นับถือเลย! สายการบินแคนาดาแหกกฏ ยอมให้สัตว์เลี้ยงขึ้นเครื่องบินได้ เหตุเกิดจากการอพยพไฟป่า

นับว่าเป็นเรื่องราวที่น่ายินดี บนความสูญเสีย สำหรับเหตุการณ์ไฟไหม้ที่เกิดขึ้นในประเทศแคนาดา ซึ่งเกิดจากเหตุไมไหม้ป่าจนเผาทำลายที่พักอาศัยของชาวบ้านไปกว่า 80,000 คน ส่งผลให้เกิดการอพยพครั้งใหญ่ขึ้นเมื่อไม่นานมานี้เอง เหตุการณ์นี้ เป็นจุดเกิดเหตุในเมือง Fort McMurray ซึ่งไม่ใช่แค่มนุษย์เพียงอย่างเดียวที่ต้องหนีด้วยความเดือดร้อน แต่รวมไปถึงเหล่าสัตว์เลี้ยงน่ารักทั้งหลายก็โดนผลกระทบจากไฟป่ามหาศาลนี้ด้วยเช่นกัน

หากลองนึกสภาพคนจำนวน 80000 ครัวเรือนที่ต้องประสบปัญหาเพลิงไหม้แล้วล่ะก็ เราก็คงจะคาดไม่ถึงว่า สัตว์เลี้ยงของแต่ละบ้านก็มีปัญหามากมายเช่นเดียวกัน ซึ่งพอเกิดอย่างนี้แล้ว ทางรัฐบาลจึงจำเป็นจะต้อง ให้ประชากรในเมืองนั้น หนีมาหลบภัยอยู่อีกฟากหนึ่งของตัวเมือง ผ่านสายการบิน West Jet and Canadian North airlines

และก็เป็นเรื่องที่โชคดีมากๆ ที่สายการบิน West Jet and Canadian North airlines นั้น ประกาศลดหย่อนกฎหมายที่เข้มงวดมานานเรื่องของสัตว์เลี้ยง เนื่องจากสายการบินทุกประเทศทั่วโลกมีกฎเกณฑ์การส่งขึ้นสัตว์เลี้ยงสู่เครื่องบินที่ค่อนข้างละเอียดอ่อน แต่ในเรื่องนี้ รับว่าเป็นกรณียกเว้น หากทางการไม่หย่อนกฎนี้เข้า ผู้คนที่รักสัตว์มากมายคงจะเดือดร้อนทางใจมากๆอย่างแน่นอน

โดยปกติแล้วสัตว์เลี้ยงเวลาเดินทางจะต้องอยู่ในส่วนของ Cargo เท่านั้น แต่ทั้งนี้สัตว์เลี้ยงเกือบทุกตัวจะได้รับการปฏิบัติดูแลอย่างดี รวมถึงหากเจ้าของคนไหนไม่ว่างดูและหรือติดภารกิจบางอย่างอยู่ ทางแอร์ฮอสเตจหรือผู้ดูแล ก็จะมาคอยช่วยเหลือสัตว์ตัวนั้น จนกว่าจะถึงที่หมายเลยทีเดียว นับว่าเป็นเรื่องที่แปลกที่สุดในโลกอีกเหตุการณ์หนึ่งที่เคยเกิดขึ้นและเคยมีมาเลยทีเดียว

ขอขอบคุณเครดิตข้อมูลจาก boredpanda

YouTube เตรียมยกเลิกการบังคับเพื่อให้คนดูโฆษณาแล้ว แต่เฉพาะโฆษณา 30 วินาทีนะ

 

ข่าวดีสำหรับคนที่ชอบดูยูทูบแล้วรำคาญเวลาที่มีโฆษณาขึ้นมาให้ดู โดยเฉพาะโฆษณาบางตัวที่คนดูกดข้ามไม่ได้ ที่เรียกว่า Non skippable in stream ads ซึ่งคนดูจะต้องดูโฆษณาตัวนั้นให้จบก่อน ถึงจะดูวิดีโอที่ตัวเองอยากดูได้ โดยทางกูเกิลยืนยันแล้วว่ามีแผนที่จะยกเลิกการขายโฆษณารูปแบบความยาว 30 วินาที ที่คนดูไม่สามารถกดข้ามได้ ในปี 2018 โดยบอกว่าต้องการใช้รูปแบบการขายโฆษณาที่เป็นที่ชื่นชอบของทั้งคนดูและคนลงโฆษณา

 

 

โดยบริษัทอเจนดา 21 ซึ่งเป็นเอเจนซีโฆษณาแห่งหนึ่งในอังกฤษให้ความคิดเห็นว่าการที่กูเกิลตัดสินใจยกเลิกการใช้โฆษณาที่คนดูกดข้ามไม่ได้บนยูทูบ ก็เพราะไม่ต้องการให้ยูทูบมีการบังคับให้คนดูโฆษณาเหมือนอย่างโทรทัศน์ ซึ่งผู้ชมส่วนใหญ่พบว่า การถูกบังคับให้ดูโฆษณาความยาว 30 วินาทีบนยูทูปเป็นเรื่องที่ทำให้เสียอารมณ์

 

ขณะที่รูปแบบโฆษณาที่คนดูสามารถเลือกที่จะดูหรือไม่ดูก็ได้ หลังจากที่โฆษณาเล่นไปแล้ว 5 วินาที หรือที่เรียกว่า True view in stream ads จะยังคงมีอยู่ โดยกูเกิลบอกว่ารูปแบบการโฆษณาแบบนี้จะเป็นประโยชน์ต่อทั้งคนดูและผู้ลงโฆษณา เนื่องจากคนดูก็สามารถเลือกที่จะดูหรือไม่ดูโฆษณาก็ได้ หลังจากที่โฆษณาเล่นไปแล้ว 5 วินาที ส่วนผู้ลงโฆษณาก็จะจ่ายค่าโฆษณาตามจำนวนผู้ชมจริง ที่ชมโฆษณาจนเกินเวลาที่กำหนดไว้ นอกจากนี้ยังเป็นการส่งเสริมให้ผู้ลงโฆษณาต้องคิดวิธีการนำเสนอที่ดูสนุกสนาน เพื่อที่จะทำให้คนดูเลือกที่จะไม่กดข้าม

ที่มา: thefader

รักหมาอย่ากอดหมา! ผู้เชี่ยวชาญสัตว์ยืนยันแล้วว่า “สุนัขไม่ชอบให้มนุษย์กอดมัน”

นับว่าเป็นเรื่องที่เราเข้าใจผิดและไม่คาดคิดกันมาก่อนเลยว่า นิสัยของสุนัขที่เราคุ้นเคยกันเป็นอย่างดีจะมีพฤติกรรมรังเกียจการสัมผัสอ้อมแขนของเราด้วย ซึ่งโดยการวิจัยนี้ได้รับการยืนยันจาก Dr. Alexandra Horowitz นักวิทยาศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญด้านพฤติกรรมสัตว์ ซึ่งเขาได้ทำการทดลองอย่างละเอียดถี่ถ้วน จนสรุปผลได้ว่าการที่เราไปกอดหรือสุนัขขึ้นมาบนอก สีหน้าและอารมณ์ของพวกมันจะหยุดนิ่งทันที และไม่ยอมกระดิกหางเพื่อแสดงความต้องการใดๆอีกเลย นอกจากความต้องการที่อยากจะกระโดดลงจากอ้อมอกเท่านั้น

 

 

โดยผู้เชี่ยวชาญได้กล่าวอีกว่า การกอดสุนัข จะทำให้มันรู้สึกไม่สบายตัว ส่งผลทำให้เกิดความเครียดที่ต้องอดทนอยู่ในอ้อมอกเป็นเวลานานๆ พวกมันจะแสดงความรู้สึกเลียปากตัวเอง บางตัวก็หาว หรือบางตัวถึงขั้นหัวใจเต้นแรงเลยก็ว่าได้ ซึ่งสิ่งเหล่านั้นจึงสรุปได้เบื้องต้นแล้วว่าพวกมันไม่ชอบเลยนั่นเอง

 

 

อย่างไรก็ตาม สิ่งเหล่านี้ก็ใช่ว่าจะเกิดขึ้นกับสุนัขทุกตัว เพราะบางตัวที่เกิดมาแล้วถูกเลี้ยงจนเชื่องอยู่กับคนมาตลอดก็จะไม่เผยอาการเหล่านี้ให้ได้เห็นมากนัก บางคนถึงขั้นเข้าใจผิดกันเลยก็ว่าได้ เพราะทุกครั้งที่เราอุ้มสุนัข มักจะเกิดปัญหาสุนัขข่วน กัด หรือดิ้นอยู่ตลอดเวลา ส่งผลถึงพฤติกรรมความก้าวร้าวและไม่เหมาะสมของมัน ซึ่งแท้ที่จริงแล้ว สาเหตุมันเกิดจากการที่เราอุ้มมันและสะสมความเครียดเอาไว้ จนทำให้เราบาดเจ็บจากการระบายของพวกมันนั่นเอง

 

 

ยังไงหากใครที่ชอบเล่นกับหมาก็ควรระวังตัวและเข้าใจถึงหัวอกน้องหมากันด้วยนะครับ บางทีเขาก็คงอึดอัดหรือไม่ชอบพฤติกรรมอะไรแบบนี้ ยังไงก็นับว่าเป็นสิ่งที่ดีที่เรารู้ซะก่อน จะได้ไม่เข้าใจผิดกันอีก

ที่มา: pantip.comsanook

ดาวรุ่งพุ่งแรงสุดๆ! คุมะมงทำลายสถิติ ยอดขายเกิน 1 แสนล้านเยนต่อปี

ประเทศญี่ปุ่น เป็นประเทศที่ขึ้นชื่อเรื่องการสร้างการตลาดและการนำสิ่งที่เป็นวัฒนธรรมที่สุด มาดัดแปลงให้กลายเป็นจุดขายได้ ดูอย่างเช่น คุมะมง มาสคอตประจำจังหวัดคุมาโมโตะ ที่แต่ก่อนยังไม่ค่อยมีความน่าสนใจเท่าไหร่นัก แต่พอมีเจ้าคุมะมงมาเป็นตัวโปรโมตจังหวัด ก็เริ่มมีกระแสและความน่าสนใจขึ้น ชนิดที่ว่าจากหน้ามือเป็นหลังมือเลยทีเดียว

ความน่าสนใจของคุมะมง กลายเป็นจุดขายและการเรียกนักท่องเที่ยวมาเที่ยวในจังหวะดคุมาโมโต้ ได้อย่างดีมากๆ ทำให้เม็ดเงินในการท่องเที่ยวจังหวัดนี้ เดินสะพัดอยู่ตลอดเวลา แถมสินค้าของเจ้าคุมะมงยังกลายเป็นสินค้าขายดีที่ไม่ใช่แค่ในเฉพาะจังหวัดนี้เท่านั้น แต่ที่อื่นๆก็ขายดีเป็นเทน้ำเทท่าอย่างสิ้นเชิง

ล่าสุดสินค้าการตลาดของคุมะมง มีการทำยอดสติถิเอาไว้แล้วในญี่ปุ่นว่า เป็นสินค้าทำยอดขาย ได้มากถึง 128,000,000,000 เยนต่อปี ซึ่งนับว่าเป็นมาสคอตตัวแรกที่เรียกลูกค้าและนักท่องเที่ยวมาซื้อสินค้าได้มากมายขนาดนี้ ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นที่ญี่ปุ่นในปีไหนมาก่อน เรียกว่ายอดขายของสินค้าคุมะมงเพิ่มขึ้นร้อยละ 30 และสูงเกินหลัก 1 แสนล้านเป็นครั้งแรกในญี่ปุ่นเลยทีเดียว

คุมะมง ถูกคิดขึ้นเพื่อเป็นการโปรโมตฟื้อนฟูจุดขายให้กับจังหวัดคุมาโมโต้ ที่ประสบเหตุแผ่นดินไหวและเสียหายอย่างหนักไปในเดือนเมษาปี 2016 โดยเนื่องจากคาแร็คเตอร์กวนๆและนิสัยที่ไม่แคร์ใครของเจ้าหมีคุมะมงตัวนี้ ทำให้สามารถจับต้องและเข้าถึงคนได้ง่ายๆ ด้วยเสียงหัวเราะและความฮา แน่นอนว่ามันสามารถดึงดูดทั้งเด็ก วัยรุ่น และผู้ใหญ่ได้ในเวลาเดียวกัน และตอนนี้ก็ได้เป็นขวัญใจคนทั่วประเทศและทั่วโลกไปซะแล้ว ไม่เว้นแม้แต่ที่ประเทศไทยเองก็เช่นเดียวกัน

ขอขอบคุณเครดิตข้อมูลจาก j-channel.jp

ความเป็นมา ที่ใครหลายคนอาจจะเคยสงสัย? ว่าทำไม โรงหนังต้องคู่กับ “ป๊อปคอร์น”

จากความสงสยที่ว่า “ทำไมการดูหนังต้องคู่กับป๊อปคอร์น?” จะเห็นได้ว่าตามโรงหนังต่างๆ ไม่ว่าจะในไทยหรือในต่างประเทศก็แล้วแต่ มักจะมีป๊อปคอร์นกับน้ำอัดลมขายอยู่หน้าโรงหนัง หลายท่านอาจตั้งคำถามว่า แล้วขายอย่างอื่นไม่ได้เหรอ? ทำไมต้องเป็นป๊อปคอร์น วันนี้เรามีคำตอบเพื่อไขข้อข้องใจของหลายๆ ท่านครับ

 

 

โดยใน ค.ศ. 1927 โรงหนังเริ่มมองหากลุ่มลูกค้าใหม่ๆ โดยเน้นกลุ่มประชาชนทั่วไป ทุกเพศทุกวัย อีกทั้งช่วงนั้นสหรัฐอเมริกาประสบวิกฤติเศรษฐกิจครั้งที่เลวร้ายที่สุดในประประวัติศาสตร์ ทำให้ผู้คนหันเข้าหาโรงหนัง เพื่อหลีกหนีโลกแห่งความเป็นจริงที่เต็มไปด้วยความเครียด และสิ่งเลวร้าย ทำให้โรงหนังกลายเป็นธุรกิจที่เฟื่องฟูในยุคนั้น

 

ซึ่งในช่วงแรกนั้นพ่อค้านำป็อปคอร์นมาขายอยู่หน้าโรงหนัง และขายดีเป็นอย่างมากในผู้นิยมชมกลุ่มที่มีฐานะไม่ค่อยดี เพราะป็อปคอร์นเป็นขนมราคาถูกที่ทุกคนสามารถซื้อได้ จากนั้นทางโรงหนังจึงเริ่มอนุญาตให้พ่อค้าเข้ามาเช่าพื้นที่ในโรงหนังเพื่อขายป็อปคอร์นได้ จนท้ายที่สุดเจ้าของโรงหนังก็กลายมาเป็นผู้ขายป็อปคอร์นเสียเอง

 

 

อีกทั้งในช่วงนั้นธุรกิจต่างๆ กำลังขาดทุน ข้าวโพดคั่วกลับขายดีเป็นเทน้ำเทท่า ในยุคนั้นมีชาวอเมริกันประดิษฐ์เครื่องทำข้าวโพดคั่ว โดยเริ่มจากการขายคั่วเกลือก่อน ด้วยต้นทุนที่ต่ำ ธุรกิจข้าวโพดจึงมีกำไรเยอะ ข้าวโพดคั่วหรือป๊อปคอร์นจึงเป็นส่วนหนึ่งของธรรมเนียมการชมภาพยนตร์และความบันเทิงหลากหลายรูปแบบอีกด้วย