เรื่องราวความรักของคู่สามีภรรยา ทีตราตรึงอยู่บนเรือไททานิก จนวินาทีสุดท้าย

หากจะพูดถึงโศกนาฏกรรมของเรือไททานิก คงหลีกเลี่ยงไม่พ้นกับฉากซึ้งๆของคู่รักวัยใกล้ฝั่งอย่างคู่สามีภรรยาStraus ภายใต้สถานการณ์ที่บีบคั้นกับฉากการตัดสินใจอย่างเฉียบขาดและเป็นลูกผู้ชายของไอซิเดอร์ผู้เป็นสามี และความมั่นคงและภักดีของไอด้าผู้เป็นภรรยาเรียกได้ว่าใครที่ได้ดูฉากนี้ต้องถึงกับน้ำตาแตกเลยทีเดียว

Rosalie_Ida_Blun_Straus

จะขอเกริ่นเรื่องราวชีวิตรักของทั้งสองนิดนึงว่า ไอด้าได้พบรักกับไอซิเดอร์และได้มีลูกถึง 7คน ชีวิตของพวกเขาเรียกได้ว่ากำลังรุ่งโรจน์ในฐานะเจ้าของห้างสรรพสินค้าชื่อดัง และสส.ผู้รับมีความรับผิดชอบและใส่ใจประชาชน ไม่ว่าไอซิเดอร์จะเดินทางไปแม้เพียงเมืองใกล้ๆสักเพียงใดเขาจะเขียนจดหมายมาถึงภรรยาตลอดระยะทางที่เขาไป เรียกได้ว่าความรู้สึกของทั้งคู่คำนึงถึงกันตลอดลมหายใจเลยทีเดียว

ในช่วงฤดูหนาวทั้งคู่ได้มีโอกาสเดินทางมาพักผ่อนอยู่ที่ยุโรปเป็นช่วงเวลาระยะหนึ่ง ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการตัดสินใจผิดพลาดครั้งสุดท้ายในชีวิตของทั้งคู่ เมื่อพวกเขาต้องการที่จะจองเที่ยวเรือเพื่อกลับบ้านเกิดแต่ไม่มีเที่ยวเรือเที่ยวใดเหลือเนื่องจากไททานิกเหมาถ่านหินที่ใช้เป็นพลังงานใดการเดินเรือไปหมด ทำให้ทั้งคู่ต้องจำใจขึ้นเรือมรณะลำนั้นโดยไม่มีทางรู้ล่วงหน้าเลยว่าจะไม่มีวันได้กลับไปเห็นหน้าครอบครัวของตนเองอีก

Titanic1

เมื่อถึงค่ำคืนอันสยดสยองของเหตุการณ์ไททานิก ทั้งคู่ได้หนีตายมาถึงเรือชูชีพประมาณลำที่ 8 เจ้าหน้าที่อนุญาตให้ไอซิเดอร์ผู้เป็นสามีสามารถลงเรือกู้ชีพไปพร้อมกับภรรยาของเขาได้เนื่องจากเห็นใจว่าทั้งคู่อยู่ด้วยกันมานาน(กฏการขึ้นเรือตอนนั้นคือให้เด็กกับสตรีไปก่อน) แต่เมื่อเหลือบมองไปยังลำเรือและคนที่รอขึ้นเรืออยู่เบื้องหลังล้วนเป็นเด็กและสตรี ไอซิเดอร์ก็รู้สึกกระดากใจที่ต้องเข้าไปแย่งที่ของเด็กและสตรี เขาตัดสินใจปฏิเสธข้อเสนอของเจ้าหน้าที่ที่ดูแลเรือกู้ชีพอย่างสุภาพ และคยั้นคยอให้ภรรยาที่น่ารักของเขาขึ้นเรือหนีไปเสียก่อนที่เรือจะจม

ช่วงวินาทีนั้นเองที่ไอด้าถอยลงจากเรือชูชีพ และกุมมือสามีต่อหน้าพยานผู้รอดชีวิตหลายคนตรงนั้นและเอ่ยคำอันบ่งบอกถึงความภักดีในหัวใจเธอว่า “ตลอดเวลาเราอยุ่ร่วมกันมา 80 กว่าปีไม่เคยแยกจาก คุณไปไหนชั้นไปด้วย เราไม่เคยทอดทิ้งกันแม้เพียงเสี้ยววินาที แล้วในวันนี้ชั้นจะทิ้งคุณเพื่อเอาตัวรอดไปเพียงลำพังได้อย่างไร หากลมหายใจของคุณต้องหยุดลงที่นี่ ชั้นจะขอให้เราหยุดมันไปพร้อมกัน”

