Salt Ponds นาเกลือหลากสีที่สวยที่สุดในโลก! ศิลปะที่เกิดจากความเจ๋งของวิทยาศาสตร์

นาเกลือส่วนใหญ่แล้วโดยปกติจะเต็มไปด้วยพื้นที่สีขาวโพนสุดลูกตา แต่มีนาเกลืออยู่ที่หนึ่งที่ไม่ปกติเพราะมันไม่ได้มีแค่สีขาวหนะสิ ซึ่งหลายคนคงรู้จักทะเลสาบ “Pink Lagoon” ที่น้ำทะเลกลายเป็นสีชมพูสด เหตุเพราะที่ได้รับอิทธิพลจากแพลงตอนแดงและกุ้งทะเลจำนวนมหาศาลที่สีของพวกมันตกตะกอนเกิดกระบวนการทางเคมีและผสมกับน้ำทะเลจนเปลี่ยนสี ซึ่งนาเกลือแห่งนี้ก็มีลักษณะเฉพาะทำนองนี้เหมือนกัน แต่ไม่ใช่สีเดียว! และจะเป็นสีอะไรบ้างไปดูกัน

Salt-Ponds-08-26-08-092

kapook_world-102504

สถานที่ตั้งของนาเกลือที่สวยที่สุดแห่งนี้อยู่ที่ San Francisco’s Salt Ponds (อ่าวซานฟรานซิสโก) ในบริเวณนี้มีนาเกลือเป็นจำนวนมาก และเป็นแหล่งเกลือสำหรับอุตสาหกรรม ที่สำคัญสำหรับอเมริกาเลยก็ว่าได้ โดยสาเหตุของสีสันอันสวยงามหลากเฉดสีนี้เกิดมาจาก พืช และสัตว์ ในน้ำทะเลบริเวณนี้ ซึ่งทางรัฐบาลได้ซื้อคืนพื้นที่นาเกลือบริเวณดังกล่าวเพื่อ นำมันกลับมาเป็นพื้นที่ป่าชายเลน ที่จะใช้สำหรับอนุบาลเหล่าสัตว์ทะเลช่วงตัวอ่อนแล้ว

บริเวณทะเลสีเขียว

เป็นพื้นที่ที่เหมาะสมสำหรับการเจริญเติบโตของ “สาหร่ายสีเขียว” เป็นอย่างมากทำให้มีสาหร่ายเขียวชุกชุมบริเวณนี้ เนื่องด้วยกระบวนการทางเคมีที่ได้กล่าวไปข้างต้น ทำให้มันผสมกับน้ำทะเลกลายเป็นสีเขียวสด  โดยทะเลในโซนนี้เป็นจะมีความเค็มต่ำ

บริเวณทะเล สีแดง ส้ม เหลือง ชมพู

kapook_world-102502

เป็นพื้นที่ที่เหมาะสมสำหรับการเจริญเติบโตของ “สาหร่ายสีแดง”  บวกกับกุ้งทะเลขนาดเล็กที่เรียกว่า “Brine Shrimp” และแพลงตอนแดงจำนวนมหาศาล โดยทะเลในโซนนี้เป็นจะมีความเค็มสูง

ที่มา – wowboom ,world.kapook

“Photonic Fence” อุปกรณ์สุดไฮเทคที่สามารถจัดการกับยุงร้ายด้วยลำแสงเลเซอร์!

photonic_fence_2014__largeพวกคุณทุกคนต้องเคยประสบปัญหากับแมลงตัวเล็กๆอย่าง ยุง แมลงหวี่ แมลงวัน และอื่นๆอีกมากมาย ที่คอยกัดคอยตอมคุณอยู่เป็นแน่ และที่สำคัญมันอาจนำเชื้อโรคมาด้วยก็ได้ ซึ่งถือว่าเป็นอันตรายต่อมนุษย์อย่างมาก โดยเฉพาะเจ้ายุงร้าย วันนี้ Flagfrog จะพาคุณมาพบกับเทคโนโลยีสุดไฮเทคที่สามารถจัดการกับพวกมันด้วยเลเซอร์! เจ้าสิ่งนี้มีชื่อว่า “Photonic Fence” มันสามารถยิงยุงที่บินอยู่ด้วยเลเซอร์โดยที่คุณไม่ต้องเล็ง ไม่ต้องทำอะไร เพราะมันทำงานแบบอัตโนมัติ โดยจุดมุ่งหมายในการสร้างคือการใช้จัดการกับไข้มาลาเรีย ที่มุ่งเป้าหมายไปที่ยุงที่เป็นต้นเหตุในการแพร่เชื้อนั่นเอง

หลักการทำงานของ Photonic Fence จะมีอยู่ 2 ขั้นตอน 

การใช้เซ็นเซอร์ในการตรวจจับความถี่ของการกระพือปีกของแมลงชนิดใดก็ตามที่ผ่านเข้ามา จากนั้นเมื่อเจอเป้าหมายแล้วเลเซอร์จะทำการยิงไปที่ปีกของแมลงให้ไหม้เป็นจุน! โดยที่คุณไม่ต้องทำอะไรเลย ที่สำคัญประหยัดไฟมากและสามารถใช้โซลาร์เซลล์หรือพลังงานแสงอาทิตย์ได้นั่นเอง อีกทั้งยังสามารถนำไปใช้กำจัดศัตรูพืชต่างๆ จำพวกแมลงมีปีก ที่มากัดกินผลผลิตได้ด้วย สุดยอด!

แนวทางการนำไปใช้งาน

pft_clinic__large

pft_field__large

 

 

ที่มา: intellectualventures ,Tech Insider

Mafia ออกโรงเตือน ISIS อย่าคิดแหยมเมกาถิ่นของตน ไม่เช่นนั้นได้เจอของจริงแน่นอน!

Giovanni Gambino ลูกชายของ John Gambino ซึ่งเป็น 1 ใน 5 ตระกูลมาเฟียชื่อดังและทรงอิทธิพลที่สุดกลุ่มหนึ่งของมหานครนิวยอร์ก ที่ออกโรงเตือนกลุ่มก่อร้ายว่า อย่าได้คิดจะมายุ่งกับสหรัฐอเมริกา หรือนิวยอร์ก ถ้าไม่อยากมีปัญหากับมาเฟีย

Giovanni ได้เปิดเผยว่าทั้ง FBI และกองกำลังป้องกันประเทศนั้นตื่นตัวช้าเกินไปแล้ว พวกเขาประมาทความฉลาดของมนุษย์ที่บางครั้งก็อยู่เหนือความสามารถที่เทคโนโลยีที่ดีที่สุดจะตามได้ทัน แต่สิ่งเหล่านั้นไม่เคยหลุดพ้นการมองเห็นของมาเฟียนอกกฎหมายไปได้ และหากมีอะไรเกิดขึ้น มาเฟียอย่างพวกเขาและกลุ่มพันธมิตรก็พร้อมจะออกมาเคลื่อนไหวบนท้องถนน

มาเฟียนั้นอยู่ในเงามืดและไม่ค่อยมีใครอยากต้อนรับ แต่ทุกอย่างบนโลกล้วนมีดีและเลวปะปนกันไป หากผู้ก่อการร้ายคิดจะเป็นศัตรูกับโลก นั่นคือโอกาสที่เราจะได้เห็นด้านสว่างของมาเฟีย

อาจฟังดูเหมือนเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ที่มาเฟียจะกลายมาเป็นฮีโร่ในการต่อสู้กับกลุ่มก่อการร้าย แต่จากข้อมูลของตำรวจในตอนใต้ของอิตาลีระบุว่า มาเฟียนั้นเป็นพันธมิตรที่ดีในการรับมือกับพวกก่อการร้าย เพราะคนกลุ่มนี้จะอยู่นอกกฎหมาย แต่พวกเขาก็สามารถสร้างความหวาดกลัวให้กับคนจากต่างถิ่นได้เป็นอย่างดี และที่สำคัญ…คนพวกนี้รักบ้านเกิดของตัวเองมากกว่าที่หลายคนคิด

ที่มา – dailymail , yaklai , konbini

Cat and Witchcraft พิธีกรรมสุดสยองในยุคล่าแม่มด ที่สะเทือนใจคนรักแมวมากที่สุด!

เรื่องราวของชาวฝรั่งเศสในศวรรษที่18 อาจจะฟังดูปกติหากจะบอกว่า ในยุคนั้นมีประเพณีเฉลิมฉลอง ณ ใจกลางเมืองปารีสด้วยการจุดกองไฟกองใหญ่เหมือนประเพณีรอบกองไฟทั่วๆไป แต่จะว่าอย่างไรหากเราบอกว่า พวกเขากระทำการสุดสยอง

โดยการโปรยแมวเป็นๆกระสอบใหญ่ลงจากที่สูงเหนือกองไฟลุกโชนนั้น เพื่อดูพวกมันดิ้นรนอย่างทุกข์ทรมานและโหยหวนในกองไฟนั้นอย่างบันเทิงใจในยามค่ำคืน ก่อนจะมาตามเก็บเศษเถ้ากระดูกของพวกมันต่อในรุ่งสางเพื่อเป็นเครื่องรางของขลัง ส่วนทำไมถึงต้องเป็นแมวอาจเป็นเพราะในยุคนั้น แมวถือเป็นสัตว์แทนตัวแม่มดและพลังอำนาจของปีศาจก็เป็นได้ และยังมีความอำมหิตอีกมากทั่วกรุงฝรั่งเศสนอกเหนือจากปารีสเช่น ในเมืองเซน ชามงด์ จะมีเทศกาลไล่จับแมวที่ถูกจุดไฟทุรนทุรายไปตามถนน หรือการเริงระบำกันอย่างมีความสุขไปรอบๆเสาที่มีแมวแขวนทั้งเป็นๆ ในเบอกันดี และลอว์เรนซ์ ต่อมาไม่นานเหมือนคำสาปแช่งของเหล่าแมวผู้บริสุทธิ์ก็เกิดการแพร่ระบาดของกาฬโรคในฝรั่งเศสและมีผู้คนล้มตายเป็นจำนวนมาก พวกเขาส่วนใหญ่จบชีวิตอย่างทุกข์ทรมานตามบาปที่เขากระทำ

อนึ่งไม่ใช่ทั้งหมดของชนชาติยุโรปที่มองว่าแมวเป็นปีศาจไปเสียหมด เพราะในขณะที่ฝรั่งเศสและอิตาลีมองว่าแมวเป็นปีศาจ แต่ในเมืองผู้ดีอย่างประเทศอังกฤษกลับมองว่าแมวเป็นสัตว์มงคล โดยเฉพาะแมวดำจะเป็นสิ่งป้องกันอันตรายและหมายถึงความมั่งคั่งในบางพื้นที่อีกด้วย

ฟิลิปปินส์โหดสั่งแบนเกม DotA (ดอทเอ) เหตุทำคนหัวร้อน ตีกันบ่อยแทบทุกวัน!

ขอเข้าเนื้อหาข่าวเลยละกัน ย่าน Barangay Salawag เขตนึงของเมือง Cavite ประเทศฟิลิปปินส์ เป็นย่านที่มีร้านอินเทอร์เน็ต คาเฟ่ หรือเรียกง่ายๆว่าร้านเกมอยู่มากมาย ถูกทางการสั่งให้ลบเกม Dota ออกจากเครื่องคอมพิวเตอร์ทุกเครื่องให้หมด นั่นเป็นเพราะว่า นักเล่นเกมจำนวนมากที่เข้าไปใช้บริการในร้านเกมนั้น ทะเลาะและตีกันเกือบทุกวัน เพราะจากผลสำรวจพบว่าร้านเกมส่วนมากในเขตเมืองนีเลือกเล่นเกม Dota มากที่สุดนั่นเอง

และนี่ก็ไม่ใช่คำเตือนหรือคำบอกกล่าวธรรมดา เพราะหากใครฝ่าฝืนจะมีบทลงโทษที่รุนแรงมาก ร้านเกมร้านใดที่ยังมีเกม Dota อยู่ในเครื่องนั้นจะถูกสั่งปิด สั่งปรับ และเพิกถอนใบอนุญาติเลยทีเดียว จากข้อมูลของสำนักข่าวท้องถิ่นยังบอกอีกว่า สาเหตุที่ทางการต้องทำเช่นนี้ก็เพราะว่ายังมีการเปิดพนันแพ้ชนะในการเล่น Dota ในแต่ละรอบอีกด้วย

ที่มา – dailydot

งานวิจัยชี้! พ่อแม่ที่เข้มงวด ผลักดันลูกเกินไป กำลังทำให้ลูกเป็นคนขี้โกหก

 

Philippa Perry นักจิตบำบัดสาวชาวอังกฤษ ให้ความเห็นสนับสนุนงานวิจัยของ Dr.Victoria Talwar นักจิตวิทยาชาวแคนาดา ว่า พฤติกรรมของเด็กมักจะได้รับอิทธิพลมาจากการเลี้ยงดูของพ่อแม่ ถ้าหากพ่อแม่เข้มงวดกับลูกของตัวเองมากจนเกินไปจะส่งผลให้เด็กกลายเป็นคนขี้โกหก เพราะว่าพวกเขาจะไม่รู้สึกปลอดภัยทันทีถ้าหากพูดความจริงออกมา

ทั้งนี้ ผลงานวิจัยของ Victoria Talwar ได้ทำการวิจัยโดยการสุ่มเลือกเด็กจากโรงเรียนในแอฟริกาตะวันตกมา 2 โรงเรียน ซึ่งความแตกต่างระหว่างสองโรงเรียนก็คือการบังคับใช้กฎระเบียบ โดยโรงเรียนหนึ่งจะมีกฎที่ไม่เข้มงวดมาก กับอีกโรงเรียนที่มีกฎเข้มงวดมาก และทำการทดสอบให้เด็กเดาว่าวัตถุอะไรที่ทำให้เกิดเสียงโดยที่ห้ามมอง

liars

จากผลการทดสอบพบว่า เด็กที่อยู่ในโรงเรียนที่มีกฎไม่เข้มงวดนัก เด็กๆ จะโกหกบ้าง บอกความจริงบ้าง แต่ขณะที่เด็กที่อยู่ในโรงเรียนเข้มงวดจะพูดโกหกทันที ต้นเหตุที่เด็กต้องโกหกทั้งหมดทั้งมวลก็มาจากความรู้สึกไม่ปลอดภัยที่จะพูดความจริง พวกเขาจะสร้างเรื่องโกหกเพื่อให้หลุดผลจากปัญหา ซึ่งนับว่า ผลการวิจัยชิ้นนี้จะช่วยผู้ปกครองสำหรับการเลี้ยงดูลูกหลาน ว่าพวกคุณอยากให้ลูกหลายเติบโตมาแบบคนแบบไหน

ที่มา – Daily Mail