fbpx
วันศุกร์, เมษายน 23, 2021

พบ “ปลาไร้หน้า” หนึ่งในสัตว์สุดประหลาด ใต้ทะเลลึก! ตรงพื้นที่ที่ไม่เคยถูกสำรวจมาก่อน

 

เมื่อวันที่ 31 พ.ค. 2017 สำนักข่าวต่างประเทศ เอเอฟพีรายงานว่า นักวิทยาศาสตร์จากพิพิธภัณฑ์วิคตอเรีย และจากสถาบันวิทยาศาสตร์คอมมอนเวลธ์ของรัฐบาลออสเตรเลีย ต้องตื่นตะลึง ขณะออกสำรวจสิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเลลึก นอกชายฝั่งด้านทิศตะวันออกของออสเตรเลีย เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ปรากฏว่าจากการใช้อวนหย่อนลงไปใต้ท้องทะเลลึกราว 4 กม. ระดับความเย็น 1 องศาเซลเซียส ได้มีปลาไร้หน้าตัวหนึ่ง ยาวประมาณ 4 ซม. ติดอวนขึ้นมาด้วย นอกเหนือจากขยะจำนวนมาก หลังจากปลาชนิดนี้ได้หายสาบสูญไปนานนับกว่า 140 ปีแล้ว โดยค้นพบครั้งแรกที่มหาสมุทรอินเดีย และทะเลแปซิฟิก

 

 

ทิม โอฮารา (Tim O’Hara) หัวหน้านักวิทยาศาสตร์จากพิพิธภัณฑ์วิคตอเรีย (Museums Victoria) ผู้สำรวจในการเดินทางครั้งนี้ บอกเอเอฟพีว่าพื้นที่สำรวจนั้นเป็นสภาพแวดล้อมบนโลกที่ไม่เคยได้รับการสำรวจมาก่อน ซึ่งนับแต่เริ่มสำรวจพวกเขาได้พบปูหินหนามแหลมสีแดง ปลาโลงศพตัวพองๆ แมงมุมทะเลตาบอด และปลาไหลทะเลลึก รวมถึงปลาไร้หน้าซึ่งก่อนหน้านี้เคยมีบันทึกเพียงครั้งเดียวจากการสำรวจบุกเบิกของคณะลูกเรือหลวงเอชเอ็มเอสชาเลนเจอร์ (HMS Challenger) ที่ชายฝั่งปาปัวนิวกินีเมื่อปี 1873

 

 

ปลาไร้หน้า (Faceless Cusk หรือ Typhlonus nasus) อยู่ Species ของ cusk-eel ปลาพวกนี้เป็นปลาที่ประหลาดมาก เพราะว่า ปากของปลา ไปอยู่บริเวณด้านล่าง ทำให้เมื่อมองปลาจากด้านข้าง เราจะไม่เห็นตาของปลา และไม่เห็นจมูก หรือเหงือกของปลา รวมทั้งไม่เห็นปากของมัน

 

 

เรามีนักวิทยาศาสตร์อยู่บนเรือ 27 คน ซึ่งต่างเป็นผู้เชี่ยวชาญแถวหน้าในสาขาของตัวเอง และพวกเขาบอกผมว่าสิ่งมีชีวิตที่พบประมาณ 1 ใน 3 นั้นเป็นสิ่งมีชีวิตสปีชีส์ใหม่” โอฮารากล่าว ซึ่งแม้จะเหลือเวลาอีก 2 สัปดาห์ในการสำรวจ ตอนนี้พวกเขาได้ตัวอย่างหลายพันตัวอย่างแล้ว

 

ภายในปากของปลาไร้หน้า

 

ทั้งนี้ การใช้ชีวิตภายใต้ความลึกขนาดนั้นเป็นความกดดันอย่างยิ่ง เพราะไม่มีทั้งแสง อาหารน้อย และอุณหภูมิหนาวเย็นจนแช่แข็ง สิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ในสภาพแวดล้อมดังกล่าวจึงต้องวิวัฒนาการด้วยวิธีที่จำเพาะเพื่อจะมีชีวิตรอด จึงทำให้พวกมันมีลักษณะทางชีวภาพที่ค่อนข้างจะแปลกตาเป็นอย่างมากนั่นเอง

นักวิทย์หวั่น “โลกอาจเข้าสู่ยุคหนาวเย็น” อีกครั้ง เมื่อดวงอาทิตย์จะพักหลับยาว!

