หมู่บ้านชนบท นิวซีแลนด์ ประกาศหาคนมาอยู่ พร้อมมอบ เงิน งาน บ้าน ให้ฟรี!

เมือง Kaitangata ทางตอนใต้ของประเทศ นิวซีแลนด์ “เรามีงานให้ทำ มีบ้านให้อยู่ แต่ไม่มีคน” คำพูดจากปากของนายกเทศมนตรีเมือง Kaitangata  ที่ตอนนี้กำลังหดหู่เหลือเกินเรื่องจำนวนประชากรที่มีแต่จะลดน้อยลงทุกปี สวนทางกันกับตำแหน่งงานที่มีให้เลือกทำมากมายกว่า 1,000 ตำแหน่ง!

ทางเมืองเลยตั้งแคมเปญพิเศษ หาคนมาเข้าเมืองด้วยการเสนอแพคเกจบ้านพร้อมที่ดิน มูลค่ารวมกว่า US$160,000 (ประมาณ 5 ล้านกว่าบาท) ให้กับใครที่เบื่อชีวิตในเมืองใหญ่แล้วหนีมาสโลว์ไลฟ์ที่หมู่บ้านนี้ งานที่มีส่วนใหญ่จะเป็นประเภทงานในฟาร์ม แปรรูปผลิตภัณฑ์นม งานแช่แข็งสินค้าเกษตร ฯลฯ นอกจากเรื่องงานแล้วผู้คนที่นี่ก็รักใคร่กันดี มีความปลอดภัยสูง (ที่นี่ไม่มีใครล็อคประตูบ้านด้วย) ใครพร้อมไปเริ่มชีวิตใหม่ก็ลองดูนะ!

“เมืองแห่งนี้ไม่ทำตามแฟชั่น พวกเราไม่ล็อคบ้าน พวกเรามักจะปล่อยให้เด็กๆของเราวิ่งเล่นตามอำเภอใจ พวกเรามีงาน พวกเรามีบ้าน แต่พวกเราไร้ซึ่งคนอยู่อาศัย เราอยากทำให้เมืองนี้กลับมาคึกคักอีกครั้ง อยากบอกว่าพวกเรากำลังอ้าแขนรอคุณอยู่” – Bryan Cadogan นายกเทศมนตรีแห่งเมือง Kaitangata

ที่มา – theguardian

ตำนาน “อนาคอนด้ายักษ์” ไล่เขมือบคนไทย ในสมัยสงครามโลกที่กาญฯ เมื่อ 70 ปีที่แล้ว

แค่ได้ยินคำว่า “เลื้อย” บางท่านก็คงรู้สึกขนลุกเกรียวเลยทีเดียว แน่นอนค่ะเรากำลังพูดถึงสัตว์เลื้อยคลานที่น่าสยดสยองที่สุด นั่นคืองู อนาคอนด้า และที่กำลังจะเล่าให้ฟังนั้นไม่ใช่งูธรรมดาแต่เป็นงูขนาดยักษ์ที่เคยมีชี่วิตอยู่ในประเทศไทยเมื่อ 70 กว่าปีก่อน ใช่แล้วเรากำลังพูดถึงยุคสงครามโลกครั้งที่สอง ซึ่งเรื่องราวนี้เกิดขึ้นที่ถ้ำใกล้กับทางรถไฟสายมรณะที่จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่่งเจ้างูยักษ์ตัวดังกล่าว

ตามคำบอกเล่าของเจ้าหน้าที่อาวุโสสถานีรถไฟกาญจนบุรีนายหนึ่ง เล่าว่า สมัยที่ทหารญี่ปุ่นมาใช้ป่ากาญจนบุรีเป็นที่มั่นวางแผนการรบนั้นได้เข้าไปอยู่ในป่าดิบลึกมากๆ จนแทบจะไม่เคยมีชาวบ้านคนใดเสี่ยงชีวิตเหยียบย่างเข้าไปมาก่อน สภาพในขณะนั้นทุกซอกถ้ำต่างๆถูกดำเนินการจัดแจงเป็นฐานที่มั่นมีการจัดเวรยามเฝ้าระวังเป็นอย่างดี แต่แล้วก็พบว่าเวรยามที่จัดสรรนั้นเริ่มหายไปทีละคนสองคนโดยเว้นช่วงห่างประมาณ 2-3 คืน

