นักโบราณฯ พบศพที่ถูกทรมานด้วยวิธีสุดเลวร้าย! เพราะถูกคิดว่าเป็น “ผีดูดเลือด หรือ แวมไพร์”

ความเชื่อต่างๆที่สืบต่อกันมา บางอย่างมักจะเป็นความเชื่อที่เห็นได้ทั่วไปและมโนกันไปเองทั้งนั้น ทำให้คนในช่วงยุคปลายศตวรรษที่ 16 ล้วนขาดความรู้ความเข้าใจในเหตุและผล รวมถึงทำให้คนหลายๆคนที่แปลกแยกออกไปล้มตายด้วยสาเหตุที่ไร้สาระมากๆด้วย เหมือนดังเช่นเหตุการณ์ดังต่อไปนี้ ที่เรื่องราวเกิดขึ้นในสมัยที่อิตาลี กำลังประสบภัยจากโรคระบาด ผู้คนจำนวนมากต่างล้มตายกันด้วยกาฬโรค ซึ่งในยุคเป็นเรื่องยากแก่การรักษา มีทางเดียวที่จะสามารถยึดเหนี่ยวจิตใจชาวบ้านให้รอดพ้นได้ก็คือ ความเชื่อที่ว่า สาเหตุจากโรคดังกล่าว มาจากผีดูดเลือด และพวกเขาจะต้องหาบุคคลที่ส่อแววพฤติกรรมใกล้เคียงผีดูดเลือดมากที่สุด ซึ่งก็มีผู้เคราะห์ร้ายต้องเสียชีวิตอย่างทรมานมากมาย

แน่นอนว่า ต้นเหตุของการตายของผู้คน เกิดขึ้นมาจากโรคระบาด แต่ผู้คนก็ยังเชื่อเรื่องภูตผี ปีศาจ โดยเฉพาะกับหมอผีนักเวทย์ ที่คิดว่าสิ่งเหล่านี้จะนำภัยร้ายมาสู่บ้านเมือง จนถึงขนาดจับผู้หญิงที่คิดว่าเป็นผีดูดเลือดมากระทำการทารุณ โดยการเอาก้อนอิฐยัดปาก และทรมานจนกว่าจะตาย โดยเชื่อว่า การกระทำแบบนี้จะสามารถไล่ผีดูดเลือดออกไปได้

ศพโครงกระดูกที่ตายจากกาฬโรค

เรื่องราวอันน่าเศร้าถูกฝังกลบไปพร้อมกับศพมากมายในยุคนั้น จนเวลาต่อมา มีการขุดพบโครงกระดูกมากมาย ที่ตายเพราะสาเหตุติดเชื้อกาฬโรค บ้างก็จัดพิธีใส่โลงอย่างสวยงาม แต่บางศพก็นอนตายเกลื่อนทับถมกันมากมาย โดยเฉพาะกับศพที่ถูกฆ่าทรมาน ก็ได้มีร่องรอยของกะโหลกศีรษะแตก รวมถึงกระดูกกรามได้ง้างจนสุดเพื่อคาบอิฐหินขนาดใหญ่เอาไว้ ใบหน้าของโครงกระดูกนั้นบ่งบอกได้ถึงความเจ็บปวดทรมานได้ทันทีที่เห็น ซึ่งเรียกว่า หน้าประวัติศาสตร์ในยุคสมัยนั้น ถือเป็นความอัปยศและความเชื่อแบบผิดๆ จนต้องทำให้คนธรรมดาต้องตายอย่างสูญเปล่าเลยทีเดียว

ที่มา – nationalgeographic