ล้วงลึกตำนานเทพแห่งดวงจันทร์ “อาร์ทีมิส” เทพีผู้มีนมมากถึงสิบเต้า!

Artemis(1)

หากให้พูดกันถึงเรื่องของเทพในนิยายกรีกโบราณ ที่เรานำมาเล่ากันเป็นตำนานจนถึงปัจจุบันนี้ หลายคนอาจจะรู้เรื่องเพียงแค่เทพไม่กี่องค์และตำนานแปลกๆไม่กี่เรื่อง เช่นจำนานเทพเจ้าซุส โพเซดอน อพอลโล เป็นต้น ซึ่งในแต่ละเหตุการณ์ บางตำนานก็เล่าถึงที่มาของการกำเนิดโลกและความแปลกประหลาดของเทพแต่ละองค์ จนทำให้เกิดเป็นเรื่องราวหลอกเด็กบ้างว่า มันอาจจะเป็นจริง เพียงแต่เราไม่รู้ก็ได้ โดยเฉพาะกับเรื่องลูกของเทพซุส ซึ่งมีมากมายนับร้อยองค์ก็ต่างแยกเรื่องราวกันออกไปหลายต่อหลายเรื่อง หนึ่งในนั้นก็คือ เทพีอาร์ทีมิส นั่นเอง

ds

เทพีอาร์ทีมิส เป็นฝาแฝดของเทพอพอลโลผู้ยิ่งใหญ่ และเป็นลูกของเทพเจ้าซุส เธอได้ขึ้นชื่อในเรื่องของการนับถือฐานะเทพีแห่งดวงจันทร์ รวมถึงถือเพศพรหมจรรย์ ไม่มีความสัมพันธ์ใดๆกับเทพชายองค์อื่นๆเลย จนร่างกายของนางมีลักษณะที่แปลกออกไปทางด้านการเจริญพันธุ์ที่สมบูรณ์ นั่นคือ นางมีนมย้อยลงมามากกว่า 10 เต้า แสดงให้เห็นถึงการเจริญพันธุ์ที่แข็งแรง ซึ่งบางส่วนก็ย้อยออกมาจากผ้าคลุมหรือการแต่งกายในสมัยเมโสโปเตเมียด้วย

1546119_KMYOLt8KDe1054

และถึงแม้ว่านางจะมีลักษณะที่สมบูรณ์วัยกว่าเทพองค์อื่นๆ แต่นางก็สามารถทำอะไรได้หลายอย่าง อย่างทะมัดทะแมงได้ ทั้งๆที่มีนมเป็นสิบเต้า โดยบางตำนานเล่าว่า แท้จริงแล้ว เทพีอาร์ทีมิส ไม่ได้มีนมมากมายขนาดนั้นแต่ที่ห้อยจนเลยผ้าคลุมออกมานั้น คืออัณฑะวัวที่ชาวบ้านนำมาถวายสักการะต่างหาก ซึ่งมันเป็นตัวแทนแห่งความเจริญพันธุ์ในสมัยนั้น รวมถึงบางตำนานก็กล่าวว่า มันไม่ใช่อัณฑะ แต่เป็น ไข่ผึ้ง ที่มีความเชื่อกันว่า ผึ้งสามารถออกลูกออกหลานได้โดยไม่ต้องผสมพันธุ์ ซึ่งก็แสดงให้เห็นถึงการรักษาพรหมจรรย์ในสมัยนั้นได้เป็นอย่างดี

ที่มา – https://www.silpa-mag.com/

ทำความรู้จัก ตำนานโบราณ “เสือเย็น” วิชาอาคมที่ทำให้มนุษย์กลายร่างเป็นเสือได้

หากจะเอ่ยถึงเรื่องราวของมนุษย์ที่กลายร่างเป็นสัตว์หรือสัตว์กลายร่างเป็นคน อาจจะคุ้นเคยกันแล้วกับ มนุษย์หมาป่า เสือสมิง แต่คงมีหลายท่านที่ยังไม่เคยได้ยินตำนานของ “เสือเย็น” หรืออาจจะเคยได้ยินแล้วแต่เข้าใจว่าเป็นสมิงก็เป็นได้ จะขอเล่าง่ายๆก่อนว่าเสือเย็นกับเสือสมิงจริงๆนั้นไม่เหมือนกันตรงที่ เสือเย็น คือคนที่ใช้วิชาอาคมเพื่อกลายร่างเป็นเสือ สามารถคุมสติตนเองได้ไม่อาละวาดไม่ฆ่าคน ในขณะที่สมิงจะเป็นแบบควบคุมสติตนเองไม่ได้เมื่อกลายร่างเป็นสมิง