ในตอนแรกทางกองกำลังญี่ปุ่นไม่ได้สนใจเพราะคิดไปเองว่าเป็นการลอบโจมตีจากศัตรูแต่จำนวนทหารก็เริ่มลดลงไปเรื่อยๆจนกระทั่งผู้บัญชาการคิดว่ามันเริ่มเป็นปัญหา จึงจัดกำลังพลเพื่อตามหาสาเหตุของการหายตัวไปในครั้งนี้ ในที่สุดพวกเขาได้พบถ้ำแห่งหนึ่งที่เป็นโพรงลึกลงไปด้านล่างและค่อนข้างชื้น ผู้บัญชาการก็ส่งคนลงไปสำรวจไม่กี่คน ไม่กี่อึดใจทหารที่เฝ้าอยู่ด้านนอกก็ได้ยินเสียงการเคลื่อนที่คล้ายคนตะกายขึ้นมา จึงรีบเพิ่มกำลังพลลงไปเพราะนึกว่าเจอข้าศึก แต่ปรากฏว่าทหารบางส่วนที่ลงไปได้ตะกายออกมาและร้องว่า “ปีศาจ”

ผู้บัญชาการจึงได้สั่งให้เริ่มจุดระเบิดเข้าไปในถ้ำอย่างต่อเนื่อง จากนั้นจึงค่อยๆเริ่มสำรวจภายในถ้ำอีกครั้งอย่างรอบคอบจึงพบกองซากทั้งคนและสัตว์อยู่มากมายภายในถ้ำ เมื่อเข้าไปจนเกือบสุดถ้ำตัวจริงของปีศาจก็ได้ปรากฏขึ้น โดยเป็นร่างของงูเหลือมขนาดมหึมาความยาวและความกว้างยากจะประมาณ กำลังกระเสือกกระสนต่อสู้เป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะสิ้นลมหายใจตรงหน้าทหารเหล่านั้นและทราบภายหลังว่าซากงูตัวนั้นได้ถูกเหล่าทหารชำแหละเป็นชิ้นๆราวกับเป็นการเซ่นสังเวยให้กับวิญญาณที่ถูกปีศาจตนนี้พรากไปอย่างเลือดเย็น

ตำนานหมู่บ้านสยองขวัญ “ลัดดาแลนด์” แห่งเชียงใหม่ เรื่องจริงที่คุณต้องตะลึง!

เริ่มต้นด้วยความรักอันสุดแสนโรแมนติกแต่กลับจบลงด้วยเรื่องราวที่ราวกับต้องคำสาป กับตำนานเมืองอาถรรพ์อย่าง ลัดดาแลนด์ ทางผู้เขียนขอเกริ่นก่่อนว่า ลัดดาแลนด์นั้นแรกเริ่มเดิมทีเป็นอุทยานพฤษศาตร์ชมนกชมไม้ ควบคู่กับมีการแสดงศิลปะและวัฒนธรรม

แต่แล้วเรื่องราวสุดแสนสยองก็ได้เริ่มต้นขึ้น เมื่อต้นไทรที่เป็นสัญลักษณ์แห่งความรักหน้าลัดดาแลนด์ที่เคยมีความเชื่อกันว่าคู่รักคู่ใดเข้าไปอธิฐานขอความรักคู่นั้นจะสมหวัง ที่จู่ๆก็มีคู่รักคู่หนึ่งที่เคยมาอธิฐานได้มาผูกคอตายที่ใต้ต้นไทรต้นนั้น มีเรื่องเล่ากันต่อมาว่า ทุกๆวันครบรอบที่ทั้งคู่ผูกคอตายชาวบ้านแถวนั้นจะเห็นร่างของทั้งคู่แขวนอยู่ ณ จุดเดิมพร้อมกับหันมาแสยะยิ้มให้ราวกับมีความสุขและสมหวังที่ได้อยู่ด้วยกันแม้จะสิ้นลมหายใจไปแล้วก็ตาม

หลังจากเรื่องนั้นก็มีเรื่องน่าขนลุกตามมามากมายเช่น ชายขี้ยาที่ใช้เกินขนาดแล้วชอคตายที่ศาลาริมน้ำใกล้ๆต้นไทรคำบอกเล่าต่อๆกันมาบอกว่า ใบหน้าของชายคนนั้นบิดเบี้ยวและดวงตาเบิกโพลง ลิ้นจุกปากราวกับก่อนตายเขาได้พบเห็นสิ่งที่น่ากลัวมากๆ แถมยังมีข่าวเรื่องหญิงสาวที่มาขอความรักจากต้นไทรแล้วผิดหวังจึงมากินยาฆ่าแมลงตายอยู่ใต้ต้นไทรต้นดังกล่าว โดยข้างศพของเธอมีเพียงจดหมายที่เขียนไว้สั้นๆว่า”จะอยู่ข้างๆตลอดไป” จริงๆแล้วแอบคิดว่าป่านนี้เธอคงจะเป็นร่างวิญญาณที่เยียบเย็นตามติดคนที่เธอรักอยู่ก็เป็นได้