ไอซิเดอร์เมื่อมองแววตาของภรรยาเขาก็รู้ได้ทันทีว่าคงยากที่จะเป็นการบังคับเธอ เขาทั้งคู่จึงใช้วินาทีสุดท้ายของชีวิตร่วมกันบนเรือลำนี้มองดูกันและกันจนเรือนั้นจมดิ่งลงในมหาสมุทรไปตลอดกาล

Titanic2

เรื่องราวนี้ตราตรึงมากและพยานผู้รอดชีวิตหลายคนยืนยันว่ามีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นจริงและประทับใจความรักของทั้งคู่อย่างสุดซึ้ง น่าเศร้าที่หลังจากเหตุการณ์นี้คณะกู้ภัยพบเพียงร่างไร้วิญญาณของไอซิเดอร์โดยที่ไม่ทราบว่าร่างของไอด้าลอยหายไปไหน จึงมีการจัดทำป้ายอนุสรณ์ความรักโดยจัดให้เป็นภาพของไอซิเดอร์และไอด้าเพื่อเป็นสัญลักษณ์ทดแทนให้ทั้งคู่ได้อยู่ร่วมกันไปจนนิรันดร์ตามความต้องการนั้น

อีกทั้งที่สวนสาธารณะที่เป็นที่ดินของStrausที่ใจกลางเมืองแมนฮัตตันในนิวยอร์ค ยังมีรูปปั้นของไอด้าเพื่อเชิดชูความรักของเธอที่มีต่อสามีอีกด้วย

มหาลัยแคนาดา เตรียมเปิดสอนหลักสูตร “WEED 101 นักผลิตกัญชามืออาชีพ”

ไม่น่าเชื่อว่า จะมีการเปลี่ยนแปลงหลักสูตรและกำลังจะถูกทำให้เป็นที่ยอมในอนาคตอีกด้วย สำหรับพืชสีเขียวที่ช่วยให้เราผ่อนคลายและสนุกสนานไปกับมันอย่าง “กัญชา” ที่ถึงแม้ว่าจะเป็นสิ่งที่ผิดกฏหมายในบางประเทศและถูกจัดอยู่ในยาเสพติดก็ตาม แต่ตอนนี้ก็ได้มีการต่อต้านและกำลังจะเป็นที่ยอมรับแล้ว

marijuana

โดยมีคณะทางมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในในรัฐ New Brunswick ของแคนาดา ชื่อว่า Communautaire du Nouveau-Brunswick กำลังทำเรื่องจะเปิดหลักสูตรภาคภาษาฝรั่งเศส และใช้เจ้า กัญชา มาเป็นตัวเสริมในบทเรียน โดยจะทำการสอนถึงการเรียนรู้ การเพาะปลูก และล้ำไปถึงการทำกำไรอย่างสูงจากพืชชนิดนี้อีกด้วย ซึ่งในช่วงแรก มีกระแสต่อต้านกันมามากมายถึงความไม่เหมาะสมสำหรับกัญชา แต่ในเวลาต่อมาหลักสูตรนี้ก็ได้มีการนำเสนอและกำลังจะถูกจัดให้เป็นวิชาเสริมอย่างหนึ่งในแคนาดา

marijuana

เนื่องจากว่า จัสติน ทรูโด นายกรัฐมนตรีของแคนาดา ได้มีการตรวจสอบและประกาศออกมาแล้ว ว่ากัญชา ไม่ใช่สิ่งที่จะทำให้คนเสียสติหรือให้โทษได้โดยง่าย แต่เป็นพืชที่ใช้ในการผ่อนคลาย และกำลังจะถูกจัดให้เป็นสิ่งถูกกฎหมายในอนาคตอีกด้วย โดยอาจจะเริ่มใช้ในปี 2017 แต่ยังไม่มีการประกาศอย่างเป็นทางการว่าเดือนไหน

