“Alnwick Garden” สวนที่อันตรายที่สุดในโลก เต็มไปด้วยไม้พิษกว่าร้อยสายพันธุ์

ปกติหากจินตนาการถึงสวนพฤกษศาสตร์สักแห่งหนึ่ง เราคงนึกถึงสวยสีเขียว กลิ่นทุ่งดอกไม้ กับเสียงนกแมลงชวนให้ผ่อนคลาย แต่คงไม่ใช่กับสวน แอนนิคการ์เดน (Alnwick Garden) ในประเทศอังกฤษ เพราะนักท่องเที่ยวที่มาที่นี้จะไม่ได้รับอนุญาตให้สัมผัส, ดมกลิ่นหรือแอบชิมอะไรในสวนทั้งสิ้น เนื่องจากต้นไม้ที่ปลูกเอาไว้กว่าร้อยสายพันธุ์ล้วนแต่มีพิษอันตราย แถมบางต้นก็อาจถึงตาย

สวนพิษแห่งนี้ตั้งอยู่ติดกับ ปราสาทแอนนิค (Alnwick Castle) ใน นอร์ทธัมเบอร์แลนด์ (Northumberland) ประเทศอังกฤษ เริ่มก่อสร้างขึ้นในปี 1750 โดย ฮิว เพอร์ซี (Hugh Percy) ดยุกคนแรกแห่งนอร์ทธัมเบอร์แลนด์ แต่ตอนตอนนั้นยังไม่เป็นรูปเป็นร่างนัก ก่อนจะถูกปรับปรุงอีกใหม่ในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 โดยดยุคย์คนที่ 4 จนกลายเป็นสวนที่งดงาม เต็มไปด้วยดอกไม้

อย่างไรก็ตามในช่วงแคมเปญ “ขุดเพื่อชัยชนะ” (Dig for Victory) ของอังกฤษระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 ทำให้สวนแอนนิคถูกเปลี่ยนเป็นพื้นที่เพาะปลูกผลผลิตทางการเกษตรแทนจนกระทั่งปิดตัวลงจากพิษเศรษฐกิจหลังสงครามในปี 1950

ต้องขอบคุณ เจน เพอร์ซี (Jane Percy) ดัชเชสแห่นอร์ทธัมเบอร์แลนด์คนที่ 12 และความช่วยเหลือจากสองพี่น้อง สถาปนิกภูมิทัศน์ชื่อดังคือ จาควินส์ และ ปีเตอร์ เวิร์ตซ์ (Jacques & Peter Wirtz) ที่ช่วยกันกู้คืนความงดงามของสวนเอนนิค ให้กลับคืนมาได้ในปี 1997

พวกเขาทำให้มันกลายเป็นสวนที่มีความซับซ้อนร่วมสมัย มีน้ำตก, อุโมงค์ต้นไม้, สวนเบอร์รี่, บาร์, ร้านอาหาร รวมทั้งยังมีการก่อสร้างโรงเรือนกระจกที่ใหญ่ที่สุดในโลกเอาไว้ด้วย โดยใช้ทุนไปทั้งหมด 42 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,800 ล้านบาท) ทำให้ “อันนิคการ์เดน” กลายเป็นสวนที่มีมูลค่ามหาศาลสูงที่สุดในสหราชอาณาจักรนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่สอง

ก่อนที่ในปี 2005 เลดี้ เพอร์ซี่ จะสร้าง ‘สวนพิษ’ เข้ามาเพิ่ม หลังได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวน “Orto Botanico di Padova” ในอิตาลี

และด้วยความนิยมของสวนพิษ ทำให้มีการต่อเติมและสะสมพืชพรรณที่เป็นอันตรายจากทั่วโลกเอาไว้มากขึ้นเรื่อย ๆ รวมทั้งสายพันธุ์ที่อันตรายถึงชีวิต อย่าง

  • Strychnos nux-vomica (“ต้นแสลงใจ” มีสาร ‘สตริกนิน’ ใช้เล็กน้อยเป็นยาได้ แต่ก็อาจถึงตายถ้าใช้มากเกินไป )
  • Ricinus Communis (“ต้นละหุ่ง” มีน้ำมันละหุ่ง ซึ่งเป็นสารไรซิน พิษที่ไร้สี,ไร้กลิ่นและอันตรายถึงตาย)
  • Hemlock (“ต้นเฮมล็อค” หนึ่งในต้นไม้ที่มีพิษรุนแรงที่สุดในโลก ‘โสกราตีส’ ก็ถูกประหารด้วยพิษของเฮมล็อค)
  • South Brugmansia (ในดอกมีสารออกฤทธิ์เหมือนไวอะกรา แต่ก็อันตรายถึงตายถ้าใช้ผิดขนาด)
  • Atropa Belladonna (“ต้นไนท์เชด” หรือเบอร์รี่แห่งความตาย)
  • Foxglove (“ต้นถุงมือจิ้งจอก” มีพิษรุนแรงจนมีชื่อเล่นว่า ‘กระดิ่งคนตาย’ )

และอื่น ๆ อีกมากมายที่สามารถคนได้

 

และถึงแม้ว่า สวนพิษ แห่งนี้จะต้อนรับนักท่องเที่ยวด้วยประตูสีดำบานใหญ่ พร้อมสัญลักษณ์รูปหัวกะโหลก และคำเตือนว่า “พืชเหล่านี้สามารถฆ่าคุณได้” แต่มันก็ยังไม่เพียงพอจะทำให้นักเที่ยงกลัวได้เลย เพราะจากสถิติยอดการเข้าชมสวนก็ยังสูงมากถึงปีละ 8 แสนคน

อย่างไรก็ตาม นักท่องเที่ยวไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าชมสวนได้เองนะครับ ต้องมีไกด์ติดตามไปด้วย แถมยังมีระบบรักษาความปลอดภัยป้องกันผู้บุกรุกตลอด 24 ชั่วโมง และต้นไม้บางต้นที่อันตรายจริง ๆ ก็จะถูกล้อมกรงเอาไว้ นอกจากนั้นก็ยังมีกฎที่ต้องรักษาอย่างเข้มงวด นั่นก็คือห้ามสัมผัส ดมกลิ่น และชิมรสของพืชทุกชนิด เพราะเมื่อปี 2014 เคยมีอุบัติเหตุนักท่องเที่ยว 7 คน หมดสติจากการสูดไอสารพิษเข้าไปมาแล้วครับ

Fact – พิษที่รุนแรงที่สุดเท่าที่มนุษย์รู้จักคือ พิษโบทูลินัมประเภท H “Botulinum Toxin type H” ซึ่งมีความรุนแรงมากถึงขนาดที่ใช้พิษเพียงแค่ 2 ส่วนพันล้านกรัม ก็เพียงพอจะฆ่าผู้ใหญ่หนึ่งคนได้สบาย

อ่านต่อ – ปรากฏการณ์ “คางคกยักษ์” แสร้งเป็นงูพิษ (สี เสียง ลวดลาย) เพื่อไม่ให้ตัวเองถูกโจมตี