ซามูไรไม่ได้จำกัดอยู่แค่เพศชายเท่านั้น แต่ผู้หญิงก็สามารถเป็นซามูไรได้เช่นกัน “ซามูไรหญิง” ถูกรู้จักในนามของ “Onna-bugeisha : ออนนะ-บูเกอิชา” และมีเรื่องราวในประวัติศาสตร์ย้อนไปถึงศตวรรษที่ 16-18 บางศึกซามูไรหญิงมีจำนวนมากถึง 3 ใน 4 ของนักรบทั้งหมด เนื่องจากในช่วงที่ผู้ชายต้องออกรบ บางครั้งผู้เป็น บิดา สามี บุตรชาย อาจบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ทำให้พวกเธอต้องลุกขึ้นมาต่อสู้ เพื่อปกป้องตระกูลไม่ให้ล่มสลาย

เชื่อว่า ซามูไรหญิง เกิดขึ้นครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ.1185 ในยุคคามาคุระ แต่กลับมาบูมสุดๆเมื่อ ปลายยุคเอโดะหรือยุคบาคุมัทสึ ค.ศ.1603 – 1868 เพราะในยุคนี้ญี่ปุ่นถูกสหรัฐอเมริกา ปิดประเทศและล้มล้างระบอบโชกุน ทำให้ความเชื่อดั้งเดิมที่ว่าผู้หญิงจะต้องเลี้ยงลูกและทำงานบ้าน ถูกทำลายลง ทำให้ผู้หญิงบางส่วนที่เกิดและเติบโตในชนชั้นซามูไรเริ่มกลับมาจับอาวุธอีกครั้ง

แม้ว่าดาบคาตานะจะเป็นอาวุธที่ได้รับความนิยมในหมู่ ซามูไรชาย แต่ซามูไรหญิงส่วนใหญ่เลือกใช้ ง้าวนากินาตะ อาวุธชนิดนี้จะได้เปรียบในการโจมตีระยะไกล ผู้หญิงในตำนานซามูไรหลายคนใช้ จนกลายมป็นสัญลักษณ์ให้กับนักรบหญิงในยุคสมัยนั้น และนอกจากง้าวนากินาตะแล้ว พวกเธอยังนิยมใช้ ธนู อีกด้วย เนื่องจากความแข็งแรงนั้นด้อยกว่าผู้ชาย และผู้หญิงใจเย็นกว่ามาก ท่ามกลางวีรสตรี ซามูไรหญิง ที่ได้สร้างวีกรรมอันห้าวหาญและน่าทึ่งเอาไว้มากมาย ผมขอเล่าถึง 2 นักรบที่โด่งดังและเก่งกาจที่สุด

 

1.นาคาโนะ ทาเคโกะ “ซามูไรหญิงคนสุดท้าย”

เกิดเมื่อปี ค.ศ.1847 เกิดในตระกูลซามูไร ที่มีหน้าที่ปกป้องตระกูลมัตสึไดระ ซึ่งเป็นเจ้าแคว้นไอสึ เมื่ออายุได้ 6 ปี จึงได้รับการฝึกสอนทั้งในเรื่องของการต่อสู้และวิชาความรู้ อีกทั้งยังมีความเชี่ยวชาญในด้านศิลปะอีกด้วย จนกระทั่งเกิดสงครามโบชิน เนื่องจากแคว้นไอสึไม่เห็นด้วย ในการล้มล้างระบอบโชกุน ทำให้พวกเขากลายเป็นกบฏโดยทันที จักรพรรดิได้เคลื่อนทัพบุกโจมตีแคว้นไอสึทำให้ชาวเมืองล้มตายไปจำนวนมาก

พวกชาวเมืองในไอสึส่วนใหญ่พากันมารวมตัวกันในปราสาท จัดตั้งเป็นกองทหาร แบ่งแยกตามระดับอายุ ส่วนเด็กที่อายุต่ำกว่า 15 ปี บรรดาผู้หญิงและคนแก่ที่อายุมากกว่า 60 ปี ส่วนหนึ่งต่างก็กลัวว่าพวกตนจะเป็นภาระ จึงได้ทำฮาราคีรีปลิดชีพตนเองไปไม่น้อย แต่ไม่ใช่กับ นาคาโนะ ทาเคโกะ เพราะเธอได้เตรียมการรับมือเอาไว้แล้ว

ทาเคโกะ ในวัย 21 ปี ได้ร่วมมือกับน้องสาว จัดตั้งกองกำลัง ที่มีชื่อว่า “โจชิไต” โดยมีเป้าหมายสำคัญเพียงอย่างเดียวคือ รักษาปราสาท ปกป้องเจ้าหญิงเทรุ ช่วยชีวิตผู้หญิงและเด็กอีกหลายร้อยคน ซึ่งเธอสามารถทำได้สำเร็จ แม้จะต้องตายในศึกครั้งนั้นก็ตาม (เอาดาบไปสู้กับปืน เหมือนในหนังเรื่อง The Last Samurai ยังไงยังงั้น)