แถมในเดือนที่ผ่านมา ทางรัฐก็เพิ่งผลิตกัญชาโดยใช้ทุนไปกว่า 3 ล้านดอลลาห์ เพื่อให้แรงงานในแคนาดาผ่อนคลายขณะพักทำงาน ซึ่งถ้าพอลองมองกลับไปในทางหลักสูตรมหาลัย ก็นับว่าเป็นเรื่องที่ดีที่จะมีหลักสูตรการสอนให้ใช้กัญชาอย่างถูกต้อง และไม่ทำให้เกิดโทษ โดยทางรัฐจะคุมเข้มในปริมาณการใช้กัญชาเพื่อเกิดประโยชน์ ทั้งมหาลัยก็จะช่วยสอนให้ผู้คนทำผลกำไรจากกัญชาและใช้มันได้อย่างพอเหมาะพอควรจะได้ไม่เกิดโทษ และไม่แน่ว่าในอนาคต อุตสาหกรรมกัญชาอาจจะเกิดขึ้นในประเทศแคนาดาและกลายเป็นผลผลิตที่สร้างกำไรให้กับประเทศก็เป็นได้ เนื่องจากทางรัฐเชื่อว่าถ้าใช้ในปริมาณที่พอเหมาะแล้วล่ะก็ มันจะมีสรรพคุณเป็นยาได้ดีทีเดียว

ที่มา – theguardian

พบซากปลาประหลาดคล้าย “นางเงือก” ที่ชายหาดอังกฤษ เจ้าหน้าที่รุดเก็บตัวอย่าง DNA

Paul Jones ชายผู้พบเจอศพน่าพิศวงเข้าโดยบังเอิญในชายหาดเกรท ยาร์เมาท์ ในนอร์ฟอล์ค ประเทศอังกฤษ ซึ่งสิ่งที่เห็นนั้น มีลักษณะคล้ายนางเงือกหรือสิ่งมีชีวิตในเทพนิยายท้องทะเล โดยสื่อได้มาทำข่าวและเก็บภาพไว้ได้ ซึ่งก็ยังไม่มีข้อพิสูจน์อะไรได้ว่า ศพที่เห็นเป็นนางเงือกจริงหรือไม่

จากสภาพศพที่เกยตื้นขึ้นมาจากฝั่ง มีลักษณะหัวเป็นมนุษย์ แต่ท่อนล่างเป็นปลา ลำตัวถูกสิ่งมีชีวิตกัดแทะจนเป็นรูโหว่ เละเทะ มีแขนข้างหนึ่งติดออกมา ไม่สามารถบ่งบอกได้แน่ชัดว่าเป็นเพศอะไร แต่ที่น่าตกใจคือศพนั้นมีหางเป็นปลาที่ดูราวกับเงือก เป็นไปได้ว่าในท้องทะเลอังกฤษแห่งนี้อาจจะมีสิ่งมีชีวิตในเทพนิยายอาศัยอยู่จริงๆก็เป็นได้

โดยนางเงือกนั้น เป็นสิ่งมีชีวิตที่ถูกเล่าสืบต่อกันมาจนกลายเป็นตำนาน ไม่มีหลักฐานใดๆหรือมีใครพบเห็นได้แน่ชัด แม้กระทั่งครั้งนี้เองก็มีผู้ชมวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างเข้มข้น ว่าสิ่งที่เห็นเป็นแค่ของหลอกตา แต่ก็มีคนกลุ่มหนึ่งเชื่อว่ามันคือนางเงือกจริงๆ อย่างไรก็ตาม กองชันสูตรจะเริ่มทำการชันสูตรศพและตรวจสอบอย่างเคร่งครัด เพื่อค้นหาความพิศวงของซากศพนี้ว่าใช้สิ่งมีชีวิตในตำนานหรือไม่ ถ้าเป็นของจริง ก็จะเริ่มทำการศึกษากลไกของศพต่อไป ว่าสามารถหายใจในน้ำและอาศัยอยู่ในทะเลได้อย่างไร เรียกว่าเป็นการค้นพบสุดประหลาดที่สามารถนำไปค้นหาต่อยอดสิ่งมีชีวิตที่เจริญกว่ามนุษย์ได้ และไม่แน่ว่า หากศพที่เจอนั้นเป็นของจริง เราอาจจะนำ DNA ของเงือกมาดัดแปลงให้มนุษย์สามารถหายใจในน้ำในอนาคตก็เป็นได้อีกด้วย