เรื่องราวของลัดดาแลนด์ยังคงมีมาอย่างต่อเนื่องเช่น วิญญาณลูกจ้างพม่าสาวที่ถูกโจรฆ่าตายคาบ้านออกอาละวาด จนกระทั่งคนในหมู่บ้านแถวนั้นทนกับความเฮี้ยนของภูติผีแถวนั้นไม่ไหว ต้องย้ายหนีไปกันหมดเรื่องราวของลัดดาแลนด์จึงได้เบาบางลงแต่ก็ยังมีวัยรุ่นเข้าไปพิสูจน์ล่าท้าผีกันอยู่เนืองๆ แต่บางคนก็บอกว่าเจอดี บางคนก็เล่าว่าไม่พบอะไร ใครอยากรู้คงต้องไปพิสูจน์กันเอาเองแล้วละนะ ส่วนคนเขียนขอบายดีกว่า กลัวผีมากมายจ้า บรึ๋ยยย

Salt Ponds นาเกลือหลากสีที่สวยที่สุดในโลก! ศิลปะที่เกิดจากความเจ๋งของวิทยาศาสตร์

นาเกลือส่วนใหญ่แล้วโดยปกติจะเต็มไปด้วยพื้นที่สีขาวโพนสุดลูกตา แต่มีนาเกลืออยู่ที่หนึ่งที่ไม่ปกติเพราะมันไม่ได้มีแค่สีขาวหนะสิ ซึ่งหลายคนคงรู้จักทะเลสาบ “Pink Lagoon” ที่น้ำทะเลกลายเป็นสีชมพูสด เหตุเพราะที่ได้รับอิทธิพลจากแพลงตอนแดงและกุ้งทะเลจำนวนมหาศาลที่สีของพวกมันตกตะกอนเกิดกระบวนการทางเคมีและผสมกับน้ำทะเลจนเปลี่ยนสี ซึ่งนาเกลือแห่งนี้ก็มีลักษณะเฉพาะทำนองนี้เหมือนกัน แต่ไม่ใช่สีเดียว! และจะเป็นสีอะไรบ้างไปดูกัน

Salt-Ponds-08-26-08-092

kapook_world-102504

สถานที่ตั้งของนาเกลือที่สวยที่สุดแห่งนี้อยู่ที่ San Francisco’s Salt Ponds (อ่าวซานฟรานซิสโก) ในบริเวณนี้มีนาเกลือเป็นจำนวนมาก และเป็นแหล่งเกลือสำหรับอุตสาหกรรม ที่สำคัญสำหรับอเมริกาเลยก็ว่าได้ โดยสาเหตุของสีสันอันสวยงามหลากเฉดสีนี้เกิดมาจาก พืช และสัตว์ ในน้ำทะเลบริเวณนี้ ซึ่งทางรัฐบาลได้ซื้อคืนพื้นที่นาเกลือบริเวณดังกล่าวเพื่อ นำมันกลับมาเป็นพื้นที่ป่าชายเลน ที่จะใช้สำหรับอนุบาลเหล่าสัตว์ทะเลช่วงตัวอ่อนแล้ว

บริเวณทะเลสีเขียว

เป็นพื้นที่ที่เหมาะสมสำหรับการเจริญเติบโตของ “สาหร่ายสีเขียว” เป็นอย่างมากทำให้มีสาหร่ายเขียวชุกชุมบริเวณนี้ เนื่องด้วยกระบวนการทางเคมีที่ได้กล่าวไปข้างต้น ทำให้มันผสมกับน้ำทะเลกลายเป็นสีเขียวสด  โดยทะเลในโซนนี้เป็นจะมีความเค็มต่ำ

บริเวณทะเล สีแดง ส้ม เหลือง ชมพู

kapook_world-102502

เป็นพื้นที่ที่เหมาะสมสำหรับการเจริญเติบโตของ “สาหร่ายสีแดง”  บวกกับกุ้งทะเลขนาดเล็กที่เรียกว่า “Brine Shrimp” และแพลงตอนแดงจำนวนมหาศาล โดยทะเลในโซนนี้เป็นจะมีความเค็มสูง

ที่มา – wowboom ,world.kapook

“Photonic Fence” อุปกรณ์สุดไฮเทคที่สามารถจัดการกับยุงร้ายด้วยลำแสงเลเซอร์!