นักดาราศาสตร์เผย อีกไม่นานโลกอาจเข้าสู่ยุคหนาวเย็น ซึ่งมีสาเหตุมาจากกรณีที่วัฏจักรของดวงอาทิตย์เปลี่ยนแปลง

เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2560 นายวิมุติ วสะหลาย กรรมการวิชาการสมาคมดาราศาสตร์ไทย เผยข้อมูลถึงความกังวลในอนาคต ว่า โลกอาจเผชิญกับยุคหนาวเย็นต่อเนื่องในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า เนื่องจากวัฏจักรของดวงอาทิตย์ที่เปลี่ยนแปลงไป

 

 

โดย ดวงอาทิตย์นั้นจะมีวัฏจักรเป็นของตัวเอง ที่หมุนเวียนเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ เรียกว่า วัฏจักรของกัมมันตภาพสุริยะ เช่น การเกิดจุดมืด (sunspot) การลุกจ้า (Flare) ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของพายุสุริยะ หากช่วงไหนดวงอาทิตย์มีปฏิกิริยามาก (ดวงอาทิตย์คึกคัก) ก็จะมีกัมมันตภาพขึ้นสูงสุด ดวงอาทิตย์จะแผ่พลังงานออกมาสูงกว่าช่วงอื่น

โดยเฉพาะในย่านอัลตราไวโอเลต หรือรังสียูวี ซึ่งตามปกติแล้ววัฏจักรของระบบสุริยะจะมีผลต่อสภาพภูมิอากาศของโลก หากวัฏจักรนี้มีความผิดปกติในระยะยาวนาน ก็จะส่งผลต่อสภาพภูมิอากาศของโลกอย่างมาก

ขณะนี้เรายังอยู่ในวัฏจักรที่ 24 ซึ่งได้ผ่านช่วงสูงสุดมาแล้วในปี 2556 เป็นวัฏจักรที่ดวงอาทิตย์ไม่ค่อยจะคึกคักนัก

 

 

และจากการศึกษาของนักดาราศาสตร์จากหลายสำนัก พบว่า ในวัฏจักรที่ 25 ซึ่งจะเริ่มในราวปี 2563 มีแนวโน้มว่าจะยิ่งหงอยเหงาลงไปอีก “อาจเป็นวัฏจักรที่คึกคักน้อยที่สุดในรอบ 100 ปีก็ได้” ซึ่งหากดวงอาทิตย์ฟุบยาวต่อเนื่องหลายวัฏจักรติดกัน ก็จะเกิดความเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศของโลกอย่างมาก สิ่งนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้วในช่วงปี พ.ศ. 2188-2258 ในช่วงเวลาดังกล่าวมีอากาศแห้งแล้งและหนาวเย็น ถึงขนาดที่แม่น้ำเทมส์ ในประเทศอังกฤษ กลายเป็นน้ำแข็งในฤดูหนาว

ที่มา – matichon

“เอมิลี่ ราทาจโคว์สกี้” สาวลูกครึ่ง (ยิว โปแลนด์ ไอร์แลนด์ เยอรมนี) ถึงได้แจ่มขนาดนี้ไง!

 

Emily Ratajkowski (เอมิลี่ ราทาจโคว์สกี้) เธอเป็นสาวลูกครึ่งที่ผสมระหว่าง ยิว โปแลนด์ ไอร์แลนด์ และเยอรมนี ผลพวงจากการที่มีคุณพ่อเป็นนักวาดภาพ และมีคุณแม่เป็นคนที่ชอบเปลือยกาย จึงทำให้เธอคุ้นเคยกับศิลปะ Nude เป็นอย่างดี ถ้าไม่เชื่อลองไปดู MV กับหนังที่เธอเล่นดูสิ แล้วค่อยมาขอบใจผมทีหลัง

 

MV – Blurred Line ของ Robin Thicke

 

เธอโด่งดังเป็นอย่างมากจากการรับบทเป็น กิ๊กสาวกับ พระเอกของเรื่อง แสดงโดย Ben Affleck ใน Gone Girl แค่การเปลือยอกช็อตสั้นๆเพียงฉากเดียว ก็ทำให้ผู้คนที่ได้ดูหนังเรื่องนั้นต่างเซิจชื่อเธอกันเป็นแถวๆว่าดาราหน้าใหม่คนนี้เป็นใคร เอาจริงๆถ้าพูดกันแบบตรงๆก็คือ หน้าอกเธอสวยมาก

 

Gone Girl

 

เธอเข้าสู่วงการนางแบบตั้งแต่อายุ 14 และมีโอกาสการแสดงในรายการเด็ก แต่เธอเลือกเข้ามาเป็น นางแบบ ด้วยส่วนสูง 170 cm ตาโต โหนกแก้มสูง ปากอิ่มเชิด ผอม เอวบางคอดแบบนางแบบ แต่หน้าอกหน้าใจล้นทะลักกว่า นางแบบ ในโครงร่างเดียวกันคนอื่นๆ

