“Ad Astra” โรงเรียนที่อีลอน สร้างเพื่อลูกตนเองโดยเฉพาะ (พิเศษกว่าทั่วไปอย่างไร ?)

นี่คือ “Ad Astra” โรงเรียนส่วนตัวที่ อีลอน มัสก์ (Elon Musk) สร้างขึ้นเพื่อลูกทั้ง 5 คนของตัวเองโดยเฉพาะ ตั้งอยู่ในบริเวณเดียวกับบริษัท SpaceX (Campus) ณ เมืองฮอว์ทอร์น รัฐแคลิฟอเนียร์ บอกได้เลยว่าหลักสูตรของที่นี่เจ๋งสุด ๆ ครับ (เรียกโรงเรียนแบบนี้ว่า “โรงเรียนส่วนตัวขนาดเล็ก” (Micro School) ก็ได้ครับ)

สอนลูกปั้นรถ Tesla Model S

โดยในตอนแรกลูก ๆ ทั้ง 5 คนของมัสก์ (ยังไม่รวมลูกคนล่าสุด) เรียนอยู่ที่โรงเรียน Mirman School โรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่งในลอสแองเจลิส แต่ดูเหมือนหลักสูตรของโรงเรียนทั่วไปจะไม่ถูกใจเฮียแกเท่าไหร่นัก ทำให้ในปี 2014 คุณพ่ออัจฉริยะจึงตัดสินใจสร้างโรงเรียนพร้อมออกแบบหลักสูตรการเรียนใหม่ทั้งหมดด้วยตัวเองเลย

โดย “หลักสูตรของที่นี่” จะเน้นหนักไปที่วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ วิศวกรรมหุ่นยนต์ และปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยนักเรียนสามารถเลือกที่จะไม่เรียนวิชาที่ไม่ชอบได้ และทุกสัปดาห์จะมีการจัดเวทีสนทนาคล้ายกับ TED Talk เชิญหัวกะทิในสาขาต่าง ๆ มานำเสนอเรื่องราวน่าสนใจ ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม อวกาศ หรือแม้แต่เรื่องการเมือง เด็กทุกคนก็จะได้เรียนจากผู้ที่รู้จริง

ที่นี่ไม่มีวิชาพละหรือดนตรี แต่จะเป็นการเล่นดอดจ์บอลในช่วงพักกลางวันแทน (กีฬาที่แบ่งเป็น 2 ทีม ผลัดกันขว้างบอลใส่กัน) อีกทั้งยังไม่มีการเรียนภาษาต่างประเทศ เพราะมัสก์เชื่อว่าในอนาคต AI จะสามารถแปลภาษาได้แบบ Real-Time ดังนั้นจึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเรียน แต่จะถูกแทนที่ด้วยการเรียน Coding เขียนโปรแกรม และได้รับการบ้านเป็นโจทย์สร้างเกมต่าง ๆ

การทดลองวิทยาศาสตร์ของที่นี่ก็ไม่ธรรมดา หลักสูตรระบุให้เด็กทุกคนต้องสร้างสิ่งประดิษฐ์เจ๋ง ๆ ออกมาสักชิ้น ซึ่งจะมีต้นแบบให้ เช่น เครื่องพ่นไฟที่ใช้เทคนิคเดียวกับที่ใช้บนบอลลูน หรือ สร้างหุ่นยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังแม่เหล็กไฟฟ้า แน่นอนว่าต้นทุนในการเรียนการสอนมัสก์เป็นผู้สนับสนุนทั้งหมด (ตั้งแต่ก่อตั้ง-ปัจจุบัน อีลอน มัสก์ สนับสนุนโรงเรียนแห่งนี้ไปแล้วกว่า 1.7 ล้านเหรียญ)

