[อัพเดต] เกาหลีเหนือเริ่มนำ “เชื้อโรคแอนแทรกซ์” บรรจุไว้ในขีปนาวุธข้ามทวีป

แหล่งข่าวของหนังสือพิมพ์อาซาฮี ที่ใกล้ชิดกับหน่วยข่าวกรองของเกาหลีใต้ว่า เกาหลีเหนือเริ่มโครงการทดลองนำเชื้อแอนแทรกซ์บรรจุไว้ในขีปนาวุธข้ามทวีป

รายงานของระบุว่า การทดลองนี้เพื่อตรวจสอบว่าเชื้อโรคแอนแทรกซ์ยังจะมีชีวิตรอดจากการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิอย่างเฉียบพลัดระหวางขีปนาวุธขึ้นสู่บรรยากาศ รวมถึงอุณหภูมิร้อนจัดขณะกลับสู่โลกได้หรือไม่

รายงานยังอ้างว่าขณะนี้เกาหลีเหนือมีคลังอาวุธเคมีสะสมอยู่ระหว่าง 2,500 ตันถึง 5,000 ตัน รวมถึงมีความสามาระในการผลิตสารชีวภาพอย่างแอนแทรกซ์และฝีดาษ ทั้งนี้รายงานของอาซาฮีมีขึ้นเพียงหนึ่งวันหลังจากที่ทำเนียบขาวประกาศยุทธศาสตร์ความมั่นคงแห่งชาติใหม่โดยกล่าวหาว่ารัฐบาลเปียงยางกำลังเดินหน้าวิจัยพัฒนาด้านอาวุธเคมีที่สามารถบรรจุไว้ในขีปนาวุธ

ทั้งนี้ เกาหลีเหนืออ้างว่าสามารถทดสอบขีปนาวุธข้ามทวีปรุ่นใหม่ ฮวางซอง-15 ได้สำเร็จเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ซึ่งเป็นขีปนาวุธใหญ่ที่สุดที่เกาหลีเหนือเคยพัฒนามา และสามารถยิงได้ไกลถึง 13,000 กิโลเมตร ซึ่งเพียงพอที่จะไปถึงกรุงวอชิงตันดีซี

 

แอนแทรกซ์ (Anthrax) คืออะไร?

โรคแอนแทรกซ์ หรือชาวบ้านเรียกว่าโรคกาลี เป็นโรคที่รู้จักกันมาแต่โบราณกาล แอนแทรกซ์นับว่าเป็นโรคระบาดสำคัญ เป็นโรคติดต่ออันตรายร้ายแรง โดยปกติมักจะไม่พบในคนแต่ด้วยความรุนแรงของมันที่ทำให้มีการพัฒนาโรคนี้ให้กลายเป็นอาวุธสงครามมานานกว่า 80 ปีแล้ว อย่างน้อยก็มี 17 ประเทศที่มีอาวุธนี้

 

หากคุณโดนอาวุธชีวภาพนี้เข้าหล่ะก็…

– ผิวหนังที่ติดเชื้อมีลักษณะเป็นผื่นนูน คัน แต่ไม่เจ็บ ต่อมาจะเปลี่ยนเป็นตุ่มพุพองแล้วแตกเป็นแผลแดงนูน ซึ่งต่อมาเกิดเป็นสะเก็ดสีดำ และเกิดเป็นแผลเนื้อเน่าตายได้
– ระบบทางเดินอาหาร จะมีไข้ ปวดมวนท้อง คลื่นไส้ อาเจียน คล้ายกับอาการของอาหารเป็นพิษ
– ระบบทางเดินหายใจ จะมีไข้ ปวดเมื่อยตามตัว หายใจลำบาก ซึ่งหากเข้ารับการรักษาไม่ทัน หรือไม่ถูกต้อง จะทำให้เสียชีวิตได้

หากไม่ได้รับการรักษาภายใน 3-5 วันคุณก็อาจจะตายจากระบบการหายใจล้มเหลวได้

 

วิธีการรักษา

ต้องได้รับการฉีดวัคซีนเท่านั้น โดยมีการผลิตวัคซีนมาตั้งแต่ปี 1970 โดยใช้การฉีดทั้งหมด 6 เข็ม ทั้งนี้ถ้าไม่รักษาไม่มีทางหายได้เอง เชื้อนี้ไม่สามารถติดต่อจากคนหนึ่งไปยังอีกคนหนึ่งดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องแยกผู้ป่วย ผู้ที่อยู่ใกล้ชิดก็ไม่จำเป็นต้องฉีดวัคซีนหรือรับประทานยาป้องกัน

แต่หากมีคนตายจากโรคนี้ ต้องระวังการแพร่เชื้อจากศพ ต้องฝั่งหรือเผา เท่านั้น ไม่เช่นนั้นศพอาจจะกลายเป็นแหล่งแพร่เชื้อชั้นดีได้