Blog – Page 201 of 201 – FLAGFROG
วันศุกร์, กุมภาพันธ์ 26, 2021

“Skeleton Lake (ทะเลสาบโครงกระดูก)” สถานที่สุดสยองที่เต็มไปด้วย โครงกระดูกมนุษย์!

 

ในปีค.ศ. 1942 ณ เขตพื้นที่อันห่างไกลตามแนวเทือกเขาหิมาลัย ทางตอนเหนือของประเทศอินเดีย เจ้าหน้าที่ป่าไม้คนหนึ่งนามว่า H. K. Madhwal ได้ออกสำรวจพื้นที่และได้ค้นพบทะเลสาบธารน้ำแข็งในหุบเขาที่มีความสูงราว 5,029 เมตร แต่สิ่งที่พบกลับกลายเป็นว่าที่ทะเลสาบแห่งนี้เต็มไปด้วยโครงกระดูกมนุษย์จำนวนมากมาย เมื่อเรื่องนี้กลายเป็นข่าวโด่งดัง ผู้คนทั่วโลกต่างให้ความสนใจและอยากรู้ที่มาที่ไปของโครงกระดูกปริศนาเหล่านี้ และมีการเรียกขานทะเลสาบว่า Skeleton Lake หรือ ทะเลสาบโครงกระดูก

 

 

โดยชื่อจริงๆของสถานที่แห่งนี้คือ Roopkund Lake (ทะเลสาบรุปคันด์) ผู้เชี่ยวชาญได้เข้าไปทำการตรวจสอบก็พบว่า เป็นโครงกระดูกของมนุษย์จำนวนมากกว่า 300 ชีวิต คาดการณ์ว่าโครงกระดูกเหล่านี้น่าจะเป็นของทหารญี่ปุ่น ที่ถูกฆ่าตายในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 หรือไม่ก็อาจจะมีการทำพิธีกรรมบางอย่างที่ต้องสังเวยชีวิตผู้คนจำนวนมากบริเวณรอบๆทะเลสาบแห่งนี้

 

 

แต่จากตำนานที่คนในพื้นที่เล่าขานต่อๆกันมากลับยิ่งทำให้ชวนฉงน พวกเขาเชื่อว่าเป็นเพราะคนพวกนี้ทำให้เทพธิดานันทาเทวี ที่สิงสถิตอยู่บนยอดเขานันทาเทวี ยอดเขาศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวบ้านละแวกนั้นนับถือไม่พอใจ เทพธิดาเลยลงโทษโดยการเสกหินให้กลายเป็นพายุลูกเห็บที่มีความรุนแรงพัดถล่มคนพวกนั้นจนเสียชีวิตทั้งหมด!

 

 

จนกระทั่งเมื่อปีค.ศ. 2004 National Geographic นิตยสารชื่อดังได้เดินทางไปสำรวจโครงกระดูกปริศนาและทำการตรวจสอบ DNA ของโครงกระดูกมนุษย์เหล่านั้นจึงพบว่า นี่เป็นโครงกระดูกของมนุษย์ในยุคศตวรรษที่ 9 มีร่องรอยบาดแผลที่บริเวณศีรษะและหัวไหล่ พวกเขาเสียชีวิตอย่างฉับพลันจากการถูกพายุลูกเห็บที่มีขนาดเท่าลูกเทนนิสตกใส่ และเนื่องด้วยพื้นที่บริเวณนั้นเป็นที่โล่งไม่มีที่กำบัง พวกเขาเลยถูกหิมะถล่มฝังร่างเอาไว้ที่บริเวณทะเลสาบรุปคันด์ และมันน่าทึ่งตรงที่ว่า เรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นกับโครงกระดูกเหล่านั้นช่างสอดคล้องกับความเชื่อของชาวบ้านอย่างน่าอัศจรรย์ ปัจจุบันพื้นที่แห่งนี้ได้กลายมาเป็นเส้นทางเดินป่ายอดนิยมของนักท่องเที่ยวที่อยากเข้ามาพิสูจน์ตำนาน