ลักษณะทางกายภาพ หากเป็นเสือเย็นจะมีนัยน์ตาเป็นมนุษย์ ในขณะที่สมิงจะมีนัยน์ตาเป็นจันทร์เสี้ยวเหมือนตาแมว เสือสมิงตามเรื่องเล่าอาจเป็นเสือที่กินคนมากๆ จนมีวิญญาณคนเข้าสิงทำให้สามารถจำแลงร่างเป็นคนได้บางครั้งหรือบางเรื่องก็กล่าวว่าเสือสมิงคือคนที่ใช้คาถาอาคมเหมือนเสือเย็นแต่ทำผิดศีลและผิดต่อครูบาจนของเข้าตัวทำให้กลายเป็นสมิง

นิสัยการออกหากิน หากเป็นเสือป่าจริงๆจะกินและล่าเพื่อพออิ่ม มื้อหนึ่งอยู่ได้หลายวัน แต่หากเป็นสมิงมักจะล่าเหยื่อเพื่อความบันเทิงของตนมันมักจะเล่นกับเหยื่อและทำร้ายเหยื่อก่อนจะกินเป็นอาหารซึ่งจะกระทำแบบนี้ครบสามมื้อเหมือนวิสัยมนุษย์ และในขณะที่เสือป่าและเสือสมิงกินเนื้อ เมื่อมองกลับมาที่เสือเย็นขณะที่หิวเสือเย็นจะกลายร่างคืนเป็นคนเพื่อหาผักผลไม้ในป่ากินเมื่ออิ่มก็จะบริกรรมคาถากลับร่างคืนเป็นเสือเย็นต่อไป และหากจะดื่มน้ำในลำธารจะใช้ปากจุ่มไปทั้งปากมิได้ใช้ลิ้นเลียวักน้ำเข้าปากเหมือนเดรัจฉานทั่วไป

ชาวป่าชาวเขากล่าวว่า เสือเย็นมักจะไม่ไล่ล่าแต่จะคอยปกปักษ์รักษาคนที่เดินผ่านแนวป่าไม่ให้เกิดอันตราย บางครั้งก็ออกมาเพื่อคอยคุ้มครองพระธุดงค์เพื่อไม่ให้โดนโจรป่าหรือสัตว์ป่าทำร้าย

เสือเย็น

อาคมแปลงกายเป็นเสือนี้มักจะใช้ควบคู่กับยันต์เสือต่างๆ ในที่นี่จะหยิบคาถาเสือ๗ป็อดขึ้นมาเป็นตัวอย่าง(ป็อด=ถ้ำ,จำศีล) หมายถึงยันต์เสือมีเจ็ดส่วน คือ เท้าทั้งสี่ หางหนึ่ง อกหนึ่ง หัวหนึ่ง และมีการครอบหัวเสือหรือห่มหนังเสือในช่วงของการสัก ระหว่างที่สักแต่ละส่วนเสร็จ จะถูกปลุกให้กระโดดงับเนื้อสด เมื่อครบเจ็ดส่วนและกินเนื้อจนหมดก็ให้อาบน้ำเจ็ดบ่อ วันถัดมาสักอีกวง 7 ส่วนกระทำเหมือนเดิมเป็นอันสำเร็จพิธี ผู้ที่ลงอักขระคาถานี้มีสิ่งที่ต้องปฏิบัติตาม 3 ข้อคือ ไม่ทำผิดต่อครูบาไม่รักษาคำสัตย์ที่ให้ ไม่กินเหล้าซาก(กินร่วมแก้วคนอื่น)หมากเหลือ(หรือของที่ลอดชายกระโปรงหญิง)  และห้ามอาบน้ำเจ็ดบ่อในวันเดือนดับ หากละเมิดข้อห้ามทำในสามสิ่งนี้ของจะเสื่อมเข้าตัวจนทำให้กลายเป็นสมิง