ญี่ปุ่นประกาศสร้าง “สถานีเรดาร์” ให้ฟิลิปปินส์ เพื่อใช้ต่อกรกับ “โจรสลัด” แห่งทะเลซูลูฯ

0

 

นายกรัฐมนตรี ชินโซ อาเบะ แห่งญี่ปุ่น และ ประธานาธิบดี โรดริโก ดูเตอร์เต แห่งงฟิลิปปินส์  จะร่วมลงนามข้อตกลงในการช่วยเหลือด้านทุนค่าก่อสร้าง และการฝึกกองกำลังเจ้าหน้าที่ยามฝั่งฟิลิปปินส์  การลงนามเกิดขึ้นในกรุงมะนิลา โดยญี่ปุ่นจะสร้างสถานีเรดาร์สำหรับหน่วยงานยามฝั่งให้กับฟิลิปปินส์ไว้จัดการกับกลุ่มโจรสลัดมุสลิมติดอาวุธ จุดที่สร้างสถานีทั้ง 4 แห่งจะอยู่บนหมู่เกาะกลางทะเลซูลูเซเลบีส

 

 

จากสถิติของการปล้นสะดมทางทะเลจำนวนทั้งหมด 30 ครั้งที่เกิดขึ้นแค่ในช่วงครึ่งปึแรกของปี 2017 พบว่ามีเหตุการณ์ปล้นที่เกี่ยวข้องกับการใช้อาวุธปืนถึง 6 ครั้ง ซึ่งในจำนวนนี้ เป็นการลักพาตัวลูกเรือถึง 3 ครั้ง อารมณ์เหมือนหนังเรื่อง Captain Phillips ที่แสดงนำโดย Tom Hank เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง โจรสลัดจริง กัปตัน ถูกลักพาตัวจริง ลองดูครับ สนุกมาก

 

 

เจ้าหน้าที่กระทรวงต่างประเทศที่ดูแลทุนที่ใช้สร้างสถานีเรดาห์ทั้ง 4 แห่งได้เผยว่า “ญี่ปุ่นตระหนักถึงความจำเป็นในการต่อต้านการปล้นสะดมทางทะเลในภูมิภาค และมีความมุ่งมั่นที่จะให้การช่วยเหลือ แต่ในขณะนี้ทางเรายังไม่สามารถเปิดเผยถึงรายละเอียดถึงโปรเจกต์ที่จะเกิดขึ้นได้”

แต่นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ญี่ปุ่น เป ฟิลิปปินส์หนักขนาดนี้ เพราะก่อนหน้านี้ก็เคยให้ทุนสำหรับการพัฒนา รางรถไฟ และการสร้างเมืองมาราวีขึ้นใหม่ รวมถึงชิ้นส่วนเฮลิคอปเตอร์ที่ให้ไปเลยฟรีๆสำหรับกองทัพฟิลิปปินส์ ซึ่งสาเหตุหลักที่ญี่ปุ่นต้องเปหนักขนาดนี้อาจจะเป็นเพราะว่า หวังจะกระชับความสัมพันธ์อย่างลึกซึ้งกับฟิลิปปินส์ ซึ่งทั้งที่จริงแล้วทั้งสองประเทศนี้เค้าซี้ปึ๊กกันเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว แต่ก็นั่นแหละครับ เปขนาดนี้ญี่ปุ่นคงต้องหวังอะไรสักอย่างแน่นอน

ที่มา – reuters

มนุษย์ป้าสุดแสบ! แอบเนียนวาด “ที่จอดรถคนพิการ” ไว้หน้าบ้าน เพื่อใช้จอดรถชิวๆคนเดียว

0

 

อีเลน เบคอน หญิงวัย 55 ปี ถูกตำรวจทางหลวงปรับเหตุเพราะรุกล้ำ ทำให้พื้นที่สาธารณะเสียหาย จากการใช้สี ทำเครื่องหมายที่ “ที่จอดรถคนพิการ” แบบส่วนตัว บนพื้นถนนบริเวณหน้าบ้านของเธอเอง (ถนนลอรี เมืองน็อตติงแฮม ประเทศอังกฤษ)