ปี 2012  เธอแสดงใน MV เปลือยอกใน Blurred Line ของ Robin Thicke
ปี 2013 เธอแสดงใน MV เพลง Love Somebody ของ Maroon 5 (ดูไม่รู้เรื่องหรอกเพราะ MV เป็นฉากเปื้อนสี)
ปี 2014 เธอได้ขึ้นหน้าปก QC กึ่งนู้ด ตามมาด้วย Sport Illustrated ที่เป็นนู้ดแบบ bodypaint และได้ร่วมแสดงในหนังเรื่อง Gone Girl จนแจ้งเกิดอย่างเต็มตัวนั่นเอง

หากเพื่อนๆคนไหนจำเหตุการณ์ที่มีแฮกเกอร์มือดีได้เข้าไปแฮก iCloud ของดาราสาวในวงการฮอลลีวูดจนได้รูปลับมากมายหลายคน เอมิลี่ คนนี้ก็เป็นหนึ่งในผู้โชคร้ายภายในลิสต์รูปหลุดนั้นด้วย IG – Emrata

แม่อำมหิต! โกหกหมอว่าลูกป่วย พาเข้ารพ. 300 แห่ง ผ่า 13 ครั้ง รวยอื้อจากเงินบริจาค

 

เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2017 เว็บไซต์ The Sun ได้รายงานข่าวของ Kaylene Bowen (อาศัยอยู่ที่เมืองดัลลัส รัฐเท็กซัส ประเทศสหรัฐอเมริกา) คุณแม่เลี้ยงเดี่ยววัย 34 ปี ถูกเข้าจับกุม หลังพา Christopher ลูกชายวัย 8 ขวบ เข้าโรงพยาบาลกว่า 323 แห่ง โดยเธอโกหกหมอว่า ลูกชายของเธอนั้นแพ้นมอย่างหนักและจำเป็นต้องเปลี่ยนถ่ายปอดจากผลข้างเคียงของอาการดังกล่าว

นอกจากนี้ เธอยังได้โพสข้อความบนเฟสบุ๊คของเธอ โดยระบุว่า ลูกชายของเธอนั้นเป็น มะเร็งระยะสุดท้าย และได้เปิดรับบริจาคเงินโดยอ้างว่าเป็นทุนสำหรับค่ารักษาพยาบาลของหนูน้อย Christopher ที่สถานพยาบาลเด็ก นั่นทำให้เธอได้รับเงินจากการบริจาคมากกว่า 150,000 ดอลล่าห์สหรัฐ ประมาณ 4,800,000 บาท และนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอทำ เพราะเธอทำพฤติกรรมเช่นนี้ตั้งแต่ที่ลูกของเธอพึ่งคลอดออกมาได้เพียง 8 วันเท่านั้น WTF! เหี้ยมไปไหนเนี่ย

 

 

จากการที่เธอโกหกมาทั้งหมด ทำให้เด็กชายต้องผ่านการผ่าตัดหลายครั้งโดยไม่มีความจำเป็น และต้องใช้อุปกรณ์ช่วยเหลือหลายอย่างเหมือนคนพิการ เช่น ท่ออาหาร หน้ากากออกซิเจน และรถเข็น

และก็มาถึงคราวโชคดีของเจ้าหนูน้อย คริสโตเฟอร์นี้เสียที เพราะเมื่อสองปีที่แล้ว มีนายแพทย์คนหนึ่งจับพิรุธของคุณแม่ใจทรามคนนี้ได้ จึงได้ติดต่อไปที่ ศูนย์สงเคราะห์เด็ก (Child Protective Services) เพื่อยืนยันอาการและหาทางช่วยเหลือเด็ก จนกระทั่งยืนยันได้ว่า หนูน้อย Christopher นั้นไม่ได้ป่วยแต่อย่างใด

 

 

และหลังจากที่ต่อสู้กันบนศาลกันอย่างเนิ่นนาน โดยเธอก็อ้างนู่นนี่นั่นสารพัด แต่สุดท้ายเธอก็แพ้ภัยตัวเอง จนถูกสั่งจำคุกในที่สุด และตัวเด็กก็จะไปอยู่กับคุณพ่อ ที่พึ่งทราบเรื่องเหมือนกันว่าลูกชายของตนนั้นถูกแม่บังเกิดเกล้าทำแบบนี้

“ผมไม่ทราบเลยว่า ลูกชายของผมนั้นมีสุขภาพที่แข็งแรง เพราะผมไม่เคยได้อยู่กับเขา แต่ผมรู้นะว่าเขาเคยผ่าตัด 13 ครั้ง และมี 3 ครั้งที่เขาติดเชื้อจากการผ่าตัดจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด ผมไม่ห่วงเรื่องสุขภาพเท่าจิตใจของเขาหรอก ลูกชายของผมต้องทำใจยอมรับว่าตัวเองไม่ได้ป่วยเลย แต่ถูกโกหกมาตลอดชีวิต ตอนนี้ผมรู้สึกผิดมากที่ทิ้งลูกให้อยู่กับคนแบบนั้น” Ryan Crawford ผู้เป็นพ่อ