Bill Gates เผยวิธีหาเงินสุดแหวก “ถ้าผมจนและมีเงินใช้วันละ 70 บาท ผมจะเลี้ยงไก่”

Bill Gates ผู้ก่อตั้งบริษัทคอมพิวเตอร์อันดับหนึ่งของโลก Microsoft ที่หลังจากวางมือจากโลกธุรกิจ ป๋าแกก็เดินหน้าเต็มที่ไปกับการให้ความช่วยเหลือคนยากไร้ ในทุกพื้นที่ของมุมโลก

ซึ่งบทความนี้เราจะพูดถึงวิธีแก้ปัญหาความยากจนของชาวบ้านที่ห่างไกลความเจริญในสไตล์ บิล เกตส์ ที่เขาได้แนะนำเอาไว้ เมื่อ 2 ปีก่อน โดยป๋าบิลได้ใช้ความรู้พื้นฐานในเรื่องของปศุสัตว์บวกกับธุรกิจ และอธิบายออกมาให้เข้าใจได้ง่ายและลงตัวอย่างยิ่งครับ

Bill Gates ได้รับแนวคิดการแก้ปัญหาความยากจนมาจากการศึกษาและวิเคราะห์ชีวิตผู้คนที่เผชิญปัญหาความอดอยากในแถบแอฟริการตะวันตก โดยป๋าบิลได้เขียนลงใน Blog ของตัวเองว่า “ถ้าผมมีรายได้วันละ 70 บาท ผมจะใช้ชีวิตยังไงน่ะหรอ ? สำหรับผม ผมจะเลี้ยงไก่ครับ” ซึ่งป๋าบิลก็ได้ให้เหตุผลเอาไว้ว่าจริง ๆ แล้ว เรื่องนี้ไม่มีหลักการตายตั วเพราะความยากจนของผู้คนทั่วโลกแตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่ แต่ที่ป๋าเลือก “เลี้ยงไก่” นั่นก็เพราะ

1.ดูแลง่ายและมีค่าใช้จ่ายไม่มาก

Bill Gates ให้เหตุผลว่า ไก่เป็นสัตว์ที่เลี้ยงง่ายและมีค่าใช้จ่ายไม่มากในการดูแล ไก่กินอะไรก็ได้ที่อยู่บนพื้น (แต่หากคุณให้อาหารที่ดี พวกมันก็จะโตเร็วขึ้น) และเมื่อไก่ที่เลี้ยงเพิ่มจำนวน ก็แค่ทำกรงเพิ่มขึ้นตามจำนวน จะทำจากไม้หรือลวดธรรมดา ๆ ก็ได และวัคซีนของไก่ก็มีราคาถูกมาก

2.เป็นการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนคุ้มค่าอย่างที่สุด

การเลี้ยงไก่ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า เพียงแค่เริ่มต้นจากแม่ไก่เพียง 5 ตัว และไก่พ่อพันธุ์ 1 ตัว ภายในระยะเวลาเพียง 3 เดือน ก็สามารถเพิ่มจำนวนไก่ได้ถึง 40 ตัว และเมื่อคุณขายออกไปในราคา ตัวละ 175 บาท (จากราคาขายในแถบแอฟริกาตะวันตก) ก็สามารถสร้างรายได้มากกว่า 35,000 บาทต่อปี ได้เลยทีเดียว

3.ไข่ไก่คือสุดยอด และคือทางออกของโรคขาดสารอาหาร

ไข่ไก่ช่วยทำให้เด็ก ๆ มีสุขภาพที่ดีขึ้น เพราะทราบหรือไม่ว่า ? ในแต่ละปี มีเด็กมากกว่า 3 ล้าน ที่ต้องตายเพราะโรคขาดสารอาหาร แต่หากมีไข่ไก่ซึ่งมีโปรตีนและสารอาหารจำนวนมาก ก็สามารถช่วยเหลือเด็ก ๆ จากโรคขาดสารอาหารได้ และหากบางครอบครัวสามารถบริหารจัดการได้ดี ก็ปล่อยให้ไข่ฟักออกมา เลี้ยงไก่ให้โตแล้วนำไปขาย จากนั้นจึงนำเงินที่ได้ไปซื้ออาหารที่มีประโยชน์อย่างอื่นให้หลากหลายต่อไป