โดยเธอได้ให้เหตุผลกับทางตำรวจทางหลวงว่า “เธอเคยประสบอุบัติเหตุเมื่อปี 2551 อุบัติเหตุนั้นทำให้กระดูกสันหลังเธอมีปัญหา เธอไม่สามารถเดินไปไหนไกลๆ ได้ และต้องใช้รถเข็นอยู่ตลอด และเพราะเหตุนี้ สามีของเธอจึงทำเครื่องหมายที่จอดรถคนพิการให้เธอหน้าบ้าน จะได้ไม่ต้องเดินไกล”

“ฉันเดินไปไหนไกลไม่ได้ ถ้าไกลกว่า 18 เมตรฉันก็ต้องคลานแล้ว ฉันก็บอกทางการไปแบบนี้แล้ว แต่ในเมื่อพวกเขาจะปรับให้ได้ ไม่มีเห็นใจกัน ฉันก็ต้องจ่าย ทำยังไงได้ล่ะ”

 

 

โฆษกของเทศบาลกล่าวว่า “เรามีกฎหมายทางหลวงอยู่ ซึ่งไม่อนุญาตให้ประชาชนสัญลักษณ์ครอบครองพื้นที่เช่นนี้ ออกทั้งการจอดรถล้ำออกมาบถนนที่แคบอยู่แล้ว ยิ่งทำให้ถนนยิ่งแคบลงไปอีก ซึ่งเป็นความไม่ปลอดภัยแก่การใช้รถใช้ถนนของผู้อื่น” การวาดสัญลักษณ์ที่ไม่ได้รับอนุญาตบนพื้นถนน อีกทั้งการจับจองพื้นที่สาธารณะเป็นของตัวเอง จึงทำให้สองสามีภรรยา อีเลนและสามีทำผิดกฎหมายเต็มๆ

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าอีเลนจะมีใบอนุญาตสำหรับจอดรถในพื้นที่ของผู้พิการ แต่ใบอนุญาตนั้นครอบคลุมเฉพาะที่จอดรถที่เป็นกิจจะลักษณะ ไม่ใช่กรณีเช่นนี้ ด้วยความผิดดังกล่าว เธอจึงถูกปรับเป็นเงิน 75 ปอนด์ ประมาณ 3,325 บาท

ที่มา – metro

รู้จัก “ดาวผีดิบ” (iPTF14hls) ที่แม้หมดอายุขัยแล้ว แต่ไม่ยอมตาย-ยังระเบิดพลีชีพอยู่อย่างนั้น

0

วัตถุชื่อ iPTF14hls หรืออีกชื่อเรียกง่าย Zombie Star (ดาวฤกษ์ผีดิบ) คือซูเปอร์โนวาที่ประหลาดอย่างมากเพราะนับตั้งแต่ปี ค.ศ.1954 มันปะทุไปแล้วแบบนับไม่ถ้วน ซึ่งตามทฤษฎีดาราศาสตร์ปัจจุบัน : เมื่อดาวฤกษ์ดวงใดหมดอายุขัย มันจะระเบิดเป็นซูเปอร์โนวาปิดฉากชีวิตในการระเบิดแค่ครั้งเดียว แต่สำหรับดาวฤกษ์ดวงนี้ นอกจากระเบิดแล้วหลายหน แต่ละครั้งยังปลดปล่อยพลังงานกินเวลานานกว่าซูเปอร์โนวาทั่วไปถึง 6 เท่า

ภาพถ่ายเมื่อปี 2017 โดย Nordic Optical Telescope

โดยมันถูกพบครั้งแรกเมื่อปี 2014 ซึ่งปกติความสว่างของซุปเปอร์โนวาจะลดลงเรื่อย ๆ หลังผ่านการระเบิดไปประมาณ 4 เดือนก่อนจะดับลงในที่สุด แต่กลับกันเพราะภายในไม่กี่เดือน เจ้าดาวซอมบี้มันกลับสว่างขึ้นอีกครั้ง และยังมีการเปลี่ยนแปลงความสว่างทั้งเพิ่มขึ้นและลดลงแตกต่างกันถึง 5 ครั้ง (นั่นหมายความว่า “ระเบิดแล้วระเบิดอีก”)

เหตุนี้ จึงทีมนักดาราศาสตร์ตัดสินใจกลับไปค้นหาข้อมูลและภาพที่เคยบันทึกไว้ จนได้พบว่าในปี ค.ศ.1954 ณ ตำแหน่งเดียวกัน เคยเกิดระเบิดและปรากฏความสว่างเพิ่มขึ้น-ลดลงรูปแบบนี้มาตลอดอีกด้วย

