ภารกิจตามล่าดวงดาวที่หายไป เมื่อจู่ ๆ ดาวสว่างกว่าอาทิตย์ 2.5 ล้านเท่า หายไร้ร่องรอย

ตั้งแต่ปี 2001 ถึงปี 2011 ทีมนักดาราศาสตร์ยุโรป (ESA) ได้เริ่มศึกษาและค้นหาดาวมวลสูงที่มีโอกาสระเบิดเป็นซูเปอร์โนวาในกาแลกซี่ต่าง ๆ ทั่วจักรวาล จนได้พบกับดาวที่น่าสนใจดวงหนึ่งในกาแล๊กซี่แคระคินแมน (Kinman Dwarf – อยู่ห่างจากโลก 75 ล้านปีแสง)

ภาพกาแล็กซี่แคระคินแมน

โดยสิ่งที่ทำให้ดาวดวงนี้น่าสนใจมากก็เพราะ มันเป็นดาวดวงใหญ่ที่มีสีฟ้าสว่างสดใส ซึ่งความสว่างของมันมีพลังงานมากกว่าดวงอาทิตย์ถึง 2.5 ล้านเท่า !! (เพราะกำลังจะระเบิด) แต่เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2020 หลังจากที่ใช้กล้องโทรทรรศน์ส่องดูอีกครั้ง กลับพบว่า “ดาวดวงนี้หายไปแล้ว แต่ไม่พบร่องรอยของการระเบิด หรือเศษซากซุปเปอร์โนวาใด ๆ เลย” ซึ่งการค้นพบปริศนาครั้งนี้ ทำให้นักดาราศาสตร์ ESA ต้องเริ่มภารกิจตามล่าหาความจริงเพื่อไขปริศนาข้อนี้ให้ได้ครับ

เบื้องต้น นักดาราศาสตร์เชื่อว่าดาวที่พวกเขาพบในปี 2009 ดวงนี้ อยู่ในกลุ่มดาวแปรแสงสีฟ้าส่องสว่าง (LBV) ที่กำลังจะสิ้นอายุขัย-จริง และคงระเบิดไปก่อนหน้าที่เราจะส่องสำรวจอีกครั้ง-จริง แต่ครั้งนี้อาจแตกต่างออกไปเพราะมันไม่ได้ระเบิดแล้วกลายเป็นซุปเปอร์โนวา แต่มันระเบิดแล้วยุบตัวเป็นหลุมดำไปเลย ซึ่งหากเป็นเช่นนี้ จะถือเป็นครั้งแรกที่พบการสิ้นอายุขัยของดวงดาวขนาดใหญ่ในรูปแบบนี้ครับ (เพราะปกติจะเกิดกับดาวดวงเล็กกว่านี้ และหลุมดำมักเกิดขึ้นด้วยอื่น)

แต่นักวิจัยก็แง้มเพิ่มเติมว่า ปรากฏการณ์นี้อาจไม่ได้ลึกลับขนาดนั้น เพราะแค่อาจถูกกลุ่มฝุ่นบดบังจนกล้องโทรทรรศน์ส่องไม่เห็นก็เป็นได้

แต่ถึงอย่างไร ภารกิจการค้นหาก็จะเกิดขึ้นอยู่ดี โดยในปี 2025 กล้องโทรทรรศน์ขนาดใหญ่ ELT (คมชัดกว่ากล้องฮับเบิลถึง 4 เท่า) ของทีมนักดาราศาสตร์ยุโรป จะเริ่มเปิดใช้และจะทำการส่องดูอีกครั้งเพื่อให้ปริศนาในครั้งนี้คลี่คลายลงได้ครับผม

สรุป – สาเหตุที่ดาวดวงนี้สว่างมากและมีมวลมหาศาลเพราะมันกำลังจะระเบิด จึงทำให้นักดาราศาสตร์ต้องจับตามอง แต่เมื่อกลับมาส่องดูอีกที กลับพบว่ามันหายไปแล้ว ซึ่งก็น่าจะระเบิดไปแล้วนั่นแหละ แต่ทำไมถึงไม่มีร่องรอยการแผ่รังสีที่เป็นเศษซากของดวงดาวออกมาล่ะ ซึ่งนี่แหละคือปริศนา และอีก 5 ปี เราก็น่าจะได้รับคำตอบ

ส่วนคำถามที่ว่า และการที่ดวงดาวยุบตัวเป็นหลุมดำ ก็ไม่เห็นแปลกเลย ? ตอบ : แปลกครับ เพราะปกติดวงดาวที่จะระเบิดและกลายเป็นหลุมดำได้นั้น จะมีมวลมากกว่าดวงอาทิตย์ประมาณ 1.5-5 เท่า เท่านั้น แต่หากดาวที่มีมวลมหาศาลขนาดนี้ได้กลายเป็นหลุมดำจริง เราก็คงต้องทำการศึกษาและเพิ่มบทเรียนใหม่กันเลยครับผม