณใกล้เคียงกัน ซึ่งจากรายงานเบื้องต้นชี้ให้เห็นวัตถุลึกลับอาจจะเกี่ยวข้องกับการที่จีนเปิดตัวดาวเทียมที่เกิดขึ้นเมื่อวันก่อนหรืออาจเป็นชิ้นส่วนของ UFO และหากย้อนไปในปีที่แล้วจะพบว่าในประเทศเวียดนามก็มีการพบ “ลูกบอลอวกาศ” หรือวัตถุที่มีลักษณะ โลหะลูกกลม  น้ำหนักขนาดตั้งแต่ 9 ออนซ์ 100 ปอนด์ หล่นท้องฟ้าเป็นสายก่อนที่จะตกกระแทกพื้น นักวิจัยหลายคนระบุว่ามันอาจจะเป็นอุปกรณ์บางส่วนของสถานีอวกาศที่แตกหลุดออกมาและอาจเป็นของสถานีอวกาศรัสเซีย แต่ทั้งหมดไม่มีการรายงานเป็นข่าวใหญ่โตเพราะเชื่อว่าอาจจะส่งผลถึงความรับผิดชอบต่างๆ และอาจส่งผลต่อการค้นคว้าในอนาคต แต่นักวิทยาศาสตร์บอกว่ามีโอกาสเป็นไปได้มากที่บรรดาขยะอวกาศจะหล่นลงมายังโลกในช่วงระยะนี้ เพราะโดนอุกาบาตชนและความเสี่ยงคือพื้นที่ในภูมิภาคเอชียตะวันออกเฉียงใต้

via  huffingtonpost

 

 

 

นักจิตวิทยาเผย การใช้เงินซื้อความสุขที่แท้จริงนั้น คือการซื้อประสบการณ์ชีวิต (เที่ยว)

หากคนเราสามารถมีเงินที่จะซื้อในสิ่งที่ตัวเองต้องการได้ เราจะมีวิธีใดที่จะซื้อความสุขที่แท้จริงให้แก่ตนเองได้ คำตอบที่หลายคนคิดอาจจะเป็น โทรศัพท์รุ่นใหม่ รถหรู หรือกระเป๋าแบรนด์เนม เป็นต้น แต่คำตอบเหล่านี้มันอาจจะไม่จริงก็ได้ เมื่อมีผลวิจัยว่าการใช้เงินซื้อความสุขที่แท้จริงนั้น คือ “การไปเที่ยว”

 

travel-plane-wallpaper-planes-wallpapers

 

หลายๆคนคงจะงงเพราะ การที่เราเอาเงินเก็บของเราไปซื้อโทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ มันควรจะดีกว่าการไปเที่ยวต่างประเทศสิ เพราะว่าการเที่ยวต่างประเทศมันเป็นความสุขแค่ชั่วคราว แต่โทรศัพท์มือถือใหม่เรายังใช้ไปได้อีกนานนับปี แต่ความจริงแล้วกลับไม่ใช่แบบนั้นเลย ผลการวิจัยล่าสุดซึ่งตีพิมพ์ใน Journal of Consumer Psychology ได้ยืนยันว่า สิ่งที่ทำให้ความสุขของคนเรายั่งยืนมากที่สุดคือ “ประสบการณ์” ไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยว การผจญภัย การเรียนรู้ทักษะใหม่ๆ หรือแม้แต่การเยี่ยมชมนิทรรศการต่างๆ

 

bigstock-young-woman-with-backpack-stan-14022794

 

ซึ่ง Dr. Thomas Gilovich ศาสตราจารย์ด้านจิตวิทยาจาก Cornell University ได้อธิบายเกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้ว่า “เราทุกคนต่างซื้อสิ่งของเพื่อให้มีความสุข ซึ่งมันได้ผล แต่ว่าผลนั้นมันกลับอยู่ได้ไม่นาน เพราะสิ่งของใหม่ๆ จะทำให้เราตื่นเต้นในช่วงแรกเท่านั้น แต่หลังจากนั้นเราจะปรับตัวเข้าหามัน ซึ่งหนึ่งในศัตรูของความสุขก็คือ การปรับตัวนั่นเอง” ในขณะที่การท่องเที่ยวและประสบการณ์ต่างๆที่เรามี จะกลายเป็นส่วนหนึ่งในตัวตนของเรา ลองคิดดูว่า ระหว่างเกมเครื่องใหม่ที่เคยเล่นสมัยยังเด็ก กับการท่องเที่ยวต่างประเทศกับครอบครัวสมัยเด็ก สิ่งใดมีผลต่อเรามากกว่ากัน?