Bill Gates เชื่อว่า ไม่มีการลงทุนใด ที่ไม่ได้ผลตอบแทนกลับมา การเลี้ยงไก่ก็เหมือนการสอนคนให้จับปลา แต่หากคุณไม่ได้อยู่ใกล้แม่น้ำหรือยังไม่พร้อมจะสอนใคร ก็เริ่มจากการให้ไก่กับเขาก่อน แล้วค่อย ๆ สอนให้เลี้ยงและดูแลมันให้เป็นน่าจะดีกว่า เพราะหากเหล่าคนรวยเอาแต่บริจาคเงิน สักวันเงินมันก็ต้องหมดไปเหมือนทุกที

และแน่นอนครับว่าเมื่อพูดแล้ว ก็ต้องทำให้ดู ป๋าบิลเลยลงพื้นที่โชว์เลี้ยงเอง อธิบายเอง และยังมอบไก่กว่า 100,000 ตัว เพื่อสนับสนุนให้ทุกครอบครัวผู้ยากไร้ในแถบแอฟริกา โดยป๋าบิลวางเป้าหมายไว้ว่า ต้องการเพิ่มจำนวนประชากรที่เลี้ยงไก่จากเดิมที่มีเพียง 5% ให้กลายเป็น 30%

และนี่แหละครับ ก็คือวิธีแก้ปัญหาความยากจนของคนที่รวยแสนล้าน สุดยอดมากจริง ๆ อยากให้ป๋าบิลมาช่วยบริหารประเทศแถวนี้ที เพราะตอนนี้ผมก็เล็งที่จะเลี้ยงไก่แล้วเหมือนกันครับ TT

Uber จับมือ NASA ระดมสมอง สร้างแท็กซี่บินได้! คาดต้องเริ่มบินให้ทันในปี 2020

 

Uber อูเบอร์ได้เปิดเผยแผนการโครงการแท็กซี่บินที่เรียกว่า Uber Elevate ตั้งแต่เดือนกันยายน ปี 2016 โดยมีเป้าหมายเริ่มให้บริการที่เมืองดัลลาสกับฟอร์ตเวิร์ธ สหรัฐอเมริกา และที่เมืองดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งนี่ไม่ใช่ข่าวโคมลอยเพราะ Jeff Holden (เจฟฟ์ โฮลเดน) ผู้ดูแลฝ่ายผลิตภัณฑ์ของ Uber ได้เซ็นข้อตกลง Space Act Agreement (SAA : ข้อตกลงปฏิบัติการทางอวกาศ) ร่วมกับ NASA ในการสร้างระบบควบคุมการจราจรทางอากาศสำหรับจัดการเที่ยวบินแท็กซี่ลอยฟ้า ซึ่งคาดว่าจะเริ่มบินในปี 2020 และจะแล้วเสร็จใช้งานได้จริงในปี 2023 หรืออีก 6 ปี

 

 

Uber เปรียบเทียบตัวอย่างการเดินทางด้วยรถแท็กซี่บินได้ ระหว่างนครซานฟรานซิสโกและเมืองซานโฮเซ่ ในช่วงชั่วโมงเร่งด่วน โดยระบุว่าหากสัญจรทางถนนจะใช้เวลา 2 ชั่วโมง และมีค่าใช่จ่าย 111 ดอลลาร์ แต่ถ้าผู้โดยสารเดินทางทางอากาศ โดยใช้แท๊กซี่บินได้นี้ เวลาที่ใช้ฝนการเดินทางจะลดลงมาเหลือเพียง 15 นาที ค่าใช้จ่ายในช่วงแรกจะอยู่ที่ 129 ดอลลาร์ แต่ Uber เชื่อว่าจะลดลงมาอยู่ที่ 43 และ 20 ดอลลาร์เมื่อเวลาผ่านไป ดีกว่ากันคนละเรื่องเลย!