 

 

ทั้งนี้ข้อมูลจากสำนักข่าวไม่มีระบุมาว่าเธอถูกจำคุกนานเท่าไหร่ และโทษที่เธอได้รับนั้นหนักแค่ไหน แต่เธอถูกสงสัยว่ามีอาการทางจิตที่เรียกว่า MSBP ก็คืออาการที่ผู้ป่วยนั้นมักจะสร้างเรื่องหรือชอบแต่งเรื่องขึ้นมา เพื่อที่จะได้รับความสนใจและความเห็นใจจากคนรอบข้าง มักเกิดกับคนที่ไม่มั่นใจในตัวเอง ต้องการความเอาใจใส่ หรือเรียกร้องความสนใจจากผู้อื่น

ขุดพบโครงกระดูกของ “วัวทะเลเลชเตลเลอร์” สัตว์โบราณ ที่สูญพันธ์ไปแล้วกว่า 300 ปี!

 

มีการขุดพบซากโครงกระดูกของวัวทะเลชเตลเลอร์ ซึ่งเป็นสัตว์โบราณขนาดมหึมาที่สูญพันธุ์ไปแล้วเกือบ 300 ปี ที่บริเวณชายฝั่งหมู่เกาะคอมมานเดอร์ บนคาบสมุทรคัมชัตคาในประเทศรัสเซีย โดยการค้นพบในครั้งนี้เริ่มจากการที่ผู้ตรวจการสาวคนหนึ่งได้สังเกตเห็นซี่โครงของโครงกระดูกชนิดหนึ่งยื่นขึ้นมาเหนือพื้นดิน จึงได้ทำการเริ่มต้นขุดลงไปเพื่อค้นหาความจริงนานหลายชั่วโมง

 

 

วัวทะเลสเตลเลอร์ เป็นสัตว์ในตระกูลเดียวกับตัวพะยูนและมานาที วัวทะเลสเตลเลอร์มีน้ำหนักถึง 3 ตันและยาวถึง 8 เมตร ขาคู่หน้าของมันมีลักษณะเป็นครีบใช้ว่ายน้ำ ขณะที่ขาคู่หลังแปรสภาพกลายเป็นหางคล้ายวาฬ วัวทะเลเหล่านี้อยู่รวมกันเป็นฝูงเล็กๆ ถิ่นที่อยู่ของพวกมันคือเขตอาร์กติกอันหนาวเย็น

 

 

หลังจากทำการขุดเสร็จสิ้น พวกเขาได้พบกับโครงกระดูกของวัวทะเลชเตลเลอร์ ที่อยู่ในสภาพสมบูรณ์มากเมื่อเทียบจากขนาดและอายุของมันแล้ว โดยชิ้นส่วนทั้งหมดประกอบด้วยกระดูกสันหลังจำนวน 45 ชิ้น กระดูกส่วนสะบัก ซี่โครง และอื่นๆ รวมกันอีก 25 ชิ้น แต่ละชิ้นส่วนของมันมีขนาดใหญ่มาก แต่ในการขุดครั้งนี้ไม่พบกะโหลกศีรษะแม้ว่าจะทำการขุดลงไปลึกแล้วก็ตาม โดยซากนี้มีความยาว 5.2 เมตร ขาดเพียงส่วนหัวและกระดูกที่ต่อจากนั้น ซึ่งถ้าหากเป็นซากที่สมบูรณ์แล้วอาจจะยาวได้ถึง 6 เมตร

 

 

สำหรับเจ้าสัตว์ทะลที่สูญพันธุ์ชนิดนี้มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Hydrodamalis gigas เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในทะเลขนาดใหญ่ชนิดหนึ่งในอันดับพะยูน (Sirenia) ในอดีตสัตว์เหล่านี้มีประชากรค่อนข้างมาก พวกมันมีอำนาจเหนือหมู่เกาะน้อยใหญ่กว่า 17 เกาะ ในน่านน้ำอาร์กติกของรัสเซียในทะเลแบริ่ง ซึ่งที่นี่คือแหล่งที่อยู่อาศัยของพวกมัน และเป็นบริเวณเดียวกันกับที่ทุกคนได้รู้จักกับสัตว์ชนิดนี้เป็นครั้งแรก

 

 