หลักสูตรยังไม่หมดนะครับ Ad Astra ยังส่งเสริมให้นักเรียนมีความรู้เพื่อเตรียมตัวเป็นผู้ประกอบการด้วย (Enterpueneur) โดยได้สร้างสกุลเงินของตัวเองขึ้นมาชื่อ “Astra” เพื่อให้นักเรียนใช้สำหรับการซื้อขายแลกเปลี่ยนกันภายในโรงเรียน เพราะทุก ๆ  4 เดือนโรงเรียนจะจัดกิจกรรมชื่อว่า “บาร์ซ่า” (the Bazaar) เป็นตลาดขนาดย่อม  โดยนักเรียนสามารถเปิดบริษัททำบัญชีและนำสินค้าหรือบริการของตนเองมาขายให้กับเพื่อน ๆ ได้ เช่น สอนทำคุกกี้ รับออกแบบ หรือรับสร้างเว็บไซต์ เป็นต้น

และเมื่อเด็กคนใดได้รับคัดเลือกเข้ามาเรียนแล้ว ก็จะได้รับ Macbook ทุกคน (มีเพียงนักเรียนที่ได้รับเชิญเท่านั้นจึงจะสามารถเข้าเรียนที่นี่ได้)

(ซ้าย – Joshua Dahn) , (ขวา – Jesse Mulligan ผู้สัมภาษณ์)

Joshua Dahn ผู้บริหารโรงเรียน เล่าให้ฟังว่า “ตอนแรก Ad Astra มีนักเรียนเพียง 8 คน (ลูกของมัสก์ 5 และอีก 3 คนคือลูกของพนักงาน SpaceX) โดยใช้ห้องประชุมของบริษัทเป็นห้องเรียน

แต่ปัจจุบัน โรงเรียนแห่งนี้มีนักเรียนทั้งหมด 40 คน (อายุ 7 ถึง 14 ปี) ซึ่งที่เพิ่มเข้ามาก็คือลูกของพนักงาน SpaceX ทั้งหมด และแม้ว่าเราอยากจะเปิดรับนักเรียนให้มากกว่านี้ แต่ก็รับมากสุดได้แค่ 50 คน เนื่องจากกฎหมายของอเมริกากำหนดให้ภายใน 1 ห้องเรียน ห้ามมีนักเรียนเกิน 50 คน ซึ่งจากการพูดคุยกับมัสก์เขาแสดงจุดยืนว่าจะไม่เพิ่มห้องเรียนเด็ดขาด เพราะ

มัสก์ไม่ต้องการให้ Ad Astra มีการแบ่งชั้นเรียนหรือแบ่งอายุเหมือนโรงเรียนทั่วไป เขาต้องการให้นักเรียนทุกคนจะต้องเรียนรวมกันหมด และแน่นอนจะไม่มีการสอบ ไม่มีการตัดเกรด จะมีแต่เพียงการให้คะแนนจากการทำงานร่วมกันในแต่ละกิจกรรมเท่านั้น เพราะเด็กทุกคนจะได้รู้จักการทำงานเป็นทีม ซึ่งเป็นทักษะสำคัญที่สุดเมื่อพวกเขาเติบโตไปและต้องอาศัยอยู่ในสังคมที่การแข่งขันสูงขึ้นทุกปี”

ตัวอย่างโจทย์ 1 ข้อ หากคุณเป็นชาวประมงที่ต้องออกหาปลาเป็นเวลา 10 วัน ในพื้นที่ที่กำหนด ซึ่งในพื้นที่แห่งนั้นมีชาวประมงอยู่อีก 3 ทีม หากคุณเจอสถานการณ์แบบนี้ จะต้องวางแผนในการหาปลาแต่ละฤดูอย่างไร เพื่อทำเงินให้ได้มากที่สุด โดยไม่ให้ปลาแต่ละชนิดสูญพันธุ์ (ในโจทย์จะกำหนดตารางแผนที่ พร้อมบอกชนิดของปลาที่จับได้ในบริเวณนั้น)

ซึ่งนักเรียนจะต้องทำการค้นคว้า ทั้งเรื่องสายพันธุ์ปลา การวางไข่ วัฏจักร คำนวนงบในการหาปลา ค่าน้ำมัน ค่าเครื่องมือ ค่าทีมงาน โจทย์ข้อนี้คือการสอน (ธุรกิจ + ชีววิทยา + วิทยาศาสตร์ + กลยุทธ์) ครับผม