อึ้ง! เมื่อนิทานโจรสลัดที่ปู่เล่าเป็นเรื่องจริง หลังพบ “กล่องสมบัติ” ในห้องใต้หลังคา

ในโลกนี้ยังมีเรื่องราวแปลกประหลาดมากมายที่รอให้ใครอีกหลายคนค้นพบ ทั้งสมบัติของโจรสลัด สัตว์ประหลาดมากมาย เอเลี่ยน และอีกหลายๆอย่างที่มนุษย์เพียงแค่นึกว่ามันอยู่แต่ในจินตนาการแต่ความเป็นจริงนั้นมันมีอยู่จริง และนิทานเองก็เช่นกัน อย่างที่ครอบครัวนี้ต้องตกใจเพราะเรื่องเล่าที่ฟังมาตั้งแต่เด็กนั้นดันกลายเป็นจริงขึ้นมาในตอนที่พวกเขาโตแล้ว

ครอบครัวโลเปซมักสงสัยและข้องใจกับเรื่องราวของคุณปู่ แต่พวกเขาก็ไม่เคยติดใจอะไรมากนักและมองว่ามันเป็นเรื่องไร้สาระด้วยซ้ำ แต่แล้ววันหนึ่งพวกเขาขึ้นไปบนห้องใต้หลังคาในบ้านของพวกเขาก็ต้องตกเมื่อพบบางสิ่งบางอย่างที่คาดไม่ถึง

โดยปู่ของพวกเขามักจะเล่าว่า เขาเป็นผู้ที่ได้ครอบครองสมบัติของ Jose Gaspar โจรสลัดชื่อดังของสเปน และทุกครั้งที่ฟังคุณปู่เล่าพวกเขาจะรู้สึกตื่นเต้นมากราวกับได้ผจญภัยเลยทีเดียว แต่ทุกครั้งพวกเขาก้ไม่คิดอะไรเพราะคิดว่ามันเป็นเพียงเรื่องที่แต่งขึ้นเพื่อความสนุกสนาน แต่หลังจากขึ้นไปบนห้องใต้หลังคาพวกเขากลับพบ “กล่องลึกลับ” ใบหนึ่งทำให้พวกเขาสะดุดใจและสงสัยว่าภายในมีอะไรอยู่

และเมื่อเปิดดูภายในพวกเขาก็พบ “แผนที่น้ำมันดิบ”  ในปี 1930 ไม่เพียงเท่านั้นพวกเขายังพบเหรียญโปรตุเกสและสเปนอีกจำนวนมากจากยุค 1700 ทั้งยังมี “มือมนุษย์” ถูกเก็บรักษาไว้อีกด้วย เมื่อนำไปให้ร้านขายของเก่าดูปรากฎว่ามันเป็นเหรียญของแท้แน่นอน

ไม่น่าเชื่อว่าเรื่องที่คุณปู่เล่าให้ฟังตอนเด็กจะกลายเป็นเรื่องจริงมาตลอด แต่พวกเขากลับสงสัยว่านี่เป็นมือของใครและทำไมคุณปู่ต้องเก็บมันไว้ด้วยและตอนนี้พวกเขายังไม่รู้เลยว่าจะทำยังไงกับกล่องสมบัติใบนี้ที่ถือว่าเป็นมรดกตกทอดของครอบครัว มันเป็นประสบการณ์ที่น่าทึ่งมากเมื่อโตขึ้นมาแล้วรู้ว่านิทานที่คุณปู่เล่าเป็นเรื่องจริงทั้งหมด แถมเรายังเป็นคนค้นพบสมบัติอีกด้วย บางที่ภายในบ้าของคุณอาจมีสมบัติลึกลับซ่อนอยู่ก็ได้นะ

ที่มา – http://mentalfloss.com/article/63809/pirate-treasure-discovered-tampa-attic , http://www.clipmass.com/story/113271

รักสัตว์เกินไปมั้ย…มนุษย์ป้าจับ “ฝูงแมลงสาบ” ไปปล่อยซูเปอร์มาร์เกต เผยอยากช่วยชีวิต!