โดยนายเกอร์ก วิลเฮล์ม ชเตลเลอร์ (Georg Wilhelm Stelle) ได้ค้นพบพวกมันในปี ค.ศ. 1741 และตั้งชื่อให้กับเจ้าสัตว์สายพันธุ์พะยูนตัวนี้ว่า “วัวทะเลชเตลเลอร์” (Steller Sea Cow) อย่างไรก็ตาม แม้ว่าพวกมันจะสามารถอาศัยอยู่บนโลกนี้มานานนับล้านปี แต่เมื่อชเตลเลอร์และคณะเดินทางกลับ ข่าวการพบเจอวัวทะเลขนาดใหญ่ก็ได้แพร่กระจายไปทั่ว จนได้เกิดเป็นการล่าสัตว์ทะเลเลี้ยงลูกด้วยนมหลายชนิดในทะเลแถบนั้น และความที่เป็นสัตว์ขนาดใหญ่ อีกทั้งยังมีเนื้อและไขมันปริมาณมาก จึงถูกล่าเพื่อเอาเนื้อ หนัง และไขมัน ทำให้วัวทะเลชเตลเลอร์ถูกฆ่าไปเป็นจำนวนมาก จนกระทั่งในปี ค.ศ. 1768 หรือเพียง 27 ปี หลังจากที่ได้เป็นที่รู้จัก วัวทะเลชเตลเลอร์ก็สูญพันธุ์จนหมดสิ้น

นี่คือ Cosmic Dagger (มีดสั้นตุตันคามุน) ทำจากอุกกาบาต (ไม่สึก-ไม่สนิม) แม้ผ่านมา 3 พันปี

Cosmic Dagger (มีดสั้นที่ทำมาจากอุกกาบาต) ที่แม้เวลาจะผ่านไปนานกว่า 3,300 ปี แต่กาลเวลาก็ไม่สามารถทำอะไรแร่ที่มาจากนอกโลกนี้ได้เลย

(ซ้าย – ภายในโลงศพที่พบมีด) (ขวา – ภาพเชือกตัวล็อคประตูที่จะพาเข้าสู่ห้องพระศพ)

โดยเพิ่งได้รับการยืนยันเมื่อปี 2016 จากนักวิจัยของพิพิธภัณฑ์ในอิตาลีและอียิปต์ว่า มีดสั้นคู่กายของฟาโรห์ตุตันคามุน ที่พบในหลุมศพของพระองค์ปี ค.ศ.1925 ถูกทำขึ้นจากอุกกาบาตนอกโลก หลังสร้างความงุนงงให้แก่นักโบราณคดีมานานว่า “ทำไมมีดสั้นอายุกว่า 3 พันปีเล่มนี้จึงไม่ขึ้นสนิม” โดยคาดว่ามีดสั้นดังกล่าวใส่ไว้เพื่อให้ฟาโรห์ใช้ป้องกันตัวเองในชีวิตหลังความตาย

ทีมนักวิจัยของพิพิธภัณฑ์ตรวจสอบโดยใช้เทคนิค “Non-invasive X-ray” (เป็นการเอกซเรย์แบบไม่ทำให้วัตถุชิ้นนั้นเสียหายจากรังสี) ทำให้ทราบว่า มีส่วนประกอบของธาตุเหล็ก นิเกิล และโคบอลต์ ซึ่งตรงกับฐานข้อมูลของแร่ธาตุในอุกกาบาตที่เคยพบในเมืองมาร์ซา-มาทรูฮ์ (Marsa Matrouh) เมืองท่าในประเทศอียิปต์

มีดสั้นเล่มที่ 2 ทำจากทองคำ 100%

ซึ่งในสมัยอียิปต์โบราณ วัตถุดังกล่าวถือเป็นของศักดิ์สิทธิ์และมักใช้ในการประดิษฐ์สิ่งของประกอบพิธีกรรมต่าง ๆ “เปอร์เซ็นต์ของธาตุนิเกิล สามารถยืนยันได้ว่ามีดเล่มนี้ถูกสร้างขึ้นจากอุกกาบาต” ดาเนลลา คอมเมลลี นักวิจัยคนสำคัญ กล่าว

มีดสั้นเล่มนี้เป็น 1 ในมีดสั้น 2 เล่ม (มีดอีกเล่มเป็นมีดทองคำ 100%) ขนาดความยาวอยู่ที่ 34.2 เซนติเมตร ห่อหุ้มด้วยฝักมีดที่ทำมาจากทองคำแท้เช่นกัน พร้อมแกะสลักลวดลายประณีตงดงาม คาดว่าถูกตีขึ้นด้วยช่างที่มีทักษะขั้นสูง ค้นพบโดย โฮวาร์ด คาร์เตอร์ (Howard Carter) นักโบราณคดีชาวอังกฤษ ในสุสานของกษัตริย์ฟาโรห์ตุตันคามุนเมื่อปี ค.ศ.1925 ปัจจุบันถูกจัดแสดงอยู่ที่พิพิธภัณฑ์อียิปต์ กรุงไคโร

