พบกับ “พีระมิดสีดำ” (Black Pyramid) แห่งอียิปต์ ว่าแต่ทำไมต้องต่างจากที่อื่น ๆ ขนาดนี้ ?

“พีรมิดสีดำแห่งดาห์ชูร์” (Black Pyramid of Dashur) สร้างขึ้นในยุคกลางของอียิปต์โบราณ (เมื่อประมาณ 2055-1650 ปีก่อนคริสศักราช) โดย ฟาโรห์อเมเนมัต ที่ 3 (Amenemhat III) สาเหตุที่เรียก “พีระมิดสีดำ” เนื่องจาก แกนกลางของพีระมิดแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นจากดินโคลน แต่เนื่องด้วยโครงสร้างที่ไม่แข็งแรง ทำให้อิฐที่ปกคลุมภายนอกพังทลาย จนเผยให้เห็นแกนกลางสีดำของดินโคลนนั่นเอง

นักโบราณคดีพบว่า สาเหตุการพังทลายของพีระมิดสีดำนี้มาจากสถานที่ตั้งที่ไม่มั่นคง เพราะตั้งใกล้กับขอบของแม่น้ำไนล์ ที่สูงกว่าระดับน้ำทะเลเพียง 9 เมตรเท่านั้น ส่งผลให้เมื่อถึงฤดูน้ำหลาก พีระมิดจึงถูกน้ำท่วมและตัวฐานจะถูกน้ำกัดเซาะจนผุกร่อน อีกทั้งห้องจำนวนมากและทางเดินขนาดใหญ่ยังสร้างบริเวณฐานของพีระมิด ทำให้คานห้องและโถงทางเดินต้องแบกรับน้ำหนักมหาศาลจากส่วนบนของพีระมิด จากปัญหาดังกล่าวเป็นผลให้ เมื่อสร้างเสร็จได้ไม่นานพีระมิดแห่งนี้ก็พังทลายลง จนเหลือเพียงซากปรักหักพังอย่างที่เห็นจากภาพด้านบนครับ

โครงสร้างภายในถูกแบ่งออกเป็น 2 โซน คือ 1.โซนของฟาโรห์ (อยู่ทางทิศตะวันออกของพีระมิด) 2.โซนของราชินี (อยู่ทางทิศใต้ของพีระมิด)

จากการสำรวจภายในพบว่า เส้นทางของพีระมิดแห่งนี้มีทางเดินซับซ้อนมาก ซึ่งนักโบราณคดีคาดว่ามันอาจถูกออกแบบเพื่อป้องกันโจรบุกเข้าไปขโมยสมบัติฟาโรห์ (เพราะห้องของฟาโรห์ตั้งอยู่ในส่วนลึกที่สุดของพีระมิด) ส่วนโซนของราชินี ก็มีห้องว่างเปล่าอยู่หลายห้อง ซึ่งไม่ทราบแน่ชัดว่ามีไว้เพื่อจุดประสงค์ใด ? แต่คาดว่าก่อนหน้านี้เป็นห้องเก็บสมบัติที่ถูกหัวขโมยกวาดไปจนเกลี้ยง เนื่องจากพบร่องรอยการพังประตูเข้าไปด้านใน แต่ด้วยทางเดินที่ซับซ้อนทำให้โจรผู้บุกรุก ไม่สามารถเข้าไปถึงห้องราชินีได้ เพราะทั้งห้องของฟาร์โรห์และราชินียังมีสมบัติปรากฏอยู่อีกมากมายนั่นเอง (สัดส่วนโครงสร้างเดิมก่อนพังทลาย : สูง 75 เมตร ฐานแต่ละด้านยาว 105 เมตร มีความลาดเอียง 57 องศา)

มีสมบัติชิ้นใดอยู่ในห้องของทั้ง 2 พระองค์บ้าง ? ห้องของฟาโรห์พบโลงศพหินแกรนิตสีชมพู ที่สลักด้วยลวดลายอียิปต์โบราณ และยังพบห้องลับที่เต็มไปด้วยขวดโหล แต่สาเหตุที่ไม่พบทองคำและพบเพียงของมีค่าเล็กน้อย ก็เพราะร่างมัมมี่ที่แท้จริงของฟาโรห์ไม่ได้ถูกฝังไว้ที่นี่ ส่วนห้องของราชินี พบโลงศพหินแกรนิตสีชมพูเช่นกัน และภายในมีโครงกระดูกที่คาดว่าเป็นของเจ้าหญิงเนเฟอร์รุปทาห์ ลูกสาวของฟาโรห์อเมเนมัต ที่ 3 ซึ่งเต็มไปด้วยสมบัติของเจ้าหญิงมากมาย เช่น โถน้ำหอม เครื่องประดับ คฑา ศิลา และทองคำ

และถึงแม้พีระมิดแห่งนี้จะพังทะลายลงจนยากที่จะเชื่อว่าเคยเป็นพีระมิดจริง ๆ มาก่อน แต่ก็ยังหลงเหลือหลักฐานแห่งความยิ่งใหญ่ นั่นคือ ส่วนยอดของพีระมิด (Pyramidion) ซึ่งทำจากหินแกรนิตสีดำหุ้มด้วยทองคำ (คุมโทนสี) จาลึกด้วยสัญลักษณ์และชื่อของฟาโรห์อเมเนมัต ที่ 3 นอกจากนี้ยังมีการสลักภาษาเฮโลกริฟต์ไว้ด้วย ชาวอียิปต์โบราณเชื่อว่ายอดของพีระมิดนี้ คือตัวแทนของเนินเขา “เบนเบน” (Benben) เนินเขาในตำนานของชาวอิยิปต์ ที่เชื่อว่าเป็นหลุมฝังศพของพระเจ้า ปัจจุบันถูกจัดแสดงอยู่ที่พิพิธภัณฑ์อียิปต์ ณ กรุงไคโร

Fact – หินแต่ละก้อนที่ถูกนำมาสร้างเป็นพีระมิด มีน้ำหนักมากถึง 5,000 – 10,000 กิโลกรัม (หนักกว่าช้าง 1 ตัว) ซึ่งพีระมิด 1 หลัง จะต้องใช้หินประมาณ 2,300,000 ก้อนในการก่อสร้าง จึงไม่น่าแปลกใจที่พีระมิด 1 แห่ง จะใช้เวลาสร้างนานกว่า 20 ปีเลยทีเดียว