คุณป้า โทชิโกะ นากาเสะ วัย 56 ปี พนักงานธุรการของโรงเรียนแห่งหนึ่ง ได้นำแมลงสาบไม่ต่ำกว่า 10 ตัว ใส่ถุงไปปล่อยใกล้กับแผงขายปลาในซูเปอร์มาร์เกต และกล้องวงจรปิดสามารถจับพฤติกรรมของเธอเอาไว้ได้ทั้งหมด

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่าเอาแมลงสาบไปปล่อยในซูเปอร์มาร์เกตเพราะอยากจะดิสเครดิต ทำลายสุขอนามัยของซูเปอร์มาร์เกต แต่หลังจากสอบสวนคุณป้านากาเสะได้ให้การต่างออกไป เธออ้างว่าเธอจับแมลงสาบเหล่านั้นได้ขณะที่พวกมันกำลังมาไต่อาหารแมวที่บ้านเธอ และอยากจะช่วยชีวิตแมลงสาบก็เลยนำไปปล่อยในซูเปอร์มาร์เกต ไม่มีเจตนาจะดิสเครดิตซูเปอร์มาร์เกตแต่อย่างใด

ที่มา – japantimes

เฮ้ยได้ไง! ศาลสเปนสั่งจำคุก ยอดนักเตะ Messi พร้อมพ่อ เป็นเวลา 21 เดือน

ศาลแห่งสเปนตัดสินให้ ลิโอเนล เมสซี่ และฮอร์เก้(พ่อ) รับโทษจำคุกคนละ 21 เดือน จาก 3 ข้อหาที่เกี่ยวพันกับคดีหลบเลี่ยงภาษี 4.1 ล้านยูโร หรือราว 164 ล้านบาท ในช่วงปี 2007-2009 นอกจากนี้ศาลยังระบุให้เมสซี่ต้องจ่ายค่าปรับอีก 2 ล้านยูโร หรือราว 80 ล้านบาท ส่วนฮอร์เก้ต้องจ่าย 1.5 ล้านยูโร หรือราว 60 ล้านบาท อีกด้วย

แต่ยังโชคดีที่กฎหมายสเปนระบุว่าผู้ต้องหาที่ถูกตัดสินจำคุกไม่เกิน 2 ปี จะอยู่ภายใต้การภาคทัณฑ์เท่านั้น ทำให้ เมซซี่ นั้นใช้ชีวิตให้ขาวสะอาดและระมัดระวังมากขึ้น

ที่มา – khaosod

ผีมีจริงหรือไม่…ตุ๊กตาหมี “ลุกขึ้นกอด” มนุษย์กลางดึก กล้องอินฟาเรดจับภาพได้

เชื่อว่าทุกคนย่อมรู้จัก ตุ๊กตาผีแอนนาเบล และตุ๊กตามีชิตอย่างเจ้าหมีเท็ด ซึ่งตุ๊กตาทั้งสองตัวนี้เหมือนกันตรงที่มันสามารถสื่อสารกับมนุษย์ได้ แต่ที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิงคือ แอนนาเบลเป็นตุ๊กตาผีใจร้ายที่อยู่ในโลกความเป็นจริง แต่เท็ดเป็นตุ๊กตาหมีนิสัยน่ารักที่อยู่ในจินตนาการเท่านั้น และหากเพื่อนๆตัดสินใจดูคลิปนี้ก็ขอให้ดูด้วยวิจารณญานด้วยนะครับ

คลิปจาก – KingBang Channel


หลังจากที่ได้อ่านคอมเม้นใต้คลิปแล้ว ก็มีผู้แสดงความคิดเห็นว่านี่มันของปลอม สังเกตวิที่20สิ จะมีเหมือนหัวใครบางคนโผล่ออกมาจากใต้เตียงเลย แต่ก็มีอีกหนึ่งคอมเม้นที่บอกว่านั่นก็ไม่ได้หมายความจะเป็นหัวคนจริงๆและจะไม่ใช่ผีสะหน่อย

แอบส่องเทศกาลเซ็กซ์หมู่! จัดใหญ่ทุกปี ปาร์ตี้เอ็กซ์กลางป่า 3 วัน 3 คืน

ค่านิยมหรือจารีตประเพณีแต่ละท้องที่ย่อมแตกต่างกันไป อย่างเช่นเรื่องการจูบที่หลายๆประเทศนั้นมองว่าเป็นเรื่องปกติ แต่ประเทศไทยการจูบกันต่อหน้าผู้อื่นนั้นถือเป็นเรื่องที่ผิดและเป็นเรื่องที่น่าอาย และนี่ก็คืออีกหนึ่งเทศกาลเกี่ยวกับเซ็กส์ที่ไม่อยากจะคิดเลยว่าถ้าถูกจัดขึ้นที่ประเทศไทยจะมีกระแสดราม่ารุนแรงขนาดไหน นี่คือเทศกาล “มหกรรมเซ็กซ์หมู่ย้อนยุค” จัดขึ้นที่ทุ่งสวิงฟีลด์ เมืองเคนท์ ประเทศอังกฤษ หนึ่งในมหกรรมเซ็กซ์ที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป

3 วัน 3 คืน ค่าบัตรร่วมงาน 55-180 ปอนด์ (ราว 2,600-8,700 บาท) โดยสถานที่จะถูกเก็บเป็นความลับอย่างน้อย 2-3 วัน

ผู้ที่เคยร่วมงานเล่าว่า ภายในงานจะมีปาร์ตี้เซ็กซ์หมู่หลากหลายบรรยากาศ ทั้งการร่วมร่วมรักในเต็นท์ อ่างน้ำอุ่น รวมถึงกลางแจ้ง โดยเปิดให้คนในงานยืนชมกิจกรรมสุดเอ็กซ์นี้อย่างใกล้ชิด แถมยังมีการวางขายเซ็กส์ทอยและจัดพื้นที่ไว้ให้ใช้อีกด้วย แม้ภายในงานจะไม่อนุญาตให้นำกล้องบันทึกภาพทุกชนิดเข้าไป แต่ก็ยังมีมือดีแอบถ่ายพร้อมนำช็อตต่างๆในงานมาเผยแพร่ได้

และที่พีคที่สุดก็คือ การจัดการแข่งขันเกี่ยวกับเซ็กส์ การแข่งขันสำเร็จความใคร่หาผู้ที่เสร็จได้เร็วที่สุด , การสำเร็จความใคร่ว่าน้ำใครเยอะที่สุด , และการแข่งขันการถึงจุดสุดยอดของผู้หญิงว่าใครเยอะที่สุดอีกด้วย (อย่างกับแข่งกีฬาสี) มหกรรมเซ็กซ์หมู่ย้อนยุคนี้จัดขึ้นครั้งแรกพ.ศ. 2556 โดยจัดต่อเนื่องเป็นประจำทุกปีจนถึงปัจจุบัน

ที่มา – mirror

คุณพ่อสวมบทพันนิชเชอร์ บุกถล่มแก๊งค้ายา หลังลูกสาวติดยาจนเสียชีวิต!

John Cramsey วัย 50 คุณพ่อวัย 50 ปี จากเมืองนิวบยอร์ค สหรัฐอเมริกา ได้วางแผนลงมือหวังจะกวาดล้างแก๊งค้ายาเสพติด หลังจากที่ลูกสาวสุดที่รักของเขานั้นได้เข้าไปผัวผันเสพมันจนเสียชีวิตทำให้เขาไม่ได้สามารถที่จะยอมรับความเสียใจและปล่อยให้ไอ่พวกค้ายาลอยนวลไปได้

หลังจากที่ได้จัดแจงอาวุธไปมากมายชนิดที่ว่ายิงทั้งเดือนกระสุนก็คงไม่หมด เขาไม่รอช้ารีบขับรถออกบ้านไปโดยลืมคิดว่าถ้ารถจะสะดุดตาขนาดนี้ก็คงต้องโดนตำรวจเรียกตรวจเป็นแน่ ซึ่งมันก็เกิดขึ้นจริงเขาถูกตำรวจเรียกให้หยุดรถเพราะดันรีบจนลืมคิดไปว่าทางด่วนนั้นมีกล้องคอยสอดส่องตลอดเวลา ทำให้แผนการถล่มแก๊งค้ายานั้นล้มเหลวไป และกลับเป็นตัวเขาเองที่ซวยโคตรๆ

หลังจากถูกจับ JC ก็ได้เล่าให้ตำรวจฟังว่า เมื่อ 4 เดือนก่อน “ลูกสาวของผมนั้นเป็นนางแบบหน้าตาดี เธอมีเพื่อนมากมาย จนกระทั่งเธอได้คบหากับสมาชิกแก๊งซึ่งไอ่นี่มันชวนลูกสาวผมให้เสพเฮโรอีน จนอย่างที่คุณตำรวจเห็นเธอติดมัน เธอใช้มันจนตาย และผมไม่ใช่ผู้ก่อการร้าย ผมเป็นแค่พ่อคนหนึ่งเท่านั้น”

ปัจจุบัน John Cramsey ก็ยังถูกคุมขังอยู่ เพราะศาลกลัวว่าถ้าออกไปก็คงจะต้องก่อเหตุเป็นแน่ เพราะคำพูดสุดท้ายที่เขาพูดกับศาลก็คือ “ความทรงจำสุดท้ายของผมคือกำลังกอดลูกสาวท่ามกลางสายฝน” (ความจริงแล้วถูกคุมขังกับเพื่อนอีก 2 คน ที่สมัครใจจะไปถล่มแก๊งค้ายาด้วย แต่ดันถูกจับเสียก่อน)

ที่มา – dailymail

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ “แมว” ทำร้าย-จับคู่รักเป็นตัวประกัน จนต้องเรียก 911 เข้าช่วย!

