dumb contruction

สิ่งก่อสร้างยอดแย่ที่สุดในประวัติศาสตร์ โดนแบบนี้ไม่รู้จะขำหรือร้องไห้ดี

สิ่งก็สร้างยอดแย่ที่หลายๆคนคงไม่คิดว่าช่างรับเหมามันจะใจร้ายทำกันได้ลงคอแต่ละอย่างไม่รู้ว่าเมาหรือมีปัญหากับผู้ว่าจ้างนะเนี่ย  แต่จริงๆบางอันคนเขียนก็รู้สึกว่ามันสร้างสรรค์ดีนะ แต่ถ้าให้มาสร้างสรรค์ที่บ้านตัวเองก็คงจะไม่เอาเหมือนกัน ฮ่าๆ

 

  1. สงสัยเจ้าของตึกเป็นนินจา ไม่ก็สตั้นแมนชัวร์ๆ

1

 

2.อันนี้ฝาตู้แบบเดิมมันหมดใช่ไหม พูด!

4

 

3.พรมปูบันไดนี่พี่ซื้อจากไหนครับ หลอนสัส!เวลาทำความสะอาดกูต้องเอาซันซิลขัดใช่มะ??!!

5

 

4. สายไฟแรงสูงอย่าไปกลัว เดินลอดแม่งเลย! (อันนี้พี่จีนครับ ไม่แข็งจริงอยู่ไม่ได้)

17

 

5.  อันนึงก็สบายเกิ๊น อีกอันก็ลำบากเกิ๊น (แต่อันนั่งน่าสนใจนะ รอคิวนานๆจะได้ไม่เมื่อย ตั้งโต๊ะญี่ปุ่นเล็กๆขายกาแฟข้างตู้ATMกันไปเลย)

1920

 

6.  ปลั๊กไฟไหมละมึง!!

30

 

 

7. สาบานว่าหลังคาบ้าน? อันนี้ไม่เห็นแปลนตอนที่จะสร้างหรือจงใจกันละเนี่ย 18+

31

เปิดโครงการสุดสิ้นคิด! Nuke in The Moon ยิงนิวเคลียร์ลงดวงจันทร์ ด้วยเหตุผลที่ไร้สาระสุดๆ

สงครามเย็นเป็นยุคที่มีการแข่งขันทางเทคโนโลยีที่รุนแรงมากในองค์กรของแต่ละประเทศ ทั่วประเทศต่างไม่สนใจในเหตุและผลที่ตามมามากนัก เพราะขอแค่สามารถข่มขวัญศัตรูเพื่อก้าวล้ำไปข้างหน้าได้มากก็พอ เหมือนอย่างเช่นโครงการลับรูปแบบหนึ่งที่มีการทดสอบขีปนาวุธนิวส์เคลีย จนสร้างสารกัมมันตภาพรังสีตกข้างอยู่ในพื้นที่ จนมีผู้คนที่หลงไปแถวนั้น กลายเป็นโรคต่างๆนานาในเวลาต่อมา แน่นอนว่าโลกเราในยุคนั้น มีสองขั้วอำนาจสูงสุดที่จะทำสิ่งเหล่านี้ได้นั่นคือ สหรัฐและ โซเวียต

โดยการพัฒนาศักยภาพทางเทคโนโลยี ไม่ใช่แค่เพียงเรื่องของอาวุธหรือความไฮเทคเท่านั้น แต่หมายรวมถึงการไปเยือนดวงจันทร์และทำโครงการบางอย่างลับๆด้วย หนึ่งนั้นในนั้นก็คือ โครงการ Nuke The Moon ซึ่งเป็นโครงการที่พึงมองเห็นแค่การโชว์ศักยภาพอย่างเดียวของ สหรัฐ ในยุคนั้นการไปเยือนดวงจันทร์ถือว่าเป็นเรื่องที่ใหญ่มาก แต่พอเริ่มไปสำรวจบ่อยขึ้น การมองเห็นความสำคัญก็เริ่มลดน้อยลง จนในปี ค.ศ.1958 ถึงขนาดว่า Nuke The Moon เกือบจะทำสำเร็จแล้วด้วย หรือเรียกง่ายๆก็คือ เกือบมีการอนุมัติให้สามารถขึ้นไปทดสอบระเบิดนิวเคลียล้างโลกบนดวงจันทร์มาแล้วนั่นเอง!

เหตุผลไม่มีอะไรมากเลย นอกจากต้องการให้ทางฝั่งโซเวียตเกรงกลัวต่ออาวุธนั้น แต่สุดท้ายแล้ว โครงการนี้ก็ถูกยกเลิกไป เพราะทางกองทัพสหรัฐคิดว่าจะต้องมีผู้คนออกมาต่อต้านอย่างแน่นอน พร้อมกับฉุกคิดได้ว่า หากดวงจันทร์เกิดแตกสลายเพราะระเบิดนิวเคลียขึ้นมาจริงๆ เศษเสี้ยวของมันอาจจะทำให้เกิดอุกาบาตขนาดใหญ่  และตกลงมาทำลายล้างโลกก็เป็นได้ หรือไม่ก็อาจจะส่งผลต่อน้ำขึ้นน้ำลงก็เป็นได้ ทำให้โครงการนี้พับเก็บเข้ากรุไปใน 1 ปีให้หลัง และไม่ได้สร้างอะไรขึ้นมาเลย

ที่มา – Project_A119

11 พิธีกรรมและความเชื่อในเรื่อง “ความตาย” ของชาว “Viking” ที่แปลกประหลาดสุดๆ!

