“วาฬเบลูก้า” (Beluga Whale) “มีขาซ่อนอยู่” ใต้ผิวหนังจริงดิ ?

เมื่อปี 2016 เกิดกระแสแชร์ภาพ “วาฬเบลูก้ามีขา” จนกลายเป็นไวรัลไปทั่วโลก เหตุนี้ทำให้นักชีววิทยาเกรงจะเกิดความเข้าใจผิด จึงต้องออกมาเฉลยว่า “นั่นไม่ใช่ขาของวาฬแต่มันคือชั้นไขมัน ที่เรียกว่า Blubber (บลับ-เบอะ) ต่างหาก” 

ภาพไวรัลด้านซ้าย ถ่ายได้ที่พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ the Mystic Aquarium รัฐคอนเนทติคัต ประเทศสหรัฐอเมริกา

ชั้นไขมัน (Blubber) ที่ว่านี้อยู่ระหว่างกล้ามเนื้อและชั้นผิวหนัง (เหมือนสิ่งมีชีวิตทั่วไป) มีลักษณะเป็นท่อยาวพาดอยู่ข้างลำตัวเพื่อสร้างความอบอุ่นให้แก่ร่างกาย หนาประมาณ 15 เซนติเมตร คิดเป็น 40% ของน้ำหนักตัว และเนื่องจากเป็นสัตว์ไร้ขน ชั้นไขมันของพวกมันจึงหนากว่าสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมบนบกกว่า 100 เท่า (เพื่อทดแทนขนที่หายไป)

“รูปที่ทุกคนเห็นเหมือนขาของวาฬเบลูก้านั้น เกิดจากมุมกล้องที่ถ่ายขณะพวกมันกำลังว่ายน้ำ ทำให้ชั้นไขมันบริเวณหน้าท้องเกิดหดตัวเป็นก้อนจนดูเหมือนขานั่นเอง” – แครี่ ลิชาร์ด เจ้าหน้าที่ดูแลพิพิธภัณฑ์สัตว์อธิบายเสริม

รู้จักเบลูก้ากันอีกสักนิด : ชื่อ Beluga เป็นภาษารัสเซียมีความหมายว่า “ขาวเท่านั้น” ชื่อทางวิทยาศาสตร์ Delphinapterus leucas พวกมันเป็นวาฬขนาดเล็ก (ยาวประมาณ 4 ถึง 6 เมตร หนักเฉลี่ย 500 ถึง 1,000 กิโลกรัม) ถิ่นอาศัยอยู่ในแถบมหาสมุทรอาร์กติก หรือในทะเลกระแสน้ำเย็นอื่น ๆ โดยมักจะอาศัยอยู่เป็นฝูง ปัจจุบันประชากรวาฬเบลูก้าในธรรมชาติเหลือประมาณ 150,000 ตัว

Fact – ย้อนไปในปี ค.ศ.1493 คริสโตเฟอร์ โคลัมบัส (ชายผู้ค้นพบทวีปอเมริกา) ได้จดบันทึกการเดินทางว่า “ตัวเขานั้นได้พบนางเงือก 3 ตัว ขณะกำลังแล่นเรือผ่านมหาสมุทรแคริเบียน ณ จุดที่ไม่ไกลจากเกาะฮิสปันโยลา (ตำแหน่งปัจจุบันคือประเทศเฮติและสาธารณรัฐโดมินิกัน) พวกมันมีหน้าตาน่ากลัวชวนสยอง ครึ่งบนก็ดูเหมือนผู้ชายมากกว่าผู้หญิง ไม่เหมือนในจิตนาการที่นิยายวาดฝันเอาไว้เลย”

จากข้อความดังกล่าว ผู้เชี่ยวชาญจึงสันนิษฐานว่า “นางเงือกที่โคลัมบัสพบเจอนั้น แท้จริงแล้วอาจเป็น “พะยูนหางกลม (Manatee)” หรือ “วัวทะเลชเตลเลอร์ (Sea Cow)” แต่ไม่มีทางที่จะเป็น “วาฬเบลูก้า (Beluga Whale)” ได้แน่นอนเพราะถิ่นอาศัยของมันอยู่ไกลจากในบันทึกมาก (แต่ก็มีคนออกมาทักท้วงนะครับว่า อาจจะเป็นวาฬชนิดนี้จริง ๆ ก็ได้ เพราะในสมัยนั้นโลกยังไม่ร้อนขนาดนี้ และพวกมันยังเลียนแบบเสียงของสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ ได้ด้วย แต่ก็ดูเหมือนจะเกินจริงไปหน่อย เพราะหากจะเลียนเสียงมนุษย์ได้ก็ต้องเคยเจอมนุษย์มาก่อนแล้ว แต่เผอิญโคลัมบัสอาจเป็นมนุษย์คนแรกของโลกที่เดินทางไปถึงแถบนั้นครับ)