เผยวิธีการสร้าง “พีระมิด” (เทคโนโลยีต่างๆ) ที่ทำให้รู้ว่าชาวอียิปต์โบราณนั้นอัจฉริยะจริงๆ

“พีระมิดคีออปส์รูปทรงสามเหลี่ยม” คาดว่าถูกสร้างขึ้นในช่วง 2580-2560 ปีก่อนคริสตกาล ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบันผู้คนจำนวนไม่น้อยต่างรู้สึกแปลกใจเป็นอย่างมาก ว่าช่วงก่อนคริสตกาลจะมีการใช้เทคโนโลยีหรือเทคนิคอะไรในการก่อสร้างอาคารให้มีประสิทธิภาพได้ขนาดนี้? หรือเป็นได้ว่านี่เป็นฝีมือของมนุษย์ต่างดาว!

Day16_05_resize

สมัยก่อนชาวกรีกเชื่อว่า การก่อสร้างพีระมิดต้องใช้แรงงานและทาสจำนวนมาก แต่ปัจจุบันจากหลักฐานอ้างอิงต่างๆทำให้พบว่า พีระมิดสร้างมากจากแรงงานที่มีทักษะความรู้จำนวนกว่าหมื่นคนเท่านั้น ซึ่งผู้เชี่ยวชาญได้เปิดเผยว่า ด้วยความฉลาดของชาวอียิปต์ ณ เวลานั้น ได้ใช้เหมืองหินที่อยู่ไกลออกไปเป็นสถานที่เตรียมหิน คนงานในเหมืองก็จะใช้ระดับน้ำและเครื่องมือทำการวัดหินให้หินให้มีขนาดเท่ากัน หินก้อนใหญ่หลายๆก้อนจะถูกส่งมากโดยที่ คนงานจะใช้หนังแกะและเชือกมาผูกเงื่อนต่อกันเป็นแพ และอัดอากาศเข้าไปในหนังแกะทำให้เกิดเป็นทุ่นลอยน้ำได้ จากนั้นก็นำหินผูกไว้กับหินให้ลอยผ่านกระแสน้ำเข้าไปภายในท่อทั้ง 4 ด้านของพีระมิด ซึ่งจะสามารถประหยัดเวลาและแรงงานในการเคลื่อนย้ายหินไปยังตำแหน่งที่ถูกต้องได้อย่างมาก

33เส้นทางการลำเลียงหิน

22

ทำการเตรียมหินให้มีขนาดเท่ากันก่อนส่งไปทางน้ำโดยการมัดทุ่นลอยน้ำจากหนังแกะ

โดยทั้ง 4 ด้านของพีระมิดจะมีท่อน้ำที่ใช้ในการขนส่งหินเป็นของตนเอง ท่อน้ำที่ถูกสร้างให้สูงขึ้นไปเรื่อยๆจนกว่าจะถึงยอดพีระมิด ซึ่งทุกชั้นจะมีการกำหนดมุมความลาดเอียงไว้อย่างแน่นนอนที่ 53 องศา โดยมุมดังกล่าวได้ผ่านการคำนวณมาเรียบร้อยแล้ว เพื่อให้แน่ใจว่าท่อน้ำจะมีสถานะความลาดเอียงเหมาะสมต่อการลำเลียงหินส่งขึ้นไป ดังนั้นหลังจากก่อสร้างพีระมิดแล้วทั้ง 4 ด้านจึงมีขนาดของมุมองศาที่เท่ากัน

12

14401548631040ท่อทั้ง 4 ด้านที่ใช้ลำเลียงหินขึ้นไปด้านบน ทำมุม 53 องศาและขนาดกับพีระมิด

นอกจากการก่อสร้างพีระมิดแล้ว ก็มีสิ่งสร้างขนาดใหญ่ทางประวัติศาสตร์อีกจำนวนมากที่ใช้วิธีการขนส่งทางน้ำแบบนี้ไปช่วยในการก่อสร้าง อย่างเช่นที่นครวัด เป็นต้น

ที่มา: manyum

Nigel ผู้หลงไหลในอุจจาระ จนเปิด “พิพิธภัณฑ์อึ” เพื่อเปลี่ยนแนวคิดให้อึเป็นสิ่งที่สวยงาม!

“พิพิธภัณฑ์อึ” เป็นพิพิธภัณฑ์ในสวนสัตว์ “ไอส์ล ออฟ ไวท์” ของอังกฤษ เริ่มเปิดให้เข้าชมเมื่อต้นปี 2016 พิพิธภัณฑ์แห่งนี้มาแนวแปลกกว่าใคร! “Nigel George” หนึ่งในผู้ดูแลพิพิธภัณฑ์อึ บอกว่า ” คนปกติเวลาพูดถึงอึอาจจะรู้สึกขยะแขยงมันและนึกถึงกลิ่นเหม็น… เราจึงมีแนวคิดที่จะนำเสนออึในรูปแบบที่ดูสวยงามและให้ความรู้ไปด้วยในตัว ผู้เข้าชมจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับการบำบัดน้ำเสียและวิธีจัดการกับอึของสัตว์ นอกจากนั้นอึสามารถบอกถึงสุขภาพและอาหารที่สัตว์กินไปได้ “

มีการจัดแสดงมูลของสัตว์ชนิดต่างๆ มากกว่า 20 ชนิด ไม่ว่าจะเป็นกวาง สิงโต เมียร์แคต สุนัขจิ้งจอก มนุษย์ รวมไปถึงฟอสซิลมูลสัตว์ อายุกว่า 140 ล้านปี เป็นต้น และเพื่อไม่ให้มูลสัตว์ส่งกลิ่นเหม็นนคละคลุ้งไปทั่วพิพิธภัณฑ์ จึงต้องเก็บมูลสัตว์แต่ละชนิดไว้ในกล่องอบแห้งชนิดพิเศษ ซึ่งจะช่วยดูดกลิ่นและความชื้นออกไป จากนั้นก็นำไปใส่ไว้ในลูกแก้วเรซิ่นเพื่อให้ดูสวยงามและทำให้ตัวอย่างมูลสัตว์คงสภาพเดิมอยู่ได้ รวมถึงการใช้แสงสีเพิ่มเติมเข้าไป เพื่อให้ผลงานออกมาสวยยิ่งขึ้น

2

อึในลูกแก้วเรซิ่นใส

3

เก็บมูลสัตว์แต่ละชนิดไว้ในกล่องอบแห้งชนิดพิเศษก่อนนำใส่ลูกแก้วเรซิ่น

5

การใช้แสงสี ช่วยให้ดูน่าสนใจยิ่งขึ้น

ที่มา: orzzzz