ลูกโลมาถูกจับขึ้นบกเพื่อถ่ายเซลฟี่ สุดท้ายตายคามือนักท่องเที่ยว ที่อาร์เจนตินา

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อปี 2016 ในขณะนั้นข่าวนี้นับว่าเป็นข่าวใหญ่มาก และที่ Flagfrog เลือกหยิบนำมาเสนออีกครั้งในปี 2019 เพราะดูทีท่าว่าพฤติกรรมเช่นนี้ของนักท่องเที่ยวแทบไม่ได้ลดน้อยลงเลย … อาจเพราะความไม่รู้ ความสนุกชั่วคราว หรืออยากได้รูปถ่ายเจ๋ง ๆ ระหว่างทริป ผมผู้เขียนก็ขอให้บทความนี้ช่วยเตือนสติของผู้ที่เข้ามาอ่านทุกท่านด้วยนะครับ

(เข้าสู่เนื้อหา) เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ ของปีดังกล่าว ภาพของลูกโลมาที่กำลังถูกฝูงชนรุมทึ้ง ณ บริเวณชายหาดในเมืองซานตาเทเรซินา ประเทศอาร์เจนตินา ถูกแชร์ต่อกันไปเป็นจำนวนมาก โดยผู้ที่ส่งต่อต่างโฟกัสไปที่ความน่ารักของมันจนลืมคิดไปว่า “โลมาไม่สามารถอยู่บนบกได้นานขนาดนั้น” เพราะแม้ว่าพวกมันจะไม่ใช่ปลาและถือเป็นสิ่งมีชีวิตที่อยู่ในชนิดสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม แต่หากพวกมันอยู่บนบกนานเกินไปก็จะทำให้ผิวหนังขาดน้ำจนเป็นสาเหตุให้ขาดความชุ่มชื้นจนแห้งตาย

ตามรายงานจาก dailymail ระบุว่า ลูกโลมาตัวดังกล่าว คือสายพันธุ์ฟรานซิสคานา (Franciscana) จัดเป็นโลมาขนาดเล็กที่สุดในโลก เป็นสายพันธุ์ที่ทรงคุณค่าและเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์เนื่องจากเหลืออยู่บนโลกเพียง 30,000 ตัว และโดยปกติมันสามารถมีชีวิตอยู่ได้ยาวนานถึง 20 ปี

“ในตอนที่เราได้รับแจ้ง ผมรีบเดินทางไปยังบริเวณชายหาดที่มีผู้คนรุมถ่ายรูปอยู่ทันที ผมใช้เวลาเดินทางไม่นานนักราว 15 นาที แต่เมื่อมาถึงก็เห็นร่างของมันนอนตายอยู่ตรงนั้น มันนอนอยู่ใกล้กับบริเวณที่น้ำทะเลซัดขึ้นมาเพียงไม่กี่ก้าว แต่ไม่มีนักท่องเที่ยวคนไหนคิดจะอุ้มมันกลับลงทะเลเลย” – มูลนิธิดูแลสัตว์อาร์เจนตินา กล่าว

Fact – ไม่มีตัวเลขที่ระบุไว้อย่างแน่ชัดว่าแท้จริงแล้ว โลมาและวาฬ สามารถอยู่บนบกได้นานเท่าใด ? แต่จากข้อมูลหลายแหล่งระบุตรงกันว่า พวกมันอยู่โดยปราศจากน้ำได้นาน 1-2 วัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง สภาพอากาศ แสงแดด ความชื้น แต่ที่สำคัญที่สุดก็คือ สุขภาพของพวกมัน เพราะสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมสองชนิดนี้ สาเหตุที่ทำให้พวกมันเกยตื้นก็เพราะพวกมันป่วยจึงทำให้ร่างกายอ่อนแอเกินกว่าจะว่ายน้ำสู้แรงคลื่นทะเลได้

อ่านต่อ – นักวิทย์ตั้งกล้อง จนพบว่า “โลมาก็เสพยาได้” โดยใช้พิษปักเป้าเพื่อทำให้ตัวเองเมา