photonic_fence_2014__largeพวกคุณทุกคนต้องเคยประสบปัญหากับแมลงตัวเล็กๆอย่าง ยุง แมลงหวี่ แมลงวัน และอื่นๆอีกมากมาย ที่คอยกัดคอยตอมคุณอยู่เป็นแน่ และที่สำคัญมันอาจนำเชื้อโรคมาด้วยก็ได้ ซึ่งถือว่าเป็นอันตรายต่อมนุษย์อย่างมาก โดยเฉพาะเจ้ายุงร้าย วันนี้ Flagfrog จะพาคุณมาพบกับเทคโนโลยีสุดไฮเทคที่สามารถจัดการกับพวกมันด้วยเลเซอร์! เจ้าสิ่งนี้มีชื่อว่า “Photonic Fence” มันสามารถยิงยุงที่บินอยู่ด้วยเลเซอร์โดยที่คุณไม่ต้องเล็ง ไม่ต้องทำอะไร เพราะมันทำงานแบบอัตโนมัติ โดยจุดมุ่งหมายในการสร้างคือการใช้จัดการกับไข้มาลาเรีย ที่มุ่งเป้าหมายไปที่ยุงที่เป็นต้นเหตุในการแพร่เชื้อนั่นเอง

หลักการทำงานของ Photonic Fence จะมีอยู่ 2 ขั้นตอน 

การใช้เซ็นเซอร์ในการตรวจจับความถี่ของการกระพือปีกของแมลงชนิดใดก็ตามที่ผ่านเข้ามา จากนั้นเมื่อเจอเป้าหมายแล้วเลเซอร์จะทำการยิงไปที่ปีกของแมลงให้ไหม้เป็นจุน! โดยที่คุณไม่ต้องทำอะไรเลย ที่สำคัญประหยัดไฟมากและสามารถใช้โซลาร์เซลล์หรือพลังงานแสงอาทิตย์ได้นั่นเอง อีกทั้งยังสามารถนำไปใช้กำจัดศัตรูพืชต่างๆ จำพวกแมลงมีปีก ที่มากัดกินผลผลิตได้ด้วย สุดยอด!

แนวทางการนำไปใช้งาน

pft_clinic__large

pft_field__large

 

 

ที่มา: intellectualventures ,Tech Insider

Mafia ออกโรงเตือน ISIS อย่าคิดแหยมเมกาถิ่นของตน ไม่เช่นนั้นได้เจอของจริงแน่นอน!

Giovanni Gambino ลูกชายของ John Gambino ซึ่งเป็น 1 ใน 5 ตระกูลมาเฟียชื่อดังและทรงอิทธิพลที่สุดกลุ่มหนึ่งของมหานครนิวยอร์ก ที่ออกโรงเตือนกลุ่มก่อร้ายว่า อย่าได้คิดจะมายุ่งกับสหรัฐอเมริกา หรือนิวยอร์ก ถ้าไม่อยากมีปัญหากับมาเฟีย

Giovanni ได้เปิดเผยว่าทั้ง FBI และกองกำลังป้องกันประเทศนั้นตื่นตัวช้าเกินไปแล้ว พวกเขาประมาทความฉลาดของมนุษย์ที่บางครั้งก็อยู่เหนือความสามารถที่เทคโนโลยีที่ดีที่สุดจะตามได้ทัน แต่สิ่งเหล่านั้นไม่เคยหลุดพ้นการมองเห็นของมาเฟียนอกกฎหมายไปได้ และหากมีอะไรเกิดขึ้น มาเฟียอย่างพวกเขาและกลุ่มพันธมิตรก็พร้อมจะออกมาเคลื่อนไหวบนท้องถนน

มาเฟียนั้นอยู่ในเงามืดและไม่ค่อยมีใครอยากต้อนรับ แต่ทุกอย่างบนโลกล้วนมีดีและเลวปะปนกันไป หากผู้ก่อการร้ายคิดจะเป็นศัตรูกับโลก นั่นคือโอกาสที่เราจะได้เห็นด้านสว่างของมาเฟีย

อาจฟังดูเหมือนเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ที่มาเฟียจะกลายมาเป็นฮีโร่ในการต่อสู้กับกลุ่มก่อการร้าย แต่จากข้อมูลของตำรวจในตอนใต้ของอิตาลีระบุว่า มาเฟียนั้นเป็นพันธมิตรที่ดีในการรับมือกับพวกก่อการร้าย เพราะคนกลุ่มนี้จะอยู่นอกกฎหมาย แต่พวกเขาก็สามารถสร้างความหวาดกลัวให้กับคนจากต่างถิ่นได้เป็นอย่างดี และที่สำคัญ…คนพวกนี้รักบ้านเกิดของตัวเองมากกว่าที่หลายคนคิด

ที่มา – dailymail , yaklai , konbini

Cat and Witchcraft พิธีกรรมสุดสยองในยุคล่าแม่มด ที่สะเทือนใจคนรักแมวมากที่สุด!

