Yeti เยติ สิ่งมีชีวิตตัวใหญ่รูปร่างครึ่งคนครึ่งลิงที่มีขนสีขาวบนเทือกเขาหิมาลัย แต่ไหงตอนค้นพบขนของมันกลับกลายเป็นสีน้ำตาล ไม่ใช่สีขาวอย่างในตำนานที่เราได้ฟังมา

ในปี 2004 เธอมีส่วนร่วมในการวิเคราะห์กระดูกขากรรไกรอายุ 120,000 ปี ของหมีขาว เวลาผ่านไปสิบปี ผลการวิจัยในครั้งนั้นถูกนำไปศึกษาต่อโดยมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด เพื่อหาความเชื่อมโยงระหว่างขากรรไกรของหมีขาวและตำนานเยติ

 

Charlotte Lindqvist ผู้นำการวิจัยจากมหาวิทยาลัยBuffalo ในนครนิวยอร์กพร้อมด้วยทีมงานของเธอตรวจสอบวัตถุตัวอย่างที่เชื่อกันว่าเป็นของเยติ วัตถุเหล่านี้ทีมนักวิจัยได้มาจากพิพิธภัณฑ์ และจากเจ้าของใจดีที่สะสมไว้เป็นคอเลคชั่นส่วนตัว ตัวอย่างที่อ้างว่าเป็นชิ้นส่วนของเยติเช่น เส้นผม ,ฟัน ,เส้นขน ,กระดูก ตลอดจนอุจจาระ

 

หนังกะโหลก และ กระดูกมือ ที่อ้างว่าคือของเยติ ค้นพบที่ประเทศเนปาล ในปี 1980

 

แผ่นปูนจำลองขนาดเท้าอันมหึมาของ เยติ ที่ภูฏาน

 

กระดูกขาที่เชื่อกันว่าเป็นของเยติ ถูกพบจากถ้ำในทิเบต

 

ผลการทดสอบดีเอ็นเอได้สั่นสะเทือนตำนานเล่าขานของอสูรกายเยติที่ถูกส่งต่อกันมาหลายร้อยปี พวกเขาระบุว่า ฟันดังกล่าวเป็นฟันของสุนัขบ้านตัวหนึ่ง ในขณะที่ชิ้นส่วนอื่นๆ นั้นมาจากหมีหิมาลายัน และหมีควาย “ผลการศึกษาเป็นที่ยืนยันว่าตัวอย่างทั้งหมดนั้นมาจากหมีที่อาศัยอยู่ในแถบเทือกเขาหิมาลายันและในทิเบต”

 

หมีหิมาลายันสีน้ำตาล

 

การศึกษาครั้งนี้นอกจากจะพิสูจน์ตำนานเยติแล้ว ยังช่วยให้เห็นถึงวิวัฒนาการของหมี ในภูมิภาคนี้อีกด้วย

“แล้วตำนานของเยติล่ะ? แน่นอนว่าตำนานจะยังคงถูกเล่าขานกันต่อไป แม้ว่าดีเอ็นเอจะถูกพิสูจน์แล้วก็ตาม” – national Geographic กล่าว

ที่มา – mashable

ผมไม่ได้เป็นนักเขียน ผมเป็นนักเล่า แต่ผมมักจะเล่า โดยใช้การเขียน