“Anthropocene” ยุคสมัยใหม่ที่มนุษย์เป็นต้นเหตุของความเปลี่ยนแปลง

เพื่อน ๆ น่าจะเคยได้ยินคำว่า จูแรสซิก (Jurassic) หรือ ยุคครีเทเชียส (Cretaceous) กันอยู่แล้ว โดยชื่อเรียกเหล่านี้คือการเรียก ยุคสมัยทางธรณีวิทยา ที่มีการแบ่งยุคและสมัยออกเป็นหลาย ๆ ช่วงตามความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับโลก และปัจจุบันเรากำลังอาศัยอยู่ในยุค ควอเทอร์นารี (Quaternary) หรือจะให้เจาะจงกว่านั้นคือสมัย โฮโลซีน (Holocene)

ทว่านั่นเป็นเพียงข้อมูลเก่าในตำราเท่านั้น เพราะความจริงเราได้ข้ามจากสมัย โฮโลซีน มาสู่สมัยใหม่ที่เรียกว่า แอนโธรโพซีน (Anthropocene) เรียบร้อยแล้ว และก็เป็นพวกเรานี่เองที่เป็นคนเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลกไปสู่ยุคสมัยใหม่

สมัยที่ 3 แห่งยุคควอเทอร์นารี สมัยแอนโทรโปซีน

ยุคควอเทอร์นารีที่เราอยู่กันตอนนี้ถูกแบ่งเป็นสมัยย่อย 2 สมัย คือ ไพลส์โตซีน (2,588,000 – 11,700 ปีก่อน) และ โฮโลซีน (11,700 ปีก่อนถึงปัจจุบัน)

ซึ่งสมัย โฮโลซีน นั้นนักวิทยาศาสตร์จัดให้เป็นสมัยที่โลกมีอุณหภูมิคงที่นับตั้งแต่ปลายยุคน้ำแข็งครั้งล่าสุด แต่อย่างที่พวกเรารู้ อุณหภูมิของโลกกำลังเริ่มเปลี่ยนแปลงอย่างช้า ๆ นับตั้งแต่การปฏิวัติอุตสาหกรรมของมนุษย์เมื่อ 200 ปีก่อน

นั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้ในทางปฏิบัติ พวกเราไม่ได้อยู่ในสมัยโฮโลซีนที่อุณหภูมิพอเหมาะอีกต่อไป แต่เรากำลังเปลี่ยนเข้าสู่สมัยที่ 3 ของยุคควอเทอร์นารีแล้ว ซึ่งก็คือสมัยแอนโทรโปซีนนั่นเองครับ

แผนภาพแสดงการแบ่งช่วงเวลาทางธรณีกาล

แล้วสมัยแอนโทรโปซีนที่เราได้ก้าวขาข้ามมาข้างหนึ่งแล้วมันคืออะไร ?

อย่างที่กล่าวไปข้างต้น แอนโทรโปซีน (Anthropocene) คือชื่อเรียกอย่างไม่เป็นทางการของสมัยที่ 3 ถัดจากโฮโลซีน ซึ่งสมัยแอนโทรโปซีนดังกล่าว ถือเป็นสมัยที่โลกมีการเปลี่ยนแปลงทางธรณีวิทยาในหลาย ๆ ด้าน โดยเฉพาะสภาพอากาศ อุณหภูมิ และการสูญพันธุ์ครั้งใหญ่ของสัตว์หลายชนิดอันมีมนุษย์เป็นต้นเหตุ

โดยแนวคิดของการเปลี่ยนสมัยทางธรณีกาลไปสู่แอนโทรโปซีน ได้รับความสนใจมานานร่วม 20 ปีแล้ว นับตั้งแต่ laureate Paul Crutzen นักเคมีรางวัลโนเบลได้นำเสนอหลักฐานความเปลี่ยนแปลงเอาไว้ในช่วงปี 2000 ว่าชั้นบรรยากาศ ธรณีสัณฐาน อุทกธรณีสัณฐาน และระบบอื่น ๆ ของโลกมีความเปลี่ยนแปลงมากเกินกว่าจะนับให้เป็นสมัยโฮโลซีนได้แล้ว

อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่นักวิทยาศาสตร์ทุกคนจะเห็นด้วย เนื่องจากการกำหนดช่วงเวลาใหม่เช่นนี้ต้องใช้สัญญาณที่ชัดเจนที่เกิดขึ้นทั่วโลก และมีหลักฐานเชิงประจักษ์ที่ฝังอยู่ในบันทึกทางธรณีวิทยาในอนาคต และถึงแม้ว่าการเปลี่ยนแปลงด้านสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นจะชัดเจน แต่ก็ยังไม่มีขอบข่ายการกำหนดที่ชัดเจนอยู่ดีว่าจะเริ่มนับสมัยใหม่เมื่อไหร่

จนกระทั่งไม่นานมานี้เมื่อปี 2016 นักธรณีวิทยาได้เสนอให้นับสมัยแอนโทรโปซีนตั้งแต่ ปี 1950 เป็นต้นไป เนื่องจากเป็นช่วงที่อุตสาหกรรมสมัยใหม่กำลังเกิดขึ้นและเป็นตัวการสำคัญของความเปลี่ยนด้านสภาพอากาศ นอกจากนั้นยังเป็นช่วงที่เริ่มมีการทดลองอาวุธนิวเคลียร์ และเป็นจุดเริ่มต้นของปัญหาขยะพลาสติก เขม่าควัน รวมทั้งเป็นจุดเริ่มต้นของการใช้งานปูนคอนกรีตอย่างแพร่หลายด้วย

แต่ข้อเสนอนี้ก็ตกไปในที่สุด เนื่องจากผลกระทบที่เกิดจากมนุษย์ในตอนนั้นยังไม่หนักแน่นเพียงพอในบริบทของการนับช่วงเวลา แต่ก็คาดว่าจะมีการพิจารณาข้อเสนอใหม่อีกครั้งภายในปี 2021 ที่จะถึงนี้ เนื่องจากความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นเริ่มส่งผลกระทบที่รุนแรงให้เห็นอย่างชัดเจนมากขึ้นเรื่อย ๆ ครับ

สรุป – โลกกำลังเข้าสู่ยุคสมัยใหม่ที่เรียกแอนโทรโปซีนแล้วจากความเปลี่ยนของโลกซึ่งเกิดจากน้ำมือมนุษย์ เพียงแต่ยังไม่ได้รับการยอมรับอย่างเป็นทางการด้วยหลาย ๆ เหตุผล แต่ก็เชื่อว่าอีกไม่นานจะมีการยอมรับอย่างเป็นทางการในอนาคต เพราะผลกระทบที่กำลังเกิดขึ้นนั้นค่อนข้างชัดเจน

Fact – ยุคแรกสุดของโลกที่เริ่มมีสิ่งมีชีวิตคือ มหายุคอีโออาร์เคียน เมื่อประมาณ 4 พันล้านปีก่อน ซึ่งยุคที่เชื่อว่าเริ่มมีการกำเนิดของสิ่งมีชีวิตขึ้นมาจากความร้อนที่ทำให้วัตถุอนินทรีย์มารวมกันกลายเป็นเป็นวัตถุอินทรีย์