 

ใครที่ว่างและอยากหาซีรีย์ดีๆดูสักเรื่องแถมได้ความรู้เรื่องประวัติศาสตร์ด้วย ผมแนะนำซีรีย์เรื่อง Vikings เป็นซีรีย์ที่ดีอีกเรื่องหนึ่งไม่แพ้ GOT เลยหล่ะครับ ส่วนรูปภาพนี้ก็นำมาจากในซีรีย์นี้นั่นแหละ ลองดูครับ แล้วจะได้รู้ว่าชาวไวกิ้งจริงๆนั้นเป็นยังไง

 

1.เผาเรือใบให้คนตาย  เป็นอีกหนึ่งพิธีกรรมของชาวไวกิ้งที่มีการสืบทอดกันมานานและปฎิบัติจากรุ่นสู่รุ่นเพื่อให้คนตายได้ใช้งานและอย่างที่รู้กันคือ ไวกิ้ง คือนักรบดังนั้นการเผาเรือน่าจะหมายถึงการส่งให้ไปรบในโลกหลังความตาย

 

2.ทาสชายผู้ซื่อสัตย์หนึ่งคนที่ต้องตามไป เมื่อส่งเรือให้แล้วก็จะต้องมีบริวารนั่นหมายถึงทาสรับใช้ของไวกิ้งที่เสียชีวิตจะต้องพลีชีพตัวเองด้วยการถูกเผาทั้งเป็นตามไปรับใช้เจ้านายยังปรโลกด้วย

 

3.ทาสหญิงสำหรับปรนนิบัติทางเพศ  ชาวไวกิ้งเชื่อในเรื่องของการกำเนิด ดังนั้นมื่อมีคนเสียชีวิตไปก็จะต้องมีคนคอยปรนนิบัติทางเพศในโลกหน้าดังนั้นต้องสังเวยด้วยหญิงสาว 1 คนให้ตามไปรับใช้

 

4.การกลับมาหลอกหลอน ชาวไวกิ้งมีความเชื่อเรืองหลังความตายมากและเชื่อว่าวิญญาณเหล่านั้นจะกลับมา หากผู้ตายเป็นคนสำคัญของพวกเขา หากในพิธีกรรมไม่ได้จัดทำอย่างสมเกียรติและไม่มีข้าทาสบริวารถูกส่งไป

 

5.ฆ่าศพอีกครั้ง พวกเขาเชื่อกันว่าศพบางศพจฟื้นขึ้นมาและมันมีสัญญาณเตือนหากพวกเขารู้เขาจะจัดการฆ่ามันเป็นครังที่สองด้วยวิธีเดียวกันกับการฆ่าผีดูดเลือด

 

6.พิธีศพที่ยิ่งใหญ่จะส่งวิญญานไปยัง  Valhalla  พวกเขาเชื่อว่าหากมีพิธีที่ยิ่งใหญ่โดยเฉพาะที่เผาศพยิ่งมีควันลอยสูง ไฟลุกโชนทุกสิ่งทุกอย่างที่เผาไปกับเขาจะถูกส่งไปโลกหน้าของคนตายด้วยไม่เว้นแม้แต่ทรัพย์สมบัติหรือเรือและทาสที่สังเวยไป

 

7.อาวุธและของใช้ต้องนำติดตัวไป ตามความเชื่อของชาวไวกิ้ง ของใช้โดยเฉพาะอาวุธจะถูกฝังหรือเผาไปกับคนตายเพื่อให้ได้ใช้ในโลกหลังความตายด้วย

8.เฉลิมฉลองหลังการตาย  พวกเขามีเทศกาลดื่มฉลองการตายให้คนตายอย่างน้อยสองสัปดาห์ และไม่ว่าจะทำงานหรืออยู่บ้านเมื่อถึงเทศกาลนี้จะออกมาฉลองและดื่มเบียร์เพื่อเฉลิมฉลองให้กับคนตายและบรรพบุรุษ

 

9.หักดาบและมีดของคนตาย  แม้ว่าจะต้องฝังหรือเผาอาวุธไปกับคนตายแต่อาวุธเหล่านั้นจะโดนทำลายเสียก่อนในลักษณะที่ไม่สามารถใช้งานได้เพื่อเป็นการตัดความเชื่อมโยงของคนตายกับโลกปรกติ

 

10.พินัยกรรมอยู่ที่ป้ายหลุมศพ  ชาวไวกิ้งจะทำป้ายหลุมศพระบุการแบ่งมรดกให้กับคนในครอบครัว ซึ่งจะทำเป็นรูปภาพบนแผ่นหินเหมือนการทำพินัยกรรมนั่นล่ะ

11.แองเจิลแห่งความตาย  ในงานศพของชาวไวกิ้งจะมีผู้หญิงทีทำหน้าที่เหมือนสัปเหร่อเป็นคนจัดการทุกอย่างและจะถูกขนานนามว่าทูตสวรรค์แห่งความตายนั่นเอง