จิ้งจกตัดต่อยีน ตัวแรกของโลก อาจช่วยรักษาดวงตาของคนผิวเผือกได้

เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2019 สำนักข่าว The Telegraph ได้รายงานความคืบหน้าในการพยายามรักษาผู้ที่ป่วยเป็น โรคผิวเผือก (Albinism) ซึ่งล่าสุดนักวิทยาศาสตร์ได้นำจิ้งจกตัวเมียไปตัดต่อยีน “เพื่อสร้างจิ้งจกเผือก” ขึ้นมา !!! เนื่องจากพวกเขาเชื่อว่า มันสามารถช่วยรักษาสภาพดวงตาของผู้ที่อยู่ป่วยเป็นโรคดังกล่าวให้มีดวงตาไม่แพ้แสงเหมือนผู้คนทั่วไปได้

ในการทดลองครั้งนี้ นักวัยจาก University of Georgia ใช้กระบวนการตัดต่อยีนแบบ CRISPR-Cas9 (ดัดแปลงสารพันธุกรรมในร่างกายในระดับเซลล์) ที่เคยคิดว่าไม่น่าจะใช้ได้กับสัตว์เลื้อยคลาน เนื่องจากต้องทำการฉีดน้ำยาเข้าไปในไข่ที่ได้รับการปฏิสนธิแบบทันทีทันใด

ซึ่งความยากก็อยู่ตรงนี้แหละครับ เพราะไข่ของจิ้งจกมีการปฏิสนธิภายในร่างกายด้วยเวลาที่ไม่แน่นอน หากพลาดไปสักไม่กี่วินาที ลูกจิ้งจกก็จะเกิดมาผิดปกติมากเกินไป จนไม่สามารถนำมาใช้วิจัยต่อได้

แต่มีหรือที่มนุษย์เราจะยอมแพ้ สุดท้ายนักวิจัยก็หาทางแก้ปัญหาได้สำเร็จ ด้วยการใช้เครื่องมือเพื่อให้กระบวนการดังกล่าวอยู่ในภาวะ “สโลว์โมชั่น” หมายความว่า นักวิจัยสามารถเห็นกระบวนการทุกอย่างได้แบบช้า ๆ เพื่อให้มีเวลาเตรียมตัวนานขึ้น ทั้งในขณะที่ไข่จิ้งจกกำลังพัฒนา ไข่ที่กำลังจะตก และกำลังจะได้รับการปฏิสนธิ ซึ่งเราสามารถมองเห็นมันได้ผ่านเยื่อหุ้มเซลล์โปร่งใสเหนือรังไข่ของมัน เจ๋งฝุด ๆ เลยล่ะครับ

และทำไมต้องเป็น “จิ้งจกเผือก” ใช้สัตว์ชนิดอื่นทดลองไม่ได้หรอ ?

นั่นก็เพราะ เมื่อนักวิจัยทำการคัด Tyrosinase ออกมา (เอนไซม์ชนิดหนึ่งที่หากเมื่อไหร่มันทำงานบกพร่อง จะทำให้เส้นผมและเซลล์ผิวหนังมีสีขาว) นักวิจัยพบว่าสัตว์อย่างจิ้งจกไม่ได้รับอันตรายแต่อย่างใด

แล้วพวกมันจะช่วยรักษาดวงตาของมนุษย์ผิวเผือกได้อย่างไรล่ะ ?

เนื่องจากมนุษย์ผิวเผือกมักมีปัญหาในเรื่องของการมองเห็น ด้วยเหตุนี้ นักวิทยาศาสตร์จึงคิดว่า หากนำจิ้งจกมาเป็นตัวทดลอง เพื่อทำการศึกษาว่าการสูญเสียยีนตัวนี้ส่งผลต่อการพัฒนาของดวงตาในมนุษย์อย่างไร ? ไม่แน่ในอนาคตนักวิจัยอาจพบวิธีการรักษาจริง ๆ ก็ได้

สำหรับ ดวงตาของคนผิวเผือก จะปรับตัวกับแสงได้ไม่ดีนักและมองไม่เห็นในที่มืด ส่วนใหญ่คนผิวเผือกจะสายตาสั้นมากหรืออาจจะยาวมาก เนื่องจากมักมีปัญหาด้านระบบประสาทที่ส่งภาพจากตาไปยังสมอง และอาจมีปัญหาเกี่ยวกับสายตา เช่น ตาเหล่ ตาไวต่อแสง ทำให้ไม่สามารถควบคุมดวงตาได้ (ดวงตามีการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วจนเกินไป)

แม้ว่าเทคนิคการตัดต่อยีนนี้ จะสามารถดัดแปลงเพื่อไปไปใช้ในมนุษย์ได้ แต่ใครล่ะที่จะยอมเสี่ยง ฉะนั้นการทดลองกับจิ้งจก เพื่อหาทางรักษาคงเป็นวิธีที่ดีที่สุดแล้ว” – Doug Menke หัวหน้าทีมวิจัย กล่าว 

สรุป – นักวิจัยต้องสร้าง “จิ้งจกเผือก” ขึ้นมาก่อน จากนั้นจึงนำพวกมันไปทดลองและศึกษา ซึ่งหากทดลองจนรักษามันให้หายเป็นปกติได้แล้ว ไม่ว่าจะดวงตา ผิว หรือผลข้างเคียง ก็จะใช้วิธีเดียวกันนี้มารักษาในมนุษย์ นั่นเองครับ

Fact กิ้งก่าหนาม เป็นสายพันธุ์กิ้งก่าที่สามารถฉีดเลือดออกจากดวงตาของพวกมันได้ ซึ่งนี่ไม่เพียงแต่จะทำให้นักล่าสับสน แต่เลือดยังรสชาติแย่สำหรับหมาและแมวด้วย (ทำได้เพราะมีเส้นเลือดเล็ก ๆ ในดวงตา)

Fact 2 – ปัจจุบันมีคนผิวเผือกอาศัยอยู่ในแทนซาเนียราว 200,000 คน เป็นอาการผิดปกติทางพันธุกรรม เกิดกับชาวแทนซาเนีย 1 ใน 1,400 คน เป็นผลจากการแต่งงานระหว่างคนในสายเลือดเดียวกัน แต่สำหรับประเทศตะวันตกโอกาสเกิดคนผิวเผือก อยู่ที่ 1 ใน 20,000 คน

ซึ่งในยุคที่เทคโนโลยีกำลังพัฒนาแบบก้าวกระโดด แต่ความนิยมล่าคนผิวเผือกในตลาดมืดไม่ได้ลดลงเลย 2.4 ล้านบาท สำหรับร่างกายทั้งตัว …

อ่านต่อ – เจาะลึกธุรกิจมืด ล่าคนผิวเผือกที่แทนซาเนีย

14 E-book Flagfrog