 

2.โทโมเอะ โกเซ็น “ซามูไรหญิงคนแรกในประวัติศาสตร์”

ประวัติของเธอมีไม่มากนัก เกิดเมื่อปี ค.ศ.1157 ด้วยความงามและผิวขาวดั่งมุก ทำให้เธอได้เป็นอนุภรรยาของมินาโมโตะ โยชินากะ หัวหน้าตระกูลมินาโมโตะสายคิโสะ ผู้ครองดินแดนแถบคันโต ซึ่งในระหว่างนั้น ตระกูลมินาโมโตะสายคิโสะ ได้ขัดแย้งกับตระกูลไทระ ด้วยความขัดแย้งนี้ ทำให้เกิดสงครามที่มีชื่อว่า สงครามเกมเปย์ (สงครามสร้างชื่อของเธอ) สงครามยืดเยื้อนับสิบปี ทำให้ โกเซ็น ตัดสินใจช่วยสามีในศึกครั้งนี้ด้วย

  • ในปี ค.ศ.1181 ศึกที่โยโกตะงาวาระ เธอบุกตะลุยเข้าในใจกลางทัพข้าศึก ปลิดชีพขุนพลทหารม้าของข้าศึกได้ถึง 7 คน แล้วเอาศีรษะทั้งหมดกลับมาได้
  • ในปี ค.ศ.1183 ศึกที่โทนามิยามะ เธอนำทหารม้า 1,000 คน บุกตีข้าศึกจนแตกพ่าย
  • ในปี ค.ศ.1184 ศึกที่อุชิเดะ เธอสร้างวีรกรรมน่าเหลือเชื่อด้วยการนำทหารม้า 300 คน บุกตีทัพของพวกไทระที่มี 3,000 คนจนแตกพ่ายได้

แต่จุดเปลี่ยนก็เกิดขึ้นในปีนั้น เพราะหลังจากพวกไทระใกล้จะแพ้ ในตระกูลมินาโมโตะกลับเกิดความขัดแย้งว่า จากนี้ใครคือผู้มีสิทธิ์จะได้ขึ้นเป็นโชกุนต่อไป ทำให้เกิดศึกภายในหักหลังกันเอง เธอและสามีถูกวางแผนลอบโจมตี (เรื่องราวหลังจากนี้ไม่มีความแน่ชัด)

  • เธอปลิดชีพตนเองตายตามสามี เพื่อแสดงความรักและภักดี เชิดชูบทบาทของภรรยา
  • สามีขอให้เธอฝ่าวงล้อมออกไป เพื่อบอกเล่าเรื่องราวการต่อสู้ และการตายของเขาให้คนรุ่นหลังได้ทราบต่อไป
  • เธอได้กลับไปแก้แค้น และได้กลายเป็นภรรยาของศัตรู แถมยังมีบุตรกันด้วย พอสามีตายเธอจึงออกบวชเพื่อไว้อาลัยให้กับเรื่องราวที่ผ่านมา และเสียชีวิตในวัย 91 ปี

 

 

Fact – ความจริงของภาพซามูไรหญิงสุดน่ารัก ที่เคยกลายเป็นไวรัลสุดโด่งดัง แท้จริงแล้วเป็นภาพของนักแสดงละครคาบูกิ ที่ถูกถ่ายไว้เมื่อปี ค.ศ. 1870  ไม่ใช่ภาพของ ออนนะ-บูเกอิชา อย่างที่เข้าใจกัน และนักประวัติศาสตร์ยังเชื่อว่า ความจริงแล้วคนในรูปนี้ คือ ผู้ชาย ไม่ใช่ ผู้หญิง เพราะนักแสดงละครคาบูกิ ล้วนมีแต่ ผู้ชาย !!!

Fact 2 – ซามูไรเคยมีจำนวนมากถึง 10 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนประชากรในประเทศญี่ปุ่น รถูกจัดให้เป็นชนชั้นสูง และพวกเขาไม่ได้มีหน้าที่แค่สู้รบเท่านั้น แท้จริงแล้วซามูไรได้รับการศึกษาที่สูง การเขียนการอ่าน การจัดดอกไม้ คณิตศาสตร์ การเขียนพู่กัน บทกวี นอกจากนี้ซามูไรยังต้องเรียนรู้พิธีชงชาอีกด้วย

หากคุณชอบอ่านเรื่องซามูไร เราขอแนะนำให้คุณอ่านเรื่องนี้ – “ยาซึเกะ” ซามูไรผิวดำ คนแรกและคนเดียวในโลก ที่มีตัวตนอยู่จริงในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น

เด็กชายที่น่าสงสารที่สุดในโลก – ผมไม่ได้เป็นนักเขียน ผมเป็นนักเล่า แต่ผมมักจะเล่า โดยใช้การเขียน

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Post comment