 

 

แน่นอนว่า หาก Uber ต้องการให้โครงการนี้เกิดขึ้นจริง บริษัทต้องฝ่าฟันอุปสรรคด้านกฎระเบียบ และความกังวลเรื่องความปลอดภัย ซึ่งมันจะหนักกว่าปัญหาที่พบเจออยู่ในขณะนี้มากมายหลายร้อยเท่า แต่ก็นั่นแหละครับ ถ้าไม่กล้าคิดกล้าทำโลกก็คงไม่พัฒนาไปรวดเร็วขนาดนี้ สุดยอดมากจริงๆ

ที่มา – carsguide

องค์การอุตุโลกเผยระดับ “ก๊าซเรือนกระจก” จากทั่วโลก สูงสุดในรอบ 8 แสนปี!

 

องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก หรือ WMO ได้เปิดเผยต่อที่ประชุม UN ว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อส่งสัญญาณไปยังนานาประเทศว่าเวลาในการจัดการกับปัญหาโลกร้อนนั้น ใกล้หมดลงเต็มที จากการติดตามความเปลี่ยนแปลงของระดับความเข้มข้นของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ตลอด 8 แสนปีที่ผ่านมา พบว่า เมื่อปีที่แล้วมีระดับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในชั้นบรรยากาศทำสถิติสูงสุด มากกว่าช่วงก่อนยุคอุตสาหกรรมราว 145%

 

 

​Petteri Taalas เลขาธิการ WMO ได้กล่าวว่า เราได้เห็นภัยพิบัติทางธรรมชาติที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ และสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจกว่า 3 เท่าตัว นับตั้งแต่ช่วงทศวรรษที่ ในรายงานฉบับนี้ ยังได้ย้ำว่า ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้เพิ่มอุณหภูมิให้กับโลกมากถึง 60% และต้นตอสำคัญของการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ก็มาจากฝีมือมนุษย์

 

 

ข้อมูลจากในรายงานยังบอกอีกว่า ในปัจจุบัน ในรายงานฉบับนี้ ยังได้ย้ำว่า ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้เพิ่มอุณหภูมิให้กับโลกมากถึง 60% และต้นตอสำคัญของการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ก็มาจากฝีมือมนุษย์

 

 

และนี่คือคำเตือนจาก องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก

หากไม่มีการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างเร่งด่วน อุณหภูมิโลกจะเพิ่มขึ้นถึงระดับอันตรายในอีกราว 80 ปีข้างหน้า ซึ่งมากพอที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงวงจรของสภาพอากาศโลก ที่อาจนำไปสู่ภัยพิบัติเลวร้ายอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และตอนนี้สุขภาพร่างกายของมนุษย์ กำลังรับผลกระทบจากภาวะโลกร้อนโดยไม่รู้ตัว

ที่มา – bloomberg

Casino Royale ถูกโหวตให้เป็นภาคที่ดีที่สุดของ หนังสุดยอดสายลับจารชน 007

หลังจากที่เถียงกันอยู่นมนาม เถียงกันทุกเว็บบอร์ด จะหัวเขียนหัวทองหัวดำก็เถียงกันไม่หยุดหย่อน ในประเด็นที่ว่าใครนะ ที่เหมาะที่สุดกับบทสุดยอดสายลับจารชน รหัส 007 James Bond วันนี้เราก็ได้คำตอบยืนยันมาแล้วว่าเค้าผู้นั้นคือใคร จากข้อมูลของเว็บไซต์ Ranker ที่ได้เปิดโพลให้คนเข้าไปโหวตกันว่า James Bond ภาคไหนคือภาคที่ดีที่สุดสำหรับคุณ

และนี่ก็คือ 10 อันดับแรกจากโพลนี้ครับ

1.Casino Royale (รับบทโดย Daniel Craig)
2.Skyfall (รับบทโดย Daniel Craig)
3.Goldfinger (รับบทโดย Sean Connery)
4.The Living Daylights (รับบทโดย Timothy Dalton)
5.From Russia With Love (รับบทโดย Sean Connery)
6.On Her Majesty’s Secret Service (รับบทโดย Diana Rigg)
7.GoldenEye (รับบทโดย Pierce Brosnan)
8.The Spy Who Loved Me (รับบทโดย Roger Moore)
9.Licence To Kill (รับบทโดย Timothy Dalton)
10.For Your Eyes Only (รับบทโดย Roger Moore)