สำหรับ ฟาโรห์ตุตันคามุน (Tutankhamun) ปกครองอียิปต์ระหว่าง 1332-1323 ปีก่อนคริสต์ศักราช ขึ้นครองบัลลังก์ตั้งแต่ 9 พรรษา คาดว่าเสียชีวิตขณะอายุ 18 พรรษา (สาเหตุการเสียชีวิตไม่แน่ชัด)

Fact – นอกจากนี้ ประเทศญี่ปุ่นยังมีดาบคาตานะเล่มหนึ่ง ที่ได้รับการขนานนามว่า Sword of Heaven หรือดาบจากสวรรค์ (tentetsutou) เนื่องจากถูกสร้างขึ้นด้วยอุกกาบาตเช่นกัน ตีขึ้นโดยปรมาจารย์นักตีดาบเก่งที่สุดในโลก โยชิโด โยชิฮาระ นักตีดาบรุ่นที่ 10 ของตระกูล โดยใช้อุกกาบาตที่มีอายุกว่า 450 ล้านปี ปัจจุบันถูกเก็บรักษาไว้ที่ห้องนิทรรศการของตึกสูงที่สุดในญี่ปุ่น Tokyo Skytree โดยตั้งโชว์คู่กับชิ้นส่วนอุกกาบาตก้อนที่เป็นส่วนประกอบสำคัญของดาบนั่นเอง

คฤหาสน์โดดเดี่ยวบนเกาะร้าง ที่ถูกสร้างขึ้นใน WW2 ราคาสูงถึง 1.2 พันล้านบาท!

 

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า คฤหาสน์หลังเก่าที่ปล่อยรกร้างบนเกาะแห่งหนึ่งที่ประกอบไปด้วยหาดทรายขาว 14 แห่ง ประกาศขายในราคาราวๆ 1.2 พันล้านบาท กลายเป็นอสังหาริมทรัพย์ทีได้รับความสนใจจากหมู่คนมีฐานะ เพราะจะได้ครอบครองกรรมสิทธิ์ทั้งเกาะแห่งนี้

ภาพคฤหาสน์เก่าแก่ที่สร้างเอาไว้ตั้งแต่ปี 1938 ถูกปล่อยทิ้งรกร้างเอาไว้กลางเกาะแห่งหนึ่งในประเทศบาร์เบโดส ทะเลแคริบเบียน ปัจจุบันถูกปกคลุมด้วยต้นปาล์มและวัชพืช หลังจากที่ไม่มีใครอยู่อาศัยบนเกาะแห่งนี้ ซึ่งดูเหมือนว่าจะมีเพียงคฤหาสน์หลังนี้เพียงหลังเดียวเท่านั้น

 

 

เกาะที่มีพื้นที่รอบๆ 7,000 ตารางฟุต พร้อมกับแหล่งน้ำจืด 3 แห่งที่เพียงพอต่อการบริโภคอุปโภค แต่บนเกาะแห่งนี้ไม่มีไฟฟ้าใช้ แต่ภูมิทัศน์ที่เงียบสงบและสภาพอากาศเหมาะแก่การพักผ่อน ทำให้คฤหาสน์หลังนี้และเกาะทั้งเกาะถูกตั้งราคาขายเอาไว้ที่ 39 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือราวๆ 1.2 พันล้านบาท

 

 

ตามรายงานระบุว่า เกาะแห่งนี้มีชื่อว่า Darby island โดยมีเจ้าของคือ Sir Guy Baxter (ลองหาข้อมูลดูแล้ว เค้าบอกว่าต้องไปหาเอาตามห้องสมุดบนโลกออนไลน์ไม่มีข้อมูลของเซอร์ท่านนี้) แต่มีบันทึกเอาไว้ว่า ท่านเซอร์ ได้รับเกาะแห่งนี้มาจาก กษัตริย์ George แห่งอังกฤษ อาจจะเป็นเพราะความตื่นเต้นที่ได้เห็นความสวยของทะเลแคริบเบียน ท่านเซอร์จึงสั่งให้ปลูกต้นปาล์มบนเกาะนี้กว่า 20,000 ต้น แถมยังเอาแพะเอาแกะ และเอาคนรับใช้และคนงานมาอยู่ด้วยมากมาย

จนกระทั่งเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 จึงได้ยกให้หรืออาจจะโดนยึดให้กลายเป็นที่พักพิงให้กับกองทัพนาซีของเยอรมัน กระทั่งสิ้นสุดสงครามลงไป สิ่งปลูกสร้างและพื้นที่ต่างๆ บนเกาะก็ถูกทิ้งรกร้างเอาไว้ ไม่มีการพัฒนาพื้นที่ใดๆ กลายเป็นเกาะที่มีคฤหาสน์แต่ไม่มีคนอยู่อาศัย

