รู้จัก “Operting Airdrop” โครงการส่งกล่องให้ชาวเกาะห่างไกล ที่ทำมานานกว่า 60 ปี

เป็นระยะเวลากว่า 69 ปี ที่กองทัพสหรัฐฯ รับบทเป็นซานต้าคลอส มอบของขวัญให้กับชาวเกาะกว่า 20,000 คน ในหมู่เกาะไมโครนีเซีย ณ มหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตก โดยทุก ๆ ปี เมื่อถึงเดือนธันวาคม สหรัฐฯจะบรรจุข้าวของเครื่องใช้ที่มีประโยชน์ลงในกล่องไม้ที่ติดร่มชูชีพประมาณ 100 ลัง และหย่อนลงไปให้กับชาวเกาะ ซึ่งภารกิจนี้มีชื่อว่า “Operation Christmas Drop”

โดยภารกิจนี้ได้รับการขนานนามว่าเป็น “ภารกิจด้านมนุษยธรรมที่ดำเนินมายาวนานที่สุดในโลก” ที่ปฏิบัติการมาตั้งแต่ปี ค.ศ.1952 มีจุดเริ่มต้นมาจากเครื่องบินกองทัพ B-29 กำลังบินสำรวจทางตอนใต้ของเกาะกวม (Guam Island-หนึ่งในหมู่เกาะไมโครนีเซีย) และลูกเรือมองเห็นชาวเกาะกำลังโบกมือให้ พวกเขาเลยรวบรวมข้าวของเครื่องใช้บางส่วนที่มีบนเครื่องบินใส่กล่องเหล็กผูกติดกับร่มชูชีพและหย่อนลงไปให้ชาวเกาะที่อยู่ด้านล่าง

ซึ่งนับตั้งแต่นั้นมากองทัพอากาศก็ได้จัดตั้งโครงการ Operation Christmas Drop โดยสิ่งของที่จะถูกส่งไปให้ชาวเกาะนั้น ได้รับบริจาคมาจากประชาชนทั่วไป, องค์กรพลเมือง, บุคลากรทหาร, หน่วยงานเอกชน และองค์กรธุรกิจต่าง ๆ โดยกองทัพอากาศจะทำหน้าที่รวบรวมสิ่งของทั้งหมดจัดใส่กล่องและนำส่องมอบ

ทั้งนี้ สิ่งของที่อยู่ข้างในมีมากมายหลายอย่าง มีตั้งแต่ อวนจับปลา ชมวกแทงปลา เบ็ด วัสดุก่อสร้าง นมผง อาหารกระป๋อง เสื้อผ้า รองเท้า ตู้เย็น ทีวี ของเล่น อุปกรณ์กีฬาไปจนถึงอุปกรณ์การเรียน เป็นต้น ซึ่งแต่ละกล่องจะมีน้ำหนักเฉลี่ย 220 กิโลกรัม และจะใช้ร่มชูชีพเก่าที่มีอายุการใช้งานยาวนานแล้ว แต่ยังแข็งแรงพอจะรับหนักขนาดนี้ได้ มาใช้ในภารกิจนี้ อีกทั้ง ชาวเกาะยังสามารถนำร่มชูชีพเหล่านี้ไปใช้ประโยชน์ได้อีก เช่นมุงหลังคากันน้ำ หรือคลุมเรือ

สำหรับพวกเขาแล้ว เทศกาลส่งมอบของขวัญในช่วงคริสต์มาสนั้นถือเป็นวันที่สำคัญที่สุดของปี เนื่องจากหมู่เกาะไมโครนีเซียนั้นอยู่ห่างไกลจากแผ่นดินอย่างมาก ใน 1 ปี พวกเขาจะได้เสบียงจากเรือที่แล่นผ่านเพียง 1-2 ครั้งเท่านั้น และในแต่ละครั้งก็อาจจะไม่เพียงพอต่อคนบนเกาะ

บรูซ เบสต์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการสื่อสารของมหาวิทยาลัยกวม หนึ่งในผู้ที่เคยปฏิบัติภารกิจ Operation Christmas Drop มายาวนานกว่า 30 ปี กล่าวว่า “หากต้องการสิ่งของ เราก็แค่ขับรถไปห้างสรรพสินค้าและมองหาสิ่งที่เราต้องการ แต่สำหรับชาวเกาะแล้วพวกเขาทำไม่ได้ สิ่งเดียวที่พวกเขาทำได้คือการรอ ดังนั้นการปฏิบัติงานในแต่ละครั้งเป็นการแสดงถึงความเอื้อาธรและให้ความสำคัญกับประชากรอเมริกันที่แม้อาศัยอยู่ในที่ห่างไกล และเราจะยังคงทำเช่นนี้ต่อไป”

โครงการนี้ได้รับการชื่นชมอย่างมากและได้รับความร่วมมือในการสนับสนุนจากหลายประเทศทั่วโลก อย่างเช่น กองทัพญี่ปุ่นที่รวบรวมสิ่งของเพื่อสมทบข้าวของที่จำเป็น หรือ จะเป็นกองทัพของออสเตรเลีย ที่มอบกล่องไม้ที่ไม่ใช้แล้วให้กับกองทัพสหรัฐฯนำไปบรรจุสิ่งของ สุดท้ายเรื่องราวของภารกิจนี้ถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์ที่ฉายลงใน Netflix (2020) ชื่อเรื่อง “Operation Christmas Drop”