 

 

โดยสองอันดับแรก รับบท James Bond โดย Daniel Craig ที่แสดงไปแล้วถึง 3 ภาค และกำลังจะมีภาคที่ 4 ในอีกเร็ววันนี้ (ตอนแรกเฮียแกเล่นตัว เพราะอาจจะเหนื่อยกับความกดดันจากแฟนๆหนัง ที่เวลาออกภาคใหม่มาทีไรต้องโดนวิพากษ์วิจาร์ณก่อนทุกที) ซึ่งโพลนี้ก็ยิ่งตอกย้ำแฟนหนังที่เคยดูถูกเค้าไว้ว่า เครก ไม่สามารถเป็นเจมส์ บอนด์ ที่สมบูรณ์แบบได้ เพราะเค้าแทบไม่มีความเป็นผู้ดีเลย แต่จากผลงานการแสดง คำวิจารณ์ของสื่อสำนักต่างๆ และรายได้ที่ถล่อถลายทั้ง 3 ภาค ก็ทำให้คนที่เคยดูถูกเค้าแทบลบคอมเม้นต์ในเว็บบอร์ดไม่ทันเลยหล่ะครับ

 

 

ซึ่งความสำเร็จของ Casino Royale อาจจะเป็นเพราะ ตัวหนังภาคนี้แตกต่างออกไปจากภาคก่อนๆ เพราะ เน้นความสมจริงมากขึ้น ทั้งเรื่องของการต่อสู้ที่ไม่ให้พระเอกเก่งจนเกินไป เจ็บได้ แพ้ได้ พล็อตหนังมีมิติมากขึ้น ทำให้คนดูลุ้นและเดาทางยากว่าจุดจบจะเป็นเช่นไร แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็ต้องยกเครดิตให้กับ Daniel Craig จริงๆ ที่ฟิตร่างกายอยู่เสมอเพื่อเวลาที่เข้าฉากจะได้ไม่ทำให้คนดูอย่างเราผิดหวัง

งานวิจัยเผย เนื้อสเต็กแบบ”Well-done”ไม่ได้ปลอดภัยที่สุด เพราะมันมีสารที่ทำลายสมองอยู่

ระดับความสุกของเนื้อสเต็ก ตั้งแต่ดิบ ไปจนถึง สุกจนเกรียม ต่างก็มีชื่อเรียกเป็นของตัวเอง โดยคนส่วนใหญ่มักจะคิดว่า เนื้อยิ่งสุก ก็จะยิ่งดี จะได้กินได้อย่างปลอดภัย คนที่รักสุขภาพก็เลยชอบสั่งแต่แบบ เวลล์ดัน (Well-done) หรือเนื้อสุกนั่นเอง ซึ่งเนื้อแบบนี้ ต้องแลกมาด้วยความฉ่ำและความนุ่มของเนื้อที่ลดลง ความอร่อยก็จะลดลงด้วย เพื่อความสบายใจแล้ว จึงไม่รู้เลยว่าเนื้อแบบ Well-done นี้หละ ที่มีสารพิษปนอยู่!

 

 

# เนื้อสเต็ก ค่อนข้างจะปลอดภัยจากพยาธิ ต่างจากเนื้อหมูที่ต้องทำให้สุกเท่านั้น

จากงานวิจัยมากมาย การทานสเต็กแบบ Well-Done มีอันตรายต่อสุขภาพอย่างรุนแรง โดยเฉพาะกับ สมอง เพราะเนื้อแบบ Well-done มันคือการทำให้อาหารสุกเกินไปผ่านการย่าง ซึ่งนั่นทำให้เกิดสารที่เรียกว่า “Glycotoxin”

โดยจากการวิจัยของ the Icahn School of Medicine at Mount Sinai ในสหรัฐฯ นั้น การทานสาร glycotoxins เข้าไปมากๆ มันเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการป่วยในระยะยาว.. ซึ่งหนึ่งในโรคที่มีโอกาสเป็นสูงคือ โรคความจำเสื่อม หรือ อัลไซเมอร์