 

 

ทั้งนี้ สำหรับเกาะแห่งนี้เหมาะสำหรับเศรษฐีระดับโลกที่หวังจะมองหาที่พักผ่อนหย่อนใจ หรือสะสมอสังหาริมทรัพย์ส่วนตัว เพราะต้องเดินทางมาด้วยเรือหรือเครื่องบินทะเลเท่านั้น แต่ยังมีพื้นที่สามารถปรับให้เป็นสนามบินและรันเวย์ เพื่อรองรับเครื่องบินส่วนตัวได้ แม้ว่าราคาจะค่อนข้างสูง แต่ก็ดูเหมือนจะมีเศรษฐีบางรายให้ความสนใจจับจ้องอยู่เช่นกัน

ชาวประมงค้นพบ “ฉลามแก่” อายุกว่า 512 ปี คาดเป็นสิ่งมีชีวิตอายุมากที่สุดในโลก!

ชาวประมงเดนมาร์กจับฉลามที่เชื่อว่ามีอายุยืนถึง 512 ปี ซึ่งนั่นหมายความว่าฉลามตัวนี้เกิดก่อน วิลเลียม เช็คสเปียร์ หรือก่อนที่กรุงศรีอยุธยาจะก่อตั้งซะอีก และจากค้นพบในครั้งนี้ทำให้สามารถพูดได้ว่าฉลามตัวนี้เป็นสัตว์มีกระดูกสันหลังที่มีอายุเก่าแก่ที่สุดที่เคยค้นพบมา

การหาอายุของฉลามนั้น ผู้เชี่ยวชาญจะหาจากความยาวของพวกมัน จากการสำรวจของทีมนักวิทยาศาสตร์ทำให้พบว่า ฉลามกรีนแลนด์จำนวน 28 ตัวนั้น มีฉลามสองตัวที่มีขนาดใหญ่และยาวที่สุดในโลก โดยมีขนาดอยู่ที่ประมาณ 4.93 เมตรและอีกตัวมีความยาวอยู่ที่ 5.02 เมตร

Greenland shark ฉลามสายพันธุ์นี้จะโตขึ้นโดยมีความยาวเพิ่มขึ้นปีละ 1 เซนติเมตร และเป็นที่รู้กันว่า มันมีอายุยืนถึงหนึ่งร้อยปี และในหนังสือเก่าๆที่พูดถึงปลาฉลามชนิดนี้อ้างว่า มันสามารถอยู่ได้ถึง 400 ปีเลยทีเดียว สำหรับฉลามตัวนี้ นักชีววิทยาบันทึกว่าอายุ 392 ปี แต่จากความคลาดเคลื่อนของการตรวจสอบเรดิโอคาร์บอน ทำให้เป็นที่คาดการณ์กันว่ามันมีอายุประมาณ 512 ปี

และหากฉลามตัวนี้มีอายุถึง 512 ปีจริง นั่นหมายความว่าปลาฉลามนี้อยู่ในมหาสมุทรตั้งแต่ตอนที่โคลัมบัสค้นพบทวีปอเมริกา และอยู่ในสงครามโลกทั้งสองครั้ง อยู่ในช่วงเหตุการณ์เรือไททานิคล่มและอื่นๆอีกมากมาย เนื้อของปลาฉลามกรีนแลนด์นั้นเป็นที่นิยมในไอซ์แลนด์ แต่ต้องผ่านกระบวนการล้างพิษก่อน เนื่องจากเนื้อของมันนั้นมีสารเคมีที่กินแล้วทำให้เกิดอาการเมาได้

Fact – อายุขัยโดยเฉลี่ยของฉลามขั้วโลกจะอยู่ที่ประมาณ 272 – 300 ปี แต่การค้นพบฉลามขั้วโลกตัวล่าสุุดนี้ อาจเปลี่ยนแปลงขยายให้กลายเป็นสถิติใหม่เลยก็ได้

คุณพ่อเกมเมอร์ชาวญี่ปุ่น ท้าแฟนหนุ่มของลูก ให้ดวลเกม ถ้าแพ้ก็ไม่เหมาะสมที่จะคบกัน!

