ทดลองทิ้งซากจระเข้ไว้ใต้ทะเล จนได้พบ “ฝูงสัตว์กินเนื้อขนาดใหญ่” ที่นานครั้งจะปรากฏตัว

เครก แมคเคลน และ คลิฟตัน นันแนลลี สองนักวิจัยทางทะเลจากมหาวิทยาลัยหลุยเซียนากำลังศึกษากระบวนการระบบนิเวศทะเล และตั้งข้อสงสัยว่า “เกิดอะไรขึ้นกับซากสัตว์ขนาดใหญ่ที่ตายกลางทะเล” ด้วยเหตุนี้พวกเขาจึงทดลองนำซากจระเข้ 3 ตัว หย่อนลงไปยังก้นทะเลที่ระดับความลึก 2,000 เมตร ในอ่าวเม็กซิโก

โดยเว้นระยะเวลาในการตรวจสอบซากจระเข้ทั้งสาม คือ 1 วัน, 50 วัน และ 80 วัน ตามลำดับ ซึ่งพวกเขาได้ส่งหุ่นยนต์ติดกล้องดำลงไปสำรวจซากจระเข้ตัวที่ 1 พบเหล่าไอโซพอด (Isopods) ขนาดตัวเท่าลูกฟุตบอล กำลังรุมกินซากจระเข้ ด้วยการเจาะผิวหนังและมุดเข้าไปกินเนื้อจากภายใน 

ต่อมาซากจระเข้ตัวที่ 2 พบว่าเหลือแต่กระดูกที่เมื่อซูมเข้าไปใกล้ ๆ จะเจอฝูงหนอนกินกระดูกหรือ Zombie Worms (ชื่อวิทยาศาสตร์ Osedax) ขนาดตัว 2-7 เซนติเมตร กำลังกินกระดูกของจระเข้อย่างเอร็ดอร่อย ทั้งนี้ เนื่องจากพวกมันไม่มีปากทำให้ไม่สามารถแทะกินกระดูกโดยตรง แต่มันจะหลั่งกรดออกมาเพื่อละลายกระดูก – จากนั้นไขมันและโปรตีนที่อยู่ในกระดูกจะถูกปล่อยออกมา – แบคทีเรียบนตัวหนอนก็จะทำหน้าที่ดูดซับสารอาหารเหล่านั้น – และส่งต่อให้หนอนซอมบี้พวกนี้อีกที

ภาพเล็กคือหนอนกินกระดูก (Osedax)

และสุดท้ายจระเข้ตัวที่ 3 หลังจากผ่านไปนานเกือบ 3 เดือน เมื่อลงไปตรวจสอบผลปรากฏว่า เหลือเพียงเชือกเปล่า นักวิจัยคาดว่าสิ่งมีชีวิตที่สามารถดึกซากจระเข้ที่หนัก 36 กิโลกรัมออกจาเชือกได้ ต้องมีขนาดตัวที่ใหญ่กว่าถึง 5 เท่า ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นฉลามขนาดใหญ่ หรือสิ่งมีชีวิตอื่นที่เราไม่รู้จัก โดย เครก แมคเคลน กล่าวว่า “จระเข้เป็นสัตว์ในปัจจุบันที่มีความใกล้เคียงกับสัตว์เลื้อยคลานดึกดำบรรพ์ในทะเลมากที่สุด ไม่แน่ว่าสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่ที่กินจระเข้ตัวที่ 3 อาจเป็นสิ่งเดียวกับที่กินสัตว์เลื้อคลานเมื่อหลายล้านปีก่อนก็เป็นได้”

สรุป – หากมีสัตว์ที่ตายลงในทะเลและจมสู่ก้นมหาสมุทร ซากเหล่านั้นจะถูกเหล่าไอโซพอดกินเนื้อจนเกลี้ยงเหลือทิ้งไว้เพียงกระดูก – และส่งต่อให้กับหนอนซอมบี้จัดการเก็บกวาดซากกระดูกต่อไป – หรืออีกทางก็คือถูกสัตว์ขนาดใหญ่กินไปเลยรวดเดียวจบ

เปรียบเทียบหน้าตาไอโซพอดบก (ซ้าย) กับ ไอโซพอดทะเล (ขวา)

Fact – “ไอโซพอด” (Isopods) สัตว์เปลือกแข็งที่อยู่ในกลุ่มเดียวกันกับ กุ้ง กั้ง ปู มีมากมายหลายสายพันธุ์ทั้งบนบกและทะเล ซึ่งสายพันธุ์ที่อาศัยในทะเลจะมีขนาดใหญ่กว่ามาก (ขนาดใหญ่สุด 19-36 เซนติเมตร น้ำหนัก 1.7 กิโลกรัม) และด้วยลักษณะภายนอก และหน้าตาของมันที่มีความคล้ายคลึงกับแมลงสาบมาก จึงถูกตั้งชื่อเล่นว่า “แมลงสาบทะเล” (Sea Cockroach) อีกทั้ง ยังเป็นสัตว์ดึกดำบรรพ์อยู่มาตั้งแต่ยุคคาร์บอนิเฟอรัส 354 – 295 ล้านปีก่อน นอกจากนี้ พวกมันมีความสามารถในการกักเก็บพลังงานระดับสุดยอด จากการกินเพียงอาหาร 1 มื้อ ก็สามารถอยู่ได้นานหลายเดือนถึงหลายปีโดยไม่กินอะไรเพิ่มอีกเลยได้ด้วย