 

 

ในการทดลองเฟสแรกนั้น พบว่าหนูทดลองที่ได้รับสาร glycotoxins (ประเภท AGEs) มากๆ จะมีโอกาสเป็นโรคที่เกี่ยวกับการทำงานที่เสื่อมลงของสมองมากกว่าหนูตัวที่ไม่ได้รับสารดังกล่าว นอกจากนี้สารดังกล่าวยังไปแสดงออกมาในรูปของโปรตีนชนิดหนึ่งที่ชื่อ amyloid beta protein ที่เป็นโปรตีนที่พบในสมองของผู้ป่วยโรงอัลไซเมอร์ส อีกด้วย

และเมื่อการทดลองเปลี่ยนจากหนูมาสู่คน ผลก็ออกมาไม่ต่างกันเท่าไหร่นัก มีการตรวจสาร AGEs เลือดของคนนิวยอร์ก 93 คน อายุเกิน 60 ปีขึ้นไป เป็นเวลา 9 เดือน พบว่าคนที่ทานของย่างๆ จนสุก โดยเฉพาะสเต็กแบบ Well-done มากกว่า มีสาร AGEs ในเลือดมากกว่าอีกฝั่งที่ไม่ค่อยทาน

 

 

ถึงแม้ว่าการศึกษาจะไม่สเกลใหญ่มากนัก แต่หลักฐานหลายๆ ชิ้นก็บอกแล้วว่า การทานเนื้อสเต็กแบบกึ่งสุก กึ่งดิบ จะลดความเสี่ยงโรคสมองเสื่อม หรือ Dementia และอัลไซเมอร์ได้ดีกว่ามาก อย่างไรก็ตาม Michael Woodward นักวิชาการโรคสมองเสื่อม จาก Austin Health in Australia บอกว่า ยังคงต้องมีการทดลองวิจัยเพิ่มเติมในสเกลที่ใหญ่กว่านี้ แต่ก็ถือว่าไปในทางเดียวกันกับความเข้าใจทางวิทยาศาสตร์ที่บอกว่า อาหารที่ไขมันสูง ทอด และผ่านกระบวนการมากๆ จะไม่ส่งผลดีต่อสุขภาพ

 

อ้างอิง : munchies.vice

งานวิจัยเผย ความรู้สึกเชิงลบ ปัญหาต่างๆ ทำให้ความคิดสร้างสรรค์พุ่งกระฉูด! กว่าความสุข

มีงานวิจัยหลายชิ้นกล่าวไว้ว่า ความคิดสร้างสรรค์จะเปล่งประกายได้ก็ต่อเมื่อมีความรู้สึกเชิงลบ เช่น ความกดดัน ปัญหาต่างๆ และความยากลำบาก ซึ่งหากจะพูดให้เห็นภาพ อยากให้เพื่อนๆ ลองคิดดูครับว่า จริงๆความสุข ความสะดวกสบาย ไร้ซึ่งความกังวล ความกดดัน เมื่อรวมกับสภาพความเป็นอยู่ที่ดี มันสามารถทำให้ขาดความคิดสร้างสรรค์ และไม่คิดหาทางแก้ไขปัญหาด้วยวิธีการที่ต่างไปจากเดิมได้จริงๆ เนื่องจากความคิดที่ว่า ของเดิมนั้นดีอยู่แล้ว จึงไม่จำเป็นต้องคิด แก้ไข หรือพัฒนาอะไร

 

 

ศาสตราจารย์ด้านจิตวิทยาจากมหาวิทยาลัยไรซ์ Jenifer George และ Jing Zhou ก็มีความเห็นไม่ต่างกันว่า อุปสรรคอาจไม่ได้ทำให้เรามีความสุข แต่มันกลับช่วยให้งานสร้างสรรค์ออกมาดี ซึ่งจากงานศึกษาของทั้งสองที่ได้ทำการสำรวจลูกจ้างในองค์กร โดยหัวหน้างานเป็นผู้ประเมินความคิดสร้างสรรค์ของลูกน้อง พบว่า

หากมีหัวหน้างานที่ดี กลุ่มลูกจ้างที่มีความคิดสร้างสรรค์สูงสุดต่างมีความรู้สึกที่มีทั้งบวกและเชิงลบอย่างรุนแรง ขณะที่ลูกจ้างที่มีความสุขมากกว่าจนไม่มีความคิดเชิงลบใดๆเลย กลับมีความคิดสร้างสรรค์ที่ต่ำกว่าอย่างเห็นได้ชัด ส่วนลูกจ้างที่มีหัวหน้างานไม่ดี คือกลุ่มที่มีความคิดสร้างสรรค์ต่ำที่สุด ทำให้เห็นว่าหัวหน้างานเองก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ลูกน้องเกิดความคิดดีๆ หรือทำงานที่ดีออกมาด้วย

 

 

จากการวิจัยนี้ทำให้เห็นว่า ความตึงเครียดและความรู้สึกเชิงลบที่เกิดขึ้นจากงาน เป็นสิ่งจำเป็น เพราะมันจะช่วยผลักดันให้คนที่มีความมุ่งมั่นจนสามารถสร้างสรรค์งานได้ดีขึ้น เพื่อจะได้แก้ปัญหา และพัฒนาสิ่งที่ทำให้พวกเขาไม่มีความสุขไห้ดีขึ้น แต่ทั้งนี้ต้องมีสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ดีควบคู่ไปด้วยนั่นเอง

สาวอังกฤษรับเละ 25 ล้าน หลังแทงบอล 50 บาท กามั่วล้วน 12 ทีม แต่ดันเข้าทุกทีม !

สาวอังกฤษวัย 58 ปี เจ้าตัวไม่ขอเผยชื่อออกสื่อ แต่ดันเปิดเผยใบหน้าเต็ม ๆ สะงั้น (อาจจะเพราะอยากให้คนได้เห็นรอยยิ้มของคนรวย) โดยผมขอยกให้เธอคนนี้เป็นคนดวงดี ประจำปี 2017 เลยล่ะครับ

 

เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2017 เธอลงพนันไว้กับ William Hill บ่อนพนันกีฬาถูกกฎหมายของอังกฤษ โดยลงทุนไปเพียง 1 ปอนด์ (ราว 50 บาท) โดยเธอไม่ชื่นชอบดูฟุตบอลเลยแม้แต่น้อย แต่ตอนลงพนัน เธอเลือกเฉพาะทีมที่เธอรู้จักเท่านั้น โดยมีทั้งหมด 12 คู่

จนผลการแข่งขันทุกคู่จบลงก็ทำให้เธอกลายเป็นเศรษฐีใหม่ พร้อมกับรับเงินรางวัลไปกว่า  575,000 ปอนด์ (ราว 25 ล้านบาท)

โดยทางผู้จัดการของ William Hill ได้บอกกับผู้สื่อข่าวว่า “นี่เป็นเงินรางวัลที่มากที่สุด ที่เคยจ่ายให้กับผู้โชคดี เพราะก่อนหน้านี้เงินรางวัลที่มากที่สุดก็แค่เพียง 25,000 ปอนด์ เท่านั้น”

ผลการแข่งขัน 12 คู่ ที่เธอเลือก (เลือกเฉพาะทีมที่เธอรู้จักเท่านั้น)

  • Huddersfield 1-0 West Brom – 6/4
  • Newcastle 0-1 Bournemouth – 5/2
  • Southampton 0-1 Burnley – 4/1
  • Swansea 0-1 Brighton – 15/8
  • Aston Villa 1-2 Sheffield Wednesday – 5/2
  • Barnsley 2-0 Birmingham – 11/8
  • Bolton 2-1 Norwich – 11/5
  • Derby 2-4 Reading – 16/5
  • Ipswich 3-0 Preston – 8/5
  • Millwall 0-1 Burton – 10/3
  • Nottingham Forest 4-0 QPR – 11/10
  • Sheffield United 4-1 Hull – 8/11