 

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นจาก Twitter ของคุณพ่อชาวญีปุ่น – @buppa_stone ที่ได้มาพบกับแฟนหนุ่มของลูกสาววัยมัธยมเป็นครั้งแรก โดยเขาได้ทวีตว่า “ลูกสาวของผมพาแฟนของเธอมาเที่ยวที่บ้านเพื่อแนะนำให้เราได้รู้จัก”

หลังจากที่ผมได้พูดคุยกับพ่อหนุ่มคนนี้อยู่สักพัก ก็ทำให้ได้รู้ว่าผมและเขามีอะไรเหมือนกัน นั่นก็คือเราชอบเล่นเกมต่อสู้ Guilty Gear เหมือนกัน โดยพ่อหนุ่มคนนี้โม้อยู่พักใหญ่เลยหล่ะว่าเก่งกาจอย่างนู้นอย่างนี้ ผมเองก็อยากจะลองสักหน่อย เราสองคนเลยตกลงดวลกันในเกม ที่บ้านของผมสะเลย

 

 

2 ชั่วโมงต่อมา สรุปผลการแข่งขันคือ คุณพ่อเป็นฝ่ายเอาชนะไปด้วยสกอร์ 10-6 เกม “ผมเล่นเกมนี้ตั้งแต่ภาคแรก ไม่มีทางที่เด็กมัธยมจะมาเอาชนะเขาได้” และที่สำคัญ “ผมเอาชนะเขาได้ เขาไม่เหมาะสมที่จะมาเป็นแฟนของลูกสาวของผม” – นี่ขนาดผมเล่นเกมได้แย่ที่สุดในบ้านแล้วนะ เด็กหนุ่มคนนี้ยังเอาชนะผมไม่ได้เลย เขาไม่ควรที่จะได้เข้ามาในบ้านของเราอีก”

ต่อมา คุณพ่อได้ทวิตอีกว่า – “ดูเหมือนทุกคนในบ้านจะไม่ชอบที่ผมทำแบบนี้ ไม่มีใครยอมทำข้าวเย็นให้ผมกิน พร้อมทั้งถูกไล่ออกมาจากบ้าน จนต้องออกไปหาข้าวปั้นกินเอง และแม้สุดท้ายเขาจะได้รับอนุญาตให้กลับเข้าไปที่บ้านอีกครั้ง แต่ก็ยังไม่มีคนเตรียมข้าวเย็นให้ผมอยู่ดี”

ที่มา – theverge , esuteru

มารู้จักเจ้าซาล์ป “Salp” สัตว์ทะเลสุดน่าทึ่ง มีสกิลพิเศษกำจัด CO2 ช่วยลดโลกร้อนได้!

ปัญหาเรื่องสภาวะโลกร้อนนั้นเป็นเรื่องที่ไม่ได้แก้ไขกันง่ายๆ แต่มีสัตว์อยู่ชนิดหนึ่งที่อาจมีส่วนในการลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งเป็นตัวการในการเกิดปรากฏการณ์เรือนกระจกซึ่งเป็นสาเหตุของสภาวะโลกร้อน สัตว์ชนิดนั้นก็คือ “Salp” โดยมันมีความสามารถพิเศษที่มนุษย์ต้องการที่สุด นั่นก็คือ ลดโลกร้อน

 

 

Salp หรือ ซาลป ชื่อวิทยาศาสตร์: Salpidae แต่นักวิทยาศาสตร์ส่วนใหญ่มักจะเรียกมันว่า Jelly balls ซาล์ปเป็นสัตว์โปร่งใส ขนาดยาว 1-10 เซนติเมตร ลักษณะกลม ตรงกลางป่อง อาหารของ Salp คือสาหร่ายเซลล์เดียวที่มีมากมายในทะเล แถมช่วยดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้

 

 

เมื่อถูก Salp กินเข้าไป ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ถูกสะสมไว้ในสาหร่ายจะถูกขับออกมาเป็นของแข็งแล้วจมลงสู่ก้นทะเล และเมื่อเจ้า Salp ตาย ก็ยังพาก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในตัวมันจมลงไปที่ก้นทะเลด้วย จึงช่วยลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้
เช่นเดียวกับซากของมัน ที่จะดึงเอาก๊าซคาร์บอนลงไปก้นทะเลด้วยหลังตายไป คล้ายกับแนวคิดของนักวิทยาศาสตร์ที่จะฝังก๊าซ คาร์บอนไดออกไซด์จากโรงไฟฟ้าต่างๆ ไว้ใต้ทะเลนั่นเอง

 

 

พบว่า ช่วง 100 ปีที่ผ่านมาปริมาณของ Salp มีจำนวนเพิ่มขึ้น และในน่านน้ำของออสเตรเลียก็พบ Salp หลายสายพันธุ์ และทุกพันธุ์นั้นสามารถจัดการกับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ทั้งหมด ซึ่งวงจรชีวิตของสัตว์ชนิดนี้สั้นเพียง 2 สัปดาห์เท่านั้น แต่พวกมันเป็นสัตว์ที่สามารถแพร่พันธุ์ได้เร็วที่สุดในโลก แต่ก็น่าเสียดายที่พวกมันไม่มีคุณค่าทางอาหารใดๆเลยถ้าหากเราจะเอามากิน งั้นก็ปล่อยให้มันช่วยลดโลกร้อนอย่างนี้แหละเนาะดีแล้ว