 

pictures-free-travel-download

 

เรื่องราวอันน่าจดจำจะทำให้เราหัวเราะได้ในยามที่นึกถึง ประสบการณ์ของคนเรามีคุณค่ามากมายยิ่งกว่าข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ถึงแม้เราจะมีความสุขจากการครอบครองสิ่งของเหล่านั้นแต่ไม่ช้าก็เร็วก็ต้องแยกจากพวกมันอยู่ดี แต่กลับกันประสบการณ์ชีวิตจะติดตัวเราไปตลอดกาล การซื้อประสบการณ์ชีวิตจึงมีแนวโน้มว่าจะทำให้เรามีความสุขยั่งยืนกว่านั่นเอง

ที่มา: huffingtonpost

เรือนจำในเนเธอแลนด์ “อาจกลายเป็นคุกร้าง” เมื่อปัจจุบันมีนักโทษเข้าไปอยู่น้อยเกินไป

เรียกว่ากลายเป็นเรื่องน่าประหลาดสุดๆ ที่แม้แต่เราเองก็ไม่คาดคิดมาก่อน หลังจากที่มีข่าวรายงานถึงสภาพเรือนจำนักโทษของประเทศเนเธอแลนด์ ที่ตอนนี้กำลังตกอยู่ในสภาวะขาดแคลนนักโทษแบบสุดๆ เรียกว่าเงียบเหงากันจนไม่รู้จะเรียกว่ายังไง เพราะก่อนหน้านี้ประเทศเนเธอแลนด์ยังเป็นประเทศที่มีการติดอันดับนักโทษในเรือนจำมากที่สุดเป็นอันดับต้นๆของโลก ซึ่งเฉลี่ยแล้วก็แทบจะไม่มีที่ยืนหรือที่นอนกันได้เลยทีเดียว

 

 

1-292

 

โดยจากด้วยสาเหตุที่มีการออกกฎหมายใหม่ขึ้น ทำให้นักโทษสามารถหลุดรอดพ้นความผิดและรับการแก้ไขอย่างไม่ตรงจุดมากนัก เนื่องจากมีการจัดกฏเกณฑ์การบำบัดหรือบำเพ็ญประโยชน์มากเกินไป เกินกว่าที่จะถูกนำมาเข้าคุกได้โดยง่าย เช่น หากคุณมีการก่อหนี้อาชญากรรม ทางรัฐก็จะส่งนักโทษไปปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการหนี้แทนที่จะส่งเข้าเรือนจำ หรือหากคุณมีปัญหาด้านอารมณ์ คุณก็จะถูกส่งไปเข้าคอร์สบำบัดอารมณ์แทน หรือแม้กระทั่งคุณมีโทษยาเสพติด คุณก็จะได้รับเข้าการบำบัดยา เสมือนแค่หลงผิดเท่านั้น

 

indymedia1

 

สิ่งเหล่านี้จึงเป็นสาเหตุทำให้นักโทษในเนเธอแลนด์เลี่ยงที่จะติดตารางหรือเข้าเรือนจำได้ ทำให้เรือนจำหลงเหลือนักโทษในปีนี้เพียงแค่ 57 คน จากสัดส่วนใน 100,000 คนเท่านั้น แถมนักโทษยังสามารถเดินไปไหนมาไหนเองโดยไม่ต้องมีผู้คุมเดินตามอีกต่อไป เรียกว่าใช้ชีวิตปกติสบายๆ เสมือนไม่ใช่นักโทษเลยยังไงยังงั้น

 

indymedia3

 

นอกจากนั้นผู้ที่ต้องโทษคดียังได้รับโอกาสในสังคมให้ประกอบอาชีพง่ายๆอย่างเช่น ทำอาหาร หรือตัดผมได้อีกด้วย นั่นจึงกลายเป็นเรื่องใหญ่ที่ดูเหมือนจะดีในฉากหน้าของประเทศเนเธอแลนด์ แต่ความจริงแล้วก็อาจมีปัญหาน่าหวั่นใจเอาได้ เพราะกฏหมายที่ดุอ่อนข้อจนเกินไป ก็อาจทำให้นักโทษที่หลุดรอดคดีสามารถก่ออาชญากรรมได้อีกครั้งเช่นกัน

 

ที่มา: indymedia