ทีมสำรวจ-บังเอิญเข้าถ้ำที่ขุดสร้างโดย “สลอธยักษ์” จนได้พบร่องรอยกรงเล็บ-ใหญ่ที่สุดในโลก

เมื่อปี 2015 ทีมนักสำรวจซึ่งนำโดยนักธรณีวิทยาชาวบราซิล ไฮน์ริช แฟรงค์ และ อมิลกา อดามี ได้ค้นพบถ้ำแห่งหนึ่ง ที่มีความยาวถึง 600 เมตร แถมภายในยังกว้างกว่า 1.5 เมตร ในเขตเมืองโนวูอัมบูร์กู (Novo Hamburgo) ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศบราซิล ซึ่งจากการเดินเข้าไปสำรวจทุกคนก็ต้องตกตะลึง เพราะภายในนั้นเต็มไปด้วย “ร่องรอยกรงเล็บขนาดมหึมา” และจากการตรวจสอบอย่างละเอียดจึงทราบว่า ถ้ำแห่งนี้ถูกขุดสร้างโดยเหล่าสลอธยักษ์-หลายชั่วอายุเลยทีเดียว

ฟอสซิลของสลอธ และสภาพจริงภายในถ้ำ

“ผมไม่เคยเห็นถ้ำของสิ่งมีชีวิตใดยิ่งใหญ่ขนาดนี้มาก่อน และนี่ไม่ใช่การคาดเดาว่าเป็นฝีมือของสลอธดึกดำบรรพ์ เพราะก่อนหน้านี้ ผมและทีมเคยค้นพบ “เพลีโอเบอร์โรว์” (Paleo burrows – ชื่อทางการของถ้ำที่ถูกขุดโดยสัตว์ในยุคก่อนประวัติศาสตร์) มาแล้วหลายแห่ง แต่ไม่เคยพบแห่งใดมหึมาเท่าที่นี่

ซึ่งถ้ำแห่งนี้ไม่ได้ถูกสร้างโดยสลอธเพียง 1-2 ตัวแน่นอน เพราะจากการคำนวน พวกมันจะต้องขุดดินและยกออกไปทิ้งนอกถ้ำ ทั้งหมดกว่า 4,000 ตัน ซึ่งถือเป็นงานหนักมาก แสดงว่านี่คือภารกิจที่ถูกส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น และอีกหลักฐานสำคัญที่ทำให้เรามั่นใจว่าถ้ำแห่งนี้ถูกสร้างโดยเหล่าสลอธก็คือ ภายในยังเต็มไปด้วยกระดูกของสลอธยักษ์หลายสายพันธุ์ จึงทำให้เรารู้ว่าถ้ำแห่งนี้เปรียบเสมือนหมู่บ้านหรืออาณานิคมของพวกมันนั่นเอง” – อมิลกา อดามี กล่าว

นอกจากจะมีร่องรอยการขุดของสลอธแล้ว ยังมีร่องรอยการขุดของ pampatherium (อาร์มาดิลโล ดึกดำบรรพ์ ร่วมอยู่ด้วย) – อีกทั้งภายในยังเต็มไปด้วยทางแยกมากมาย

ทั้งนี้ อมิลกา ก็ได้แสดงความเสียดายที่การค้นพบในครั้งนี้ ไม่ได้นำไปสู่การค้นพบฟอสซิลของสลอธยักษ์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก นั่นคือ Megatherium (เมกะเธเรียม) ที่นักวิทยาศาสตร์เคยพบแต่รอยเท้าของมัน และคาดว่าน่าจะมีความสูงกว่า 6 เมตรเลยทีเดียว แต่ยังไม่เคยมีใครพบเห็นฟอสซิลเพื่อช่วยยืนยันการมีอยู่ที่แท้จริง แม้กระทั่งการค้นพบครั้งล่าสุดเมื่อปี 2018 ที่ถูกค้นพบภายในถ้ำใต้น้ำแห่งหนึ่งในประเทศเม็กซิโก ที่ทุกคนลุ้นว่าจะเจอก็ไม่พบเจอแต่อย่างใด (น่าเสียดายจริง ๆ ครับ)

ข้อมูลพื้นฐานสำคัญสำหรับ: สลอธยักษ์ (Giant Ground Sloth) พวกมันเคยมีอยู่มากถึง 500 สายพันธุ์ (ปัจจุบันเหลือเพียง 6 สายพันธุ์และเป็นสายพันธุ์ขนาดเล็กเท่านั้น) โดยมีชีวิตอยู่เมื่อ 35 ล้านปีก่อนในแถบอเมริกาใต้ ก่อนจะอพยพขึ้นมาอเมริกาเหนือเมื่อ 8 ล้านปีก่อน และสูญพันธุ์ไปเมื่อ 11,700 ปีก่อน เมื่อยืนสองขาจะสูงถึง 3 เมตร เมื่อโตเต็มวัยจะมีน้ำหนักเฉลี่ยอยู่ที่ตัวละ 1 ตัน ในน้ำหนักมหาศาลนี้มีมวลกล้ามเนื้อประกอบอยู่เพียง 25% เท่านั้น นอกนั้นจะเป็นไขมันทั้งหมด

ร่องรอยการขุดขนาดใหญ่ภายในถ้ำ ที่เชื่อว่านี่คือฝีมือของสลอธหลากหลายสายพันธุ์ และเป็นร่องรอยกรงเล็บของพวกมันที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ส่วนรูปเล็กคือ-การค้นพบถ้ำสลอธใต้น้ำในประเทศเม็กซิโก

Fact – จากหลักฐานการค้นพบฟอสซิลดึกดำบรรพ์หลายตัว ทำให้เราทราบว่า แม้พวกมันจะไม่ขี้เกียจเหมือนสายพันธุ์ปัจจุบัน แต่เนื่องจากขนาดร่างกายที่ใหญ่โตและเต็มไปด้วยไขมันจึงหนักมาก ทำให้พวกมันจะเคลื่อนไหวต่อเมื่อจำเป็นเท่านั้น เหตุนี้จึงหวานหมูตกเป็นเหยื่อสำหรับมนุษย์ยุคก่อนแทบทุกครั้งที่ถูกพบเจอครับผม