เมื่อวันที่ 24 ที่ผ่านมา เว็บไซต์ UPI ได้รายงานข่าวของคู่สามีภรรยาคู่หนึ่งที่อาศัยอยู่ในรัฐวิสคอนซิน สหรัฐอเมริกา ที่ถูกสัตว์เลี้ยงแสนรัก “แมว” ของตนเอง จับเป็นตัวประกันซึ่งทำให้ทั้งสองคนไม่สามารถออกจากบ้านไปไหนได้ จนต้องขอความช่วยเหลือจากตำรวจให้พาทั้งสองออกไป

“มันเริ่มทำเสียงแปลกๆ คุ้มคลั่งและพุ่งเข้าทำร้ายสามีของฉัน พวกเราถูกจับเป็นตัวประกันในบ้านของตัวเอง พาแมวออกไปหรือช่วยพวกเราที” ภรรยาเป็นคนพูดในขณะที่โทรแจ้ง 911 เข้าไปฟังคลิปเสียงได้ที่ cbs58

หลังจากนั้นไม่นานตำรวจก็ได้ไปยังบ้านของสามีภรรยาและช่วยนำตัวพวกเขาออกมา พร้อมกับส่งเจ้าแมวคลุ้มคลั่งนี้ไปยัง MADACC ศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ เพื่อหาคำตอบว่าตกลงแล้วมันเป็นอะไรกันแน่ จากสัตว์ที่น่ารักดูไม่มีพิษมีภัยแต่กลับสามารถทำร้ายคนได้รุนแรงขนาดนี้ แต่ที่แน่ๆสามีภรรยาทั้งสองคงไม่คิดเลี้ยงสัตว์ตัวไหนไปอีกนานอย่างแน่นอน

ชาวบ้านจับตาย “ชูปรา-คาบรา” สัตว์ดูดเลือดในตำนาน ที่ปรากฏอยู่ในคัมภีร์ไสยเวทย์

ชูปาคาบรา Chupacabra ปรากฏอยู่ในหนังสือโบราณเกี่ยวกับไสยเวทย์ มันออกมาอาละวาดเมื่อราวคริสต์ศตวรรษที่ 11 หรือ 12 โดยลักษณะเด่นของสัตว์ประหลาดตัวนี้คือมีใบหูที่ยาวดูคล้ายกับเขา มีฟันที่โค้งและแหลมคม ขนนั้นจะไม่ยาวหรือแทบไม่มี ตัวจะซูบผอมและเล็ก แต่พละกำลังและความว่องไวจะยอดเยี่ยมกว่าสุนัขอยู่มาก และอาหารหลักของมันก็คือเลือดจากทั้งสัตว์และมนุษย์

ชาวบ้านในหมู่บ้านรุกชิน ประเทศยูเครน สามารถจับสิ่งมีชีวิตที่พวกเขาอ้างว่าเป็น ชูปรา-คาบรา สัตว์ดูดเลือดในตำนานไว้ได้ พร้อมกับเปิดเผยว่า สัตว์ชนิดนี้มากัน 2 ตัว แต่หนีไปได้ตัวหนึ่ง และเคยเข้ามาในหมู่บ้านก่อนหน้านี้ โดยกระต่ายที่เลี้ยงไว้ถูกดูดเลือดตายไปหมด

ทั้งนี้เคยมีผู้อ้างว่าพบเห็น ชูปรา-คาบรา อยู่หลายครั้งแต่ก็มีการถกเถียงกันตลอดว่าเป็นขอจริงหรือเป็นแค่เรื่องเข้าใจผิด รวมทั้งเรื่องนี้ด้วย (ในความคิดส่วนตัวแล้วผมเชื่อ 50-50 เพราะก็มีทั้งส่วนคล้ายตามที่ตำนานได้บันทึกและก็มีอีกหลายส่วนที่ไม่เหมือนเช่นกันครับ) ซึ่งเรื่องช่วยจุดประกายให้มีนักสำรวจท้องถิ่นมากมายได้ออกค้นหาเรื่องราวเกี่ยวกับชูปรา-คาบรา อย่างมากมาย และพบถ้ำแห่งหนึ่งที่เชื่อว่าเป็นที่อาศัยของมัน

ที่มา – khaosod