เรื่องราวของชาวฝรั่งเศสในศวรรษที่18 อาจจะฟังดูปกติหากจะบอกว่า ในยุคนั้นมีประเพณีเฉลิมฉลอง ณ ใจกลางเมืองปารีสด้วยการจุดกองไฟกองใหญ่เหมือนประเพณีรอบกองไฟทั่วๆไป แต่จะว่าอย่างไรหากเราบอกว่า พวกเขากระทำการสุดสยอง

โดยการโปรยแมวเป็นๆกระสอบใหญ่ลงจากที่สูงเหนือกองไฟลุกโชนนั้น เพื่อดูพวกมันดิ้นรนอย่างทุกข์ทรมานและโหยหวนในกองไฟนั้นอย่างบันเทิงใจในยามค่ำคืน ก่อนจะมาตามเก็บเศษเถ้ากระดูกของพวกมันต่อในรุ่งสางเพื่อเป็นเครื่องรางของขลัง ส่วนทำไมถึงต้องเป็นแมวอาจเป็นเพราะในยุคนั้น แมวถือเป็นสัตว์แทนตัวแม่มดและพลังอำนาจของปีศาจก็เป็นได้ และยังมีความอำมหิตอีกมากทั่วกรุงฝรั่งเศสนอกเหนือจากปารีสเช่น ในเมืองเซน ชามงด์ จะมีเทศกาลไล่จับแมวที่ถูกจุดไฟทุรนทุรายไปตามถนน หรือการเริงระบำกันอย่างมีความสุขไปรอบๆเสาที่มีแมวแขวนทั้งเป็นๆ ในเบอกันดี และลอว์เรนซ์ ต่อมาไม่นานเหมือนคำสาปแช่งของเหล่าแมวผู้บริสุทธิ์ก็เกิดการแพร่ระบาดของกาฬโรคในฝรั่งเศสและมีผู้คนล้มตายเป็นจำนวนมาก พวกเขาส่วนใหญ่จบชีวิตอย่างทุกข์ทรมานตามบาปที่เขากระทำ

อนึ่งไม่ใช่ทั้งหมดของชนชาติยุโรปที่มองว่าแมวเป็นปีศาจไปเสียหมด เพราะในขณะที่ฝรั่งเศสและอิตาลีมองว่าแมวเป็นปีศาจ แต่ในเมืองผู้ดีอย่างประเทศอังกฤษกลับมองว่าแมวเป็นสัตว์มงคล โดยเฉพาะแมวดำจะเป็นสิ่งป้องกันอันตรายและหมายถึงความมั่งคั่งในบางพื้นที่อีกด้วย

ฟิลิปปินส์โหดสั่งแบนเกม DotA (ดอทเอ) เหตุทำคนหัวร้อน ตีกันบ่อยแทบทุกวัน!

ขอเข้าเนื้อหาข่าวเลยละกัน ย่าน Barangay Salawag เขตนึงของเมือง Cavite ประเทศฟิลิปปินส์ เป็นย่านที่มีร้านอินเทอร์เน็ต คาเฟ่ หรือเรียกง่ายๆว่าร้านเกมอยู่มากมาย ถูกทางการสั่งให้ลบเกม Dota ออกจากเครื่องคอมพิวเตอร์ทุกเครื่องให้หมด นั่นเป็นเพราะว่า นักเล่นเกมจำนวนมากที่เข้าไปใช้บริการในร้านเกมนั้น ทะเลาะและตีกันเกือบทุกวัน เพราะจากผลสำรวจพบว่าร้านเกมส่วนมากในเขตเมืองนีเลือกเล่นเกม Dota มากที่สุดนั่นเอง

และนี่ก็ไม่ใช่คำเตือนหรือคำบอกกล่าวธรรมดา เพราะหากใครฝ่าฝืนจะมีบทลงโทษที่รุนแรงมาก ร้านเกมร้านใดที่ยังมีเกม Dota อยู่ในเครื่องนั้นจะถูกสั่งปิด สั่งปรับ และเพิกถอนใบอนุญาติเลยทีเดียว จากข้อมูลของสำนักข่าวท้องถิ่นยังบอกอีกว่า สาเหตุที่ทางการต้องทำเช่นนี้ก็เพราะว่ายังมีการเปิดพนันแพ้ชนะในการเล่น Dota ในแต่ละรอบอีกด้วย

ที่มา – dailydot