ที่มา – thesun

รักชั่วนิรันดร์

เรื่องโรแมนติกสุดแปลก คำสัญญารักชั่วนิรันดร์มีอยู่จริง

หากจะเอ่ยถึงตำนานคู่รักนิรันดร์ คุณปู่ดอนและคุณย่ามากาเรตแห่งรัฐแคโรไลนาคงจะเป็นอีกคู่หนึ่งที่มีความซาบซึ้งตรึงจิตใจไม่แพ้คู่ไหนๆในโลกโดยเรื่องราวนี้ถูกเปิดเผยในนิตยสารPeople ว่ามีสามีภรรยาคู่หนึ่งเข้ารักษาอาการป่วยที่โรงพยาบาลรัฐในเวลาไล่เลี่ยกัน โดยปู่ดอนในตอนนั้นป่วยด้วยภาวะปอดอักเสบและคุณย่าป่วยเป็นมะเร็ง จากการบอกเล่าของลูกสาวเธอกล่าวว่าพ่อและแม่ของเธอรักกันมากตั้งแต่แต่งงานมาตลอดเวลา 59ปีทั้งคู่ไม่เคยอยู่ห่างกันมาก่อน จนกระทั่งต้องมาป่วยครั้งนี้ในตอนแรกลุงดอนกับป้ามากาเร็ตถูกนำไปรักษาอยู่คนละชั้นกันเพราะเป็นผู้ป่วยคนละประเภท แต่สุดท้ายทางลูกสาวก็ขออนุญาตแพทย์เจ้าของไข้ให้ย้ายทั้งสองมาอยู่คู่กัน เพื่อดูอาการและเป็นกำลังใจให้กันและกัน

dramaทั้งหมดดูผ่านไปได้ราบรื่นจนกระทั่งอาการของคุณย่ามากาเร็ตเริ่มจะไม่ไหวไม่สามารถสื่อสารอะไรได้ แต่คุณปู่ก็จะกุมมือคุณย่าไว้ตลอดมันเหมือนกับว่าเขาคุยกันผ่านเสียงหัวใจ ในวันนั้นคุณปู่กุมมือย่ามากาเรตแล้วพูดว่า “ไม่ต้องกังวลนะมากาเร็ต ชั้นจะอยู่กับเธอ เราจะไปสู่สรวงสวรรค์ด้วยกัน มันจะเหมือนกับว่าเราได้เดินเข้าประตูวิวาห์กันอีกครั้ง เราจะได้ฮันนีมูนกันนะที่รัก”   และต่อมาไม่นานเมื่อคุณย่ามากาเรตเสียชีวิตลง คุณปู่ก็จากไปอย่างสงบในเย็นวันเดียวกันนั้นเอง

 

ทางด้านแพตตี้ผู้เป็นลูกสาวแน่นอนว่าเธอเสียใจที่ต้องเสียบุคคลอันเป็นที่รักทั้ง2ไปพร้อมๆกัน แต่เธอก็มีความสุขที่ได้ทำตามคำสั่งเสียของคุณพ่อของเธอที่ขอร้องให้ตนและภรรยาได้ดูแลกันจนลมหายใจสุดท้าย

เคล็ดลับสวยปัง ด้วยกาวNon toxic Latex(อ่านก่อนไปซื้อมาทำนะจ้ะ)

สาวๆหลายคนคงเหนื่อยกับเหงื่อเจ้ากรรมบนใบหน้าที่ทำให้เราจะต้องคอยเติมปากเติมคิ้วตลอดเวลาระหว่างวัน ไอ้จะไปทำแทททูสักปากเติมคิ้วก็แพ๊งแพงแถมยังไม่ค่อยมีเวลา วันนี้เราเลยจะมาสอนทำ Tattoo ปากคิ้วสวยเด้งติดทนนานด้วยตนเอง

ถ้าพร้อมแล้วก็เริ่มกันเลยจ้า อุปกรณ์ก็ง่ายๆไม่มีอะไรมาก

  1. กาวลาเท็กซ์(แบบNon-toxic) ดูข้างขวดกันให้ดีนะจ้ะต้อง Non-toxicเท่านั้นนะ ปากไหม้คิ้วไหม้ขึ้นมาแทนทีจะปังเดี๋ยวจะพังแทนนะเออtattoo-lip
  2. สีผสมอาหาร เลือกสีที่ชอบเลยจ้ายี่ห้อไหนก็ได้
    tattoo-lip2

    จากนั้นก็เอาทั้งสองอย่างผสมกัน โดยใส่กาว 1 ช้อนชา และ สีผสมอาหาร 9หยด
    tattoo-lip3

    แล้วก็คนๆๆๆไปเรื่อยๆจนสีผสมอาหารลายรวมกับกาวจนเป็นเนื้อเดียวกัน
    tattoo-lip4

    เมื่อส่วนผสมได้ที่แล้ว ก็เช็ดทำความสะอาดริมฝีปากเราให้เกลี้ยงเกลา แล้วละเลงเลยจ้า
    tattoo-lip5

    จากนั้นก็รอให้กาวแห้ง แล้วลอกออก แค่นี้เราก็จะสวยเป๊ะปังไปตลอดทั้งวัน (สีคิ้วก็ทำแบบเดียวกันเลยจ้ะ)

    tattoo-lip6

 

CREDIT : ซูซูยะจัง >>  https://www.youtube.com/watch?v=qcQJ_V6ocHc 

เผยเบื้องลึกสุดเศร้า! ที่น้อยคนนักจะรู้ของการ์ตูนในตำนาน “เคอเรจ เจ้าตูบจอมขลาด”

เด็กๆในยุคการ์ตูนเนตเวิร์คคงรู้จักกันดี กับ “เคอเรจเจ้าตูบจอมขลาด นำแสดงโดย “เคอเรจ” เจ้าตูบจอมขี้ขลาด เจ้าหมาสีชมพูที่อาศัยอยู่กับเมอเรียล และสามีของเธอที่ชื่ออูซติสแบต พวกเขาทั้งหมดอยู่ในเมืองโนแวร์…” คนเขียนดูทุกวันจนซึมซับเข้ากระแสเลือดเลยทีเดียว เอาเป็นว่าภายใต้การ์ตูนตลกๆที่เราเคยเข้าใจผิดว่ามันเป็นการ์ตูนสำหรับเด็ก แท้จริงแล้วมันดาร์คคอมเมดี้ไม่แพ้แฮปปี้ทรีเฟรนด์เลยทีเดียว

โดยความสะเทือนใจของเนื้อเรื่องว่ากันว่ามันแฝงอยู่ในตอนจบ Season1 ของนักเขียนคนแรก โดยเนื้อเรื่องตอนสุดท้ายตัวร้ายหลักคือจรเข้เจ้าของโรงละครเคลื่อนที่ ที่หลอกให้เมอเรียลกับอูซติสแสดงละครบนเวทีจนกลายเป็นหุ่นกระบอก ถึงแม้ครั้งนี้ “เคอเรจ” จะสามารถกำจัดเจ้าตัวร้ายโดยหลอกให้มันเป็นหุ่นกระบอกเหมือนเจ้านายของมัน แต่เจ้าหมาน้อยก็ไม่สามารถทำให้ เมเรียลและอูซทีสกลับมาเป็นคนได้อีก

Creepy-toon

เรียกได้ว่าทั้งสองคนตายจากมันไปแล้วจริงๆ โดยตอนจบของซีซั่นนี้จบลงตรงที่เคอเรจกลับมาบ้านและเชิดหุ่นอูซทีสให้ใส่หน้ากากแกล้งตัวเองเหมือนทุกๆวัน และเชิดเมอเรียลให้ลูบหัวปลอบใจตนเองเหมือนทุกครั้ง ก่อนจะปิดฉากด้วยการหัวเราะแบบบ้าคลั่งของเคอเรจ ซึ่งสิ่งนั้นคือสัญญาณบอกว่าเจ้าหมาน้อยได้เป็นบ้าไปและเสียใจมากจริงๆที่ไม่สามารถนำเจ้าของกลับมาได้อีก และซีซั่นต่อจากนั้นเป็นเพียงเรื่องราวที่เจ้าหมาเชิดหุ่นหลอกตัวเองว่าทุกอย่างยังเกิดขึ้นเหมือนเรื่องปกติในทุกๆวัน

Creepy-toon3

เสริมนิดนึงสำหรับคนยังไม่รู้ ในตอนจบ Season4 จะมีเรื่องราวซึ้งๆเกี่ยวกับพ่อแม่ของเคอเรจและตอนที่เมอเรียลเก็บเคอเรจมาเลี้ยงด้วยนะจ้ะ ซึ่งถ้าเราลองคิดดูว่าหากซีซั่นที่เหลือทั้งหมดเป็นความคิดของเคอเรจเพียงคนเดียวเรียกได้ว่ามันคงปวดใจบางคนถึงกับบอกว่ามันคงใกล้ตายเพราะคนเราช่วงขณะที่กำลังจะตายภาพในอดีตทั้งหมดมันจะย้อนกลับคืนมารีรันในสมองเราแม้กระทั่งเรื่องที่เราเกือบลืมหรือลืมไปแล้ว

รู้แบบนี้แล้วยังจะมองว่าเรื่องนี้เป็นการ์ตูนสำหรับเด็กได้อยู่ไหมเนี่ย … บอกได้คำเดียว “สงสาร”