ภาพจำลองการปลดปล่อยพลังงาน

ซึ่งจากการวิเคราะห์ แม้จะไม่สามารถยืนยันคำตอบถึงปรากฏการณ์ประหลาดนี้ได้แบบ 100% แต่ก็ทำให้พอจะคาดเดาได้ว่า ก่อนการระเบิดครั้งแรก-ดาวดวงนี้อาจเคยมีขนาดใหญ่กว่าดวงอาทิตย์ถึง 50 เท่า (หรือมากกว่า) เพราะพลังงานที่ปล่อยออกมาสูงกว่าที่คาดเอาไว้ในทางทฤษฎี นอกจากนี้ไฮโดรเจนทั้งหมดควรจะสูญหายไปในระหว่างการระเบิดที่เกิดขึ้นเมื่อ 1954 แต่กลับพบว่ายังคงมีไฮโดรเจนปริมาณมากเกิดขึ้นหลังจากการระเบิดเมื่อปี 2014 นั่นเอง

แดเนียล เคเซน นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เสนอคำอธิบายปรากฏการณ์นี้ว่า “อาจเป็นผลจากความไม่สเถียรแกนกลางของดาว – แกนกลางของดาวฤกษ์ดังกล่าวอาจมีอุณหภูมิสูงจัด จนกระทั่งสามารถแปลงพลังงานให้อยู่ในรูปของสสารและปฏิสสาร ซึ่งเมื่อ 2 สิ่งนี้อยู่ด้วยกันจึงทำให้เกิดความไม่เสถียรอย่างรุนแรงจนนำไปสู่การระเบิดซ้ำได้” และแม้จะยังไม่มีคำตอบที่สามารถยืนยัน แต่เราก็สามารถบันทึกลงในประวัติศาสตร์ของมนุษย์ได้ว่า “นี่คือการระเบิดที่ยาวนานที่สุดเท่าที่เราเคยค้นพบเลยครับ”

ภาพจำลองหลังการระเบิด

“ซูเปอร์โนวาดวงนี้หักล้างทุกกฏและทุกสิ่งที่เราคิดว่าเรารู้ ถือเป็นปริศนาข้อใหญ่สุดที่เคยเจอ นับตั้งแต่เริ่มศึกษาการระเบิดในจักรวาลมานานกว่า 100 ปี” แอร์ อาร์คาวี นักศึกษาหลังปริญญาเอก ที่หอสังเกตการณ์ลาคัมเบอร์บอกในรายงานที่ตีพิมพ์ในวารสาร nature

แก๊งปล้นธนาคารทุ่ม 42 ล้าน! หวังเจาะอุโมงค์โผล่ตู้นิรภัย ฉกหมื่นล้าน แต่ไปไม่ถึงฝัน

0

 

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจบราซิลสกัดแผนการปล้นธนาคาร Banco do Brasil ของโจรกลุ่มหนึ่ง ซึ่งใช้เวลากว่า 4 เดือนในการขุดอุโมงค์ใต้ดินความยาวกว่า 500 เมตร เข้าไปในห้องนิรภัยของธนาคารแห่งหนึ่งในนครเซา เปาโล เพื่อโจรกรรมเงินจำนวนกว่า 1,000 ล้านเรียล หรือราว 10,614 ล้านบาท ซึ่งหากสำเร็จจะถือเป็นการปล้นธนาคารครั้งใหญ่ที่สุดในโลกทีเดียว

 

 

แผนการปล้นธนาคารซึ่งมีทรัพย์สินมากที่สุดในละตินอเมริกาของโจรกลุ่มนี้ถูกยับยั้งเอาไว้ได้ เนื่องจากตำรวจตรวจพบว่า มีอุโมงค์ถูกขุดอยู่ใต้ถนนสายหนึ่ง และจับตาผู้ต้องสงสัยกลุ่มนี้มาโดยตลอด และเจ้าหน้าที่ตัดสินใจเข้าจับกุมพวกเขาในวันที่ 27 กันยายนที่ผ่านมา เนื่องจากอุโมงค์ถูกสร้างจนเสร็จแล้ว โดยจับผู้ต้องสงสัยได้ 16 คน

 

 

ทั้งนี้ โจรกลุ่มนี้ขุดอุโมงค์จากบ้านเช่าหลังหนึ่งใกล้เขต ชาการา ซานโต อันโตนิโอ โดยอุโมงค์ใหญ่พอที่ผู้ใหญ่สามารถคลานเข้าไปได้ และยาวไปจนถึงห้องนิรภัยแต่ไม่ทะลุถึงตู้นิรภัย ซึ่งยังไม่ทราบแน่ชัดว่าพวกเขาจะวิธีเข้าไปเอาเงินออกมาได้อย่างไร

 

 

ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจ ฟาบิโอ ปินเฮโร โลเปส ผู้นำทีมสืบสวนคดีนี้ ระบุเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาว่า โจรกลุ่มนี้อ้างว่าพวกเขาลงทุนเงินไปประมาณ 4 ล้านเรียล (ราว 42.4 ล้านบาท) โดยลงขันกันคนละ 200,000 เรียล (ราว 2.1 ล้านบาท) และคาดว่าจะสามารถปล้นเงินออกมาได้กว่า 1,000 ล้านเรียล

ทั้งนี้เจ้าหน้าที่เชื่อว่าผู้ต้องสงสัยบางคนน่าจะมีส่วนเชื่อมโยงหรือมีความเกี่ยวข้องกับเหตุปล้นธนาคารครั้งอื่น ๆ ก่อนหน้านี้ โดยเจ้าหน้าที่ต้องเร่งสืบสวนขยายผลต่อไป โดยจะต้องติดตามตัวหญิงที่ใช้ตัวตนปลอมในการเช่าบ้านให้แก๊งอาชญากร

ผู้เชี่ยวชาญชี้ การแชทที่ขึ้น “อ่านแล้ว” แต่ไม่ตอบกลับ ส่งผลต่อสภาพจิตเป็นอย่างมาก !

0

Tony D. Sampson ศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัย East London ตีพิมพ์ผลงานเกี่ยวกับวัฒนธรรมสื่อดิจิทัลและการสื่อสาร ระบุว่า แอพแชทต่างๆมีอิทธิพลอย่างมากต่อพฤติกรรมของผู้ใช้ ผลทางจิตวิทยาที่เกิดขึ้นเมื่อข้อความขึ้นว่า อ่านแล้ว(read) แต่ไม่ได้รับการตอบกลับ สร้างผลกระทบต่อจิตใจอย่างคาดไม่ถึง จะส่งผลให้เกิด ความกังวล ความรู้สึกผิด และตั้งคำถามกับสิ่งที่ตัวเองพิมพ์ออกไปว่ามีอะไรผิดปกติหรือไม่

แต่ทั้งนี้รายงานยังระบุอีกว่า ความเร็วในการตอบนั้นขึ้นอยู่กับว่าคุณเป็นใครกับคู่สนทนา เพราะ คู่สนทนาของคุณจะตอบเร็วมากขึ้นหากคุณเป็น ครอบครัว หรือ คนรัก

โดยเรื่อง อ่านแล้วไม่ตอบ นี้ก็ไม่ใช่เรื่องเล่นๆเลยนะครับ เพราะเคยทำให้คู่รักต้องเลิกกันไปหลายต่อหลายคู่แล้ว อย่างเช่นเรื่องนี้ “หญิงไต้หวันชนะคดีฟ้องหย่า เพราะ สามีอ่านไลน์แล้วไม่ตอบ!” เห็นมั้ยหล่ะครับว่า การที่คุณอ่านแล้วไม่ตอบ โอเคคุณอาจจะสบายใจ แต่คุณลองเอาใจเค้ามาใส่ใจคุณดูสิ ว่าถ้าคุณเป็นฝ่ายโดนบ้างจะกระวนกระวาย จะทุกข์ใจแค่ไหน แล้วนี่ผมจะดึงดราม่าทำไมเนี่ย ฮ่าๆๆ

อ้างอิง –  blognoneemotionuxlab

UN ชี้ถ้าสงคราม (Yemen Civil War) ยังไม่ยุติ ผู้คนจะอดอยากครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์!

0

 

Mark Lowcock (มาร์ก โลว์ค็อก) เจ้าหน้าที่อาวุโสด้านมนุษยธรรมของสหประชาชาติ กล่าวว่ากลุ่มประเทศที่นำโดยซาอุดีอาระเบีย ต้องยกเลิกการปิดกั้นเส้นทางเข้าสู่เยเมน ถ้ายังไม่ผ่อนปรนภายใน 6 สัปดาห์นี้ เสบียงอาหารจะหมดลง “ถ้าไม่มีการยกเลิกมาตรการปิดกั้นเยเมน เราจะได้เห็นความอดอยากในเยเมน และจะมีผู้อดอยากมากที่สุด ตั้งแต่ที่เราเคยเห็นมาในช่วงหลายทศวรรษบนโลกใบนี้ ซึ่งจะมีผู้อดอยากหลายล้านคน”

 

 

ซึ่งในตอนนี้ ชาวเยเมนกว่าล้านคนกำลังรอการช่วยเหลือจากภายนอก ซึ่งสงครามดำเนินมานานกว่า 2 ปี นับจากเยเมนเกิดสงครามกลางเมืองในปี 2558 และกลายเป็นสงครามตัวแทนของชาติมหาอำนาจ ระหว่างฝ่ายซาอุดีอาระเบีย นิกายสุหนี่ กับฝ่ายอิหร่าน นิกายชีอะห์ที่ช่วยเหลือกบฏฮูตี

 

 

มีพลเรือนเสียชีวิตมากกว่า 8,670 ราย (ในจำนวนนี้เป็นเด็กเล็กกว่า 1,500 รายที่เสียชีวิต) 40,000 คนบาดเจ็บ และอีกกว่า 100,000 คนที่ไม่มีงาน ไม่มีสเบียงอาหาร และต้องอดอยาก โดยตัวเลขเหล่านี้เกิดจากการโจมตีทางอากาศหรือการโจมตีทางบก ตามมาด้วยการระบาดของเชื้ออหิวาต์ ทำให้ประชากรร้อยละ 70 ของประเทศต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน เพราะไม่เช่นนั้นจำนวนของผู้เสียชีวิตแน่นอนว่าต้องเพิ่มขึ้นมากเรื่อยๆ

สะเทือนขวัญ! นักเรียนรุ่นพี่วัย 16 ฆ่าปาดคอรุ่นน้อง 7 ขวบ หวังให้ รร. วุ่นจนต้องเลื่อนวันสอบ

0

 

วันที่ 8 พ.ย. ได้เกิดเหตุสะเทือนขวัญ ที่โรงเรียนนานาชาติ ไรอัน อินเตอร์เนชันแนล ในเมืองกูรูกรัม ใกล้กรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย รายงานข่าว ตำรวจกรุงนิวเดลีได้เข้าจับกุมนักเรียนหนุ่มอายุ 16 ปี ที่ได้ก่อเหตุฆาตกรรม รุ่นน้องร่วมโรงเรียน อายุ 7 ขวบ หวังให้เกิดความวุ่นวายจนทางโรงเรียนเลื่อนสอบออกไป

 

 

และหลังจากที่ได้นำตัวฆาตกรมาสอบปากคำ ทางฆาตกรก็ได้ยอมรับว่าต้องการให้โรงเรียนปิดเพื่อที่จะเลื่อนวันสอบและวันประชุมผู้ปกครองออกไป ซึ่งผู้ก่อเหตุมีผลการเรียนอ่อน การก่อเหตุครั้งนี้ไม่ได้เตรียมการมากนัก เพียงนำมีดมาโรงเรียน ส่วนเหยื่อเข้าไปในห้องน้ำจังหวะผิดที่ผิดเวลาพอดี จึงได้ลงมือสังหารโดยไม่ได้คิดให้ถี่ถ้วนก่อน

 

 

เจ้าหน้าที่จึงส่งตัวนักเรียนรายนี้ไปกักไว้ที่สถานพินิจเด็กและเยาวชน ส่วนพนักงานรถนักเรียนจะกักตัวไว้ก่อนเพื่อตรวจสอบให้แน่ชัดว่าไม่มีประวัติอาชญากรรมอื่น จึงค่อยปล่อยตัวไป!!!

 

คดีนี้ยังสะท้อนให้เห็นถึงความเครียดที่นักเรียน ต้องแบกรับทั้งความคาดหวังจากพ่อแม่ ที่ต้องทำผลการเรียนให้ดีเลิศ