ตำนานความเชื่อเก่าแก่เกี่ยวกับ “เจตภูต หรือ วิญญาณ” ที่มนุษย์ทุกคนต้องมี (ไสยศาสตร์)

หลายคนในอดีตคงจะต้องเคยได้ยินเรื่องเล่าตำนานของ เจตภูต อย่างแน่นอน ซึ่งหากสำหรับใครที่ยังไม่เคยรับรู้ถึงเรื่องเจตภูต เราจะมาเล่าและเจาะลึกกันครับว่า ในโลกของเรามีความเชื่อในเรื่องของเจตภูตด้วย ซึ่งความลึกล้ำของเจตภูตมันอยู่ไม่ไกลจากตัวเรามากมายเท่าไหร่นัก เพียงแต่เราจะไม่สามารถรับรู้ได้เท่านั้นเอง เพราะในช่วงเวลาแต่ละเวลาของภูติตัวนี้ มันต่างกัน!

ว่าด้วยเรื่องของเจตภูตของตัวเอง ก็คือ วิญญาณของเราเอง แต่จะไม่สามารถรับรู้หรือจดจำเรื่องราวในระหว่างที่ออกจากร่างได้ เขาว่ากันว่า เจตภูต จะเป็นร่างแยกของวิญญาณหรือพลังงานของเรา ที่ปรากฏขึ้นในเวลาที่เรานอน จะออกจากบริเวณเท้าของเรา ไปจนถึงหน้าอก ภูตเหล่านี้  จะเที่ยวเร่ร่อนออกไปตอนกลางคืน เพื่อให้เราหลับสนิทไม่รู้ตัว เมื่อใดก็ตามที่เรารู้สึกตัวจนตื่นขึ้น นั่นหมายความว่า เจตภูตกลับมาเข้าร่างกลางคันนั่นเอง

ความเชื่อของเจตภูตจะว่ากันว่ายิ่งแก่ตัวไป จะยิ่งเข้ากลับเข้าร่างได้ยาก หากเมื่อใดที่เข้าร่างไม่ได้แล้ว นั่นหมายความว่าร่างสังขารอันนั้นเริ่มหมดจากกายหยาบแล้ว คนๆนั้นก็จะค่อยๆตายลงและวิญญาณออกจากร่าง หรือหากเมื่อใดที่เกิดพิธีกรรมจนทำให้เจตภูตกลับเข้าร่างไม่ได้ ก็จะตายเช่นกัน ฉะนั้นแล้ว จึงมีความเชื่อมาแต่โบราณว่า อย่าใช้สิ่งของหรืออะไรบางอย่างที่เกี่ยวกับคุณไสย ทาที่บริเวณเท้า ไม่งั้น เจตภูตจะออกไม่ได้ และทำให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บ หรือถ้าออกได้ แต่กลับเข้าร่างไม่ได้ ก็จะตายไปนั่นเอง

นอกจากนั้น เจตภูตยังแบ่งออกเป็นประเภทได้หลากหลาย ไม่จำเป็นต้องเป็นเจตภูตประจำตัวของเราก็ตาม บ้างก็ว่ามักจะมีหมอผี ชอบทำวิชาเรียกเจตภูตมาทำเป็นยาเสน่หรือคุณไสยทางกามมารมณ์ หรือไม่ก็มีเจตภูตประเภทคอยช่วยเหลือเตือนภัยเวลาจะประสบอุบัติเหตุอีกด้วย แต่ก็ต้องขึ้นอยู่ที่ว่า เราจะมีบุญบารมีมากน้อยแค่ไหน

ขอขอบคุณเครดิตข้อมูลจาก http://www.watkaokrailas.com/

นักโบราณฯ พบศพที่ถูกทรมานด้วยวิธีสุดเลวร้าย! เพราะถูกคิดว่าเป็น “ผีดูดเลือด หรือ แวมไพร์”

ความเชื่อต่างๆที่สืบต่อกันมา บางอย่างมักจะเป็นความเชื่อที่เห็นได้ทั่วไปและมโนกันไปเองทั้งนั้น ทำให้คนในช่วงยุคปลายศตวรรษที่ 16 ล้วนขาดความรู้ความเข้าใจในเหตุและผล รวมถึงทำให้คนหลายๆคนที่แปลกแยกออกไปล้มตายด้วยสาเหตุที่ไร้สาระมากๆด้วย เหมือนดังเช่นเหตุการณ์ดังต่อไปนี้ ที่เรื่องราวเกิดขึ้นในสมัยที่อิตาลี กำลังประสบภัยจากโรคระบาด ผู้คนจำนวนมากต่างล้มตายกันด้วยกาฬโรค ซึ่งในยุคเป็นเรื่องยากแก่การรักษา มีทางเดียวที่จะสามารถยึดเหนี่ยวจิตใจชาวบ้านให้รอดพ้นได้ก็คือ ความเชื่อที่ว่า สาเหตุจากโรคดังกล่าว มาจากผีดูดเลือด และพวกเขาจะต้องหาบุคคลที่ส่อแววพฤติกรรมใกล้เคียงผีดูดเลือดมากที่สุด ซึ่งก็มีผู้เคราะห์ร้ายต้องเสียชีวิตอย่างทรมานมากมาย

แน่นอนว่า ต้นเหตุของการตายของผู้คน เกิดขึ้นมาจากโรคระบาด แต่ผู้คนก็ยังเชื่อเรื่องภูตผี ปีศาจ โดยเฉพาะกับหมอผีนักเวทย์ ที่คิดว่าสิ่งเหล่านี้จะนำภัยร้ายมาสู่บ้านเมือง จนถึงขนาดจับผู้หญิงที่คิดว่าเป็นผีดูดเลือดมากระทำการทารุณ โดยการเอาก้อนอิฐยัดปาก และทรมานจนกว่าจะตาย โดยเชื่อว่า การกระทำแบบนี้จะสามารถไล่ผีดูดเลือดออกไปได้

ศพโครงกระดูกที่ตายจากกาฬโรค

เรื่องราวอันน่าเศร้าถูกฝังกลบไปพร้อมกับศพมากมายในยุคนั้น จนเวลาต่อมา มีการขุดพบโครงกระดูกมากมาย ที่ตายเพราะสาเหตุติดเชื้อกาฬโรค บ้างก็จัดพิธีใส่โลงอย่างสวยงาม แต่บางศพก็นอนตายเกลื่อนทับถมกันมากมาย โดยเฉพาะกับศพที่ถูกฆ่าทรมาน ก็ได้มีร่องรอยของกะโหลกศีรษะแตก รวมถึงกระดูกกรามได้ง้างจนสุดเพื่อคาบอิฐหินขนาดใหญ่เอาไว้ ใบหน้าของโครงกระดูกนั้นบ่งบอกได้ถึงความเจ็บปวดทรมานได้ทันทีที่เห็น ซึ่งเรียกว่า หน้าประวัติศาสตร์ในยุคสมัยนั้น ถือเป็นความอัปยศและความเชื่อแบบผิดๆ จนต้องทำให้คนธรรมดาต้องตายอย่างสูญเปล่าเลยทีเดียว

ที่มา – nationalgeographic