เซ็กส์แรก! หนุ่มอายไม่กล้าซื้อถุงยาง ใช้ถุงพลาสติกแทน…ผลที่ได้มันโคตรไม่คุ้มเลย

เหตุการณ์นี้ถูกเผยแพร่จากเว็บไซต์ข่าวของอังกฤษ “Daily Mail” ที่เขียนถึงหนุ่มสาววัยรุ่นนักศึกษาที่ไม่ระบุชื่อคู่หนึ่งในประเทศเวียดนาม ที่ต้องการจะมีเพศสัมพันธ์กัน แต่…นี่คือครั้งแรกของพวกเขานี่สิ! ทำให้ฝ่ายชายจะต้องไปซื้อถุงยางอนามัยที่ร้านสะดวกซื้อ แต่ไฉนเลยเขากลับไม่กล้าเพราะอายคนในร้าน เขาจึงได้ประดิษฐ์การป้องกันขณะมีเพศสัมพันธ์ด้วยตัวเองโดยการนำถุงพลาสติกธรรมดามาสวมอวัยวะเพศแล้วร่วมเพศแทน0-38

ผลที่ได้คือทั้งสองฝ่ายได้รับบาดเจ็บอย่างหนัก โดยทั้งคู่มีอาการอวัยวะเพศฉีกขาดจนมีเลือดออก ซึ่งหลังจากนำส่งโรงพยาบาล Nephrology ในกรุงฮานอย ทางแพทย์ได้ให้ยาปฏิชีวนะ และยาฆ่าเชื้อแก่พวกเขา เพื่อป้องกันการติดเชื้อบริเวณอวัยวะเพศ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเองก็ให้ความรู้ด้วยว่า ถุงพลาสติกชนิดใดๆก็ตามนั้นมีผิวที่หยาบและไม่มีความยืดหยุ่นใดๆ เหมือนกับถุงยางอนามัย จึงสามารถทำให้อวัยวะเพศฉีกขาดได้ทั้งนี้จากการสำรวจความเห็นนักศึกษามหาวิทยาลัยจำนวน 2,700 คน ซึ่งจัดทำโดยคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยฮานอย พบว่ามีนักศึกษา 16 เปอร์เซ็นต์ ยอมรับว่าตนมีเพศสัมพันธ์กับคู่รัก แต่ในจำนวนนี้มีเพียง 1 ใน 3 เท่านั้นที่ใช้ถุงยางอนามัยในการมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรก และ 1 ใน 4 ยอมรับว่าอายที่จะซื้อถุงยางอนามัย

ปล. การป้องกันเป็นส่งที่ถูก แต่ต้องทำให้ถูกวิธีด้วย อย่าได้อาย ยืดอกพกถุงเถอะครับ

ที่มา –  hilight.kapook

Aokigahara อาโอกิกาฮาระ (ป่าแห่งการฆ่าตัวตาย) ปริศนาป่ามรณะ แห่งประเทศญี่ปุ่น

ไม่อยากจะเชื่อเลยว่า ใต้สถานที่ที่งดงามและมีมนต์ขลังอย่างภูเขาไฟฟูจิยาม่า สัญลักษณ์ของประเทศญี่ปุ่นนั้น มีสถานที่ๆเรียกว่า ป่าฆ่าตัวตาย หรือ ที่รู้จักกันดีในชื่อ อาโอคิงาฮาระ ป่าแห่งนี้เป็นสถานที่ที่มีคนฆ่าตัวตายมากเป็นอันดับ 2 ของโลก ในแต่ละปีประชากรที่มาฆ่าตัวตายที่นี่นั่นมีมากกว่า 100 คน และส่วนใหญ่คือฆ่าตัวตายสำเร็จ และผู้ที่ฆ่าตัวตายไม่สำเร็จก็ยังกลับมาฆ่าตัวตายซ้ำอีกครั้ง

สาเหตุที่ประชากรญี่ปุ่นฆ่าตัวตายนั้น อาจจะเป็นเพราะวัฒนธรรมความเชื่อแห่งวิถีซามูไร คือไม่ว่าคนผู้นั้นจะทำความผิดมามากแค่ไหนเมื่อทำฮาราคีรี ฆ่าตัวตายคว้านท้องตัวเองบาปนั้นจะถูกอภัยให้ แต่ก็ยังไม่มีผู้ใดทราบสาเหตุแน่ชัดที่คนจำนวนมากต่างก็เลือกสถานที่นี้เป็นที่จบชีวิตของตนเอง บางก็กล่าวว่าสถานที่นี้มีอาถรรพ์เชิญชวนให้คนมาฆ่าตัวตาย บ้างก็บอกว่าเพราะมันเป็นสถานที่สำหรับนำคนแก่ คนพิการ คนป่วยที่ตนเองรู้สึกว่าเป็นภาระมาปล่อยทิ้งให้ตายในป่าเหมือนกับเป็นสถานที่ตายของคนไร้ประโยชน์ แต่ที่ผู้เขียนอ่านแล้วรู้สึกไร้สาระแต่น่าจะเป็นเหตุเป็นผลมากที่สุดคือเหตุผลที่บอกว่าชาวญี่ปุ่นเชื่อว่า เมื่อพวกเขาตายไปพลังชีวิตของพวกเขาจะถูกสูบเข้าไปในผืนป่าของอาโอคิงาฮาระ และช่วยปกป้องดูแลป้องกันภัยพิบัติที่จะเกิดแก่ประเทศญี่ปุ่นต่อไป (ประมาณว่าอย่างน้อยขอให้ได้คิดว่าตัวเองตายอย่างมีประโยชน์ต่อประเทศชาติ เลยมาตายที่นี่ว่างั้นเหอะ)

สภาพบรรยากาศของผืนป่าแห่งนี้ วังเวงและมีป้ายห้ามป้ายเตือนใจเพื่อหวังให้คนที่มาฆ่าตัวตายเปลี่ยนใจไม่เข้ามาฆ่าตัวตายในนี้ แต่บรรดาผู้สิ้นหวังที่เข้ามาฆ่าตัวตายหาได้ใยดีป้ายดังกล่าวไม่ยังคงมุ่งหน้าเข้าไปในป่าเพื่อหาที่จบชีวิตตัวเองให้สิ้น รอบๆป่ามีเทปและเชือกสีๆติดไว้เป็นทางยาว เพื่อหวังให้คนที่ตัดสินใจเข้าไปจะเปลี่ยนใจกลับออกมาได้โดยไม่หลงป่า แต่ดูเหมือนว่าเชือกพวกนี้จะใช้นำทางเข้าไปอย่างเดียวมากกว่า และบ่อยครั้งที่เมื่อเราตามเชือกสีพวกนี้ไปก็จะเจอร่องรอยความทุกข์ทรมานหดหู่ที่อยู่ข้างในผืนป่านั้น สภาพศพที่พบแต่ละจุดดูน่าหดหู่เวทนา

ยังไม่เคยพบว่ามีผู้ใดที่เข้าไปเพื่อฆ่าตัวตายแล้วได้กลับออกมาอีกเหลือแค่เพียงข้าวของเครื่องใช้และเศษซากชิ้นส่วนจากการฆ่าตัวตายและหลักฐานอื่นๆว่าเคยมีคนเสียชีวิตอยู่แถวนั้น หลักฐานบางชิ้นก็เป็นจดหมาย บ้างก็เป็นสมุดไดอารี่ที่บอกเล่าเรื่องราวและสาเหตุที่ทำให้พวกเขาคิดสั้น ซึ่งเมื่อยิ่งเราไปอ่านยิ่งทำให้รู้สึกทุกอย่างรอบๆตัวและบรรยากาศของป่ามันชวนหดหู่จนแทบอยากจะจบลมหายใจตามศพนั้นไปเสียแบบนั้น

จริงๆลึกเข้าไปในป่าแอบมีหมู่บ้านอยู่หมู่บ้านหนึ่งไม่มีการกล่าวถึงว่าประชากรกว่า 200คนที่อาศัยอยุ่ที่นั้นว่ามาจากไหน แต่มีผู้คาดเดาว่าพวกเขาคือเหล่าคนที่ถูกลูกหลานนำมาทิ้งที่ยังมีชีวิตรอดและลงหลักปักฐานสร้างครอบครัวกันใหม่ที่นั่น ปัจจุบันนอกจากผืนป่าอาโอคิงาฮาระจะเป็นสถานที่ฆ่าตัวตายชื่อดังแล้ว ยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามที่หนึ่งอีกด้วย เพราะภายในมีทำน้ำแข็งให้นักท่องเที่ยวเข้าชมแต่ถึงแม้จะสวยงามแค่ไหน ความน่ากลัวของป่าก็ยังทำให้มันไม่ค่อยเป็นที่นิยมที่จะเข้าไปนักอยู่ดี นักท่องเที่ยวบางคนกล่าวว่าเมื่อคุณได้เหยียบย่างเข้าไปแถวนั้น นอกจากบรรยากาศวังเวงของป่าแล้ว คุณจะรู้สึกเหมือนมีสายตาหลายคู่จากในป่านั้นจ้องมองคุณอยู่ตลอดเวลา..

Null Stern Hotel โรงแรมบนเทือกเขาแอลป์ ที่จะทำให้”คุณกับแฟน”ได้ฟินกันอย่างแน่นอน

นี่คือโรงแรมแห่งเดียวที่จะทำให้คุณได้นอนกับคู่รักใต้แสงจันทร์พร้อมกับชมดาว และชมวิวสุดลูกหูลูกตาของเทือกเขาแอลป์ “Null Stern Hotel” โรงแรมที่มีผนังเป็นเทือกเขา เพดานเป็นผืนฟ้า โรงแรมแห่งนี้อยู่เหนือระดับน้ำทะเล 6,463 ฟิต บนเทือกเขาแอลป์ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โดยภายห้องพักมีเพียงแค่ เตียงควีนไซส์ เก้าอี้และโคมไฟเท่านั้น แต่มันกลับเป็นห้องที่ดีสุดๆ จนคิวจองเต็มไปตลอดทั้งปี 2017 เลย แต่ด้วยวิวแบบนี้มันคุ้มค่าที่จะรอจริงๆ ใช่มั้ยหละครับNull-Stern-Hotel-MTSIDE0716

12ทางโรงแรมได้เปิดเผยการสร้างว่า พวกเขาต้องนำรถแม็คโครขึ้นมาบนเขาเพื่อขุดพื้นที่ให้เรียบ และเทพื้นด้วยซีเมนต์ สุดท้ายคือการนำเตียงและเฟอร์นิเจอร์อื่นๆมาติดตั้ง

324f7a08-0309-4555-a2b4-fe56acb06f13บรรยากาศและวิวที่เทือกเขาแอลป์นั้นมีทั้งทะเลเมฆ ภูเขาหลายลูกที่ปกคลุมด้วยหญ้าและหิมะให้เห็น มีสายลมอ่อนๆ และแสงดาวสร้างความโรแมนติก เป็นที่นิยมของคู่รักอย่างมาก และถ้าหากต้องการใช้ห้องน้ำของโรแรมก็ต้องเดินลงเขาไปประมาณ 5 นาที จะมีห้องน้ำให้ใช้อยู่ มีบริกรของโรงแรมคอยให้บริการอาหารและเครื่องดื่มตลอด โดยจะจัดส่งคุณถึงที่นอนเลย มันคงเป็นดินเนอร์สุดพิเศษที่คุณและแฟนของคุณจะไม่มีวันลืมเลยหละ

1

null-stern-hotel-swiss-alps-room-4

ราคาที่พักคืนละ 210 ดอลลาห์ หรือราว 7,324 บาท

ที่มา: Tech Insider

เปิดโปง 4 ประเทศมหาอำนาจ ที่มีโอกาสล่มสลาย เพราะทำตัวเองในอนาคต

โลกเรามักจะพัฒนาไปอย่างไม่หยุดยั้ง โดยเฉพาะประเทศที่กำลังก้าวเข้าสู่มหาอำนาจแห่งเศรษฐกิจและสงคราม ยิ่งเป็นในช่วง 2016 ที่กำลังเฟื่องฟูในเรื่องของการเจริญเติบโตทางธุรกิจการค้าและสื่อต่างๆยิ่งทำให้อุตสาหกรรมเติบโตไปอย่างก้าวกระโดด แต่หารู้ไม่ว่า การกระทำแบบนี้ มันก็อาจจะส่งผลทำให้มีโอกาสล่มสลายได้สักวัน ซึ่งไม่ต้องโทษใครที่ไหน แต่โทษตัวเองล้วนๆ เราลองไปดูกันครับว่าจะมีประเทศอะไรบ้างที่มีโอกาสล่มได้ในอนาคต ทั้งๆที่เป็นประเทศที่ดูออกจะแข็งแกร่งเกินไป

1.จีน

ไม่น่าเชื่อว่าประเทศมหาอำนาจที่กำลังจะเฟื่องฟูในอนาคตอย่างจีน จะมีโอกาสเสื่อมได้ในอนาคต เหตุเนื่องจากว่า ถึงแม้จะเป็นประเทศที่กำลังพัฒนาไปอย่างเต็มรูปแบบ แต่อุตสาหกรรมที่อยู่ในแต่ละชานเมือง รวมถึงจิตสำนึกของประชากรก็ใช่ว่าจะดีซะทุกด้าน ทำให้อาจเกิดเป็นภัยทางขยะและความเน่าเสียของอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีต่างๆขนาดใหญ่ และส่งผลโดยตรงกับประเทศก็ได้ เพราะตอนนี้มีแนวโน้มว่าคนจีนมีประชากรเพิ่มมากขึ้นทุกปี และทำลายสภาพแวดล้อมมากๆทุกปี ไม่แน่ว่าในอนาคตอันใกล้นี้ แหล่งจีนอาจจะเป็นตัวแพร่โรคที่ทุกคนคาดไม่ถึงก็เป็นได้ เพราะส่วนใหญ่โรคต่างๆที่แพร่เข้ามาในไทยหรือแถบเอเชียตะวันออก ก็ล้วนมาจากจีนมากกว่าครึ่ง

 

2.อเมริกา

ถือเป็นประเทศที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมากมายพอสมควร แต่ก็ใช่ว่าจะแข็งแกร่งได้ตลอด โดยเฉพาะปัญหาที่อเมริกาควรระวังอย่างยิ่งก็คือ ความขัดแย้งในตัวเอง อาชญากร ตามเมืองต่างๆ ซึ่งอาจทำให้เกิดการก่อจลาจลได้ แถมการที่ประเทศมหาอำนาจอย่างอเมริกา เป็นผู้นำในหลายๆฝ่าย อาจส่งผลทำให้ประเทศอื่นมีโอกาสเล็งเป้าหมายยิงนิวเคลียส์มาสู่ประเทศนี้ได้เหมือนกัน

 

3.เกาหลีเหนือ

ประเทศที่ดูเหมือนจะด้อยความเจริญ แต่กลับมีอาวุธและอำนาจสูงส่งไม่ต่างจากประเทศอื่นๆเลย และยิ่งด้วยจากการยึดมั่นระบอบคอมมิวนิส หากผู้นำเป็นฝ่ายตัดสินใจผิดพลาดก็อาจทำให้ประเทศล่มสลายได้ในพริบตา รวมถึงภัยความแห้งแล้งที่ไม่สนประชากรก็อาจเป็นตัวจุดฉนวนให้ประเทศล่มสลายได้ในอนาคต

 

4.ประเทศที่เป็นหมู่เกาะและก้าวหน้าด้านเทคโนโลยี

เนื่องจากในอนาคต โลกเรามีโอกาสเปลี่ยนแปลงพื้นผิวของตัวเองได้ไม่จำกัด และเนื่องด้วยจากสภาพอากาศโลกร้อน อาจทำให้หมู่เกาะต่างๆจมลงสู่น้ำทะเลก็เป็นได้ โดยเฉพาะประเทศที่เดินหน้าด้านเทคโนโลยีอย่างเต็มรูปแบบ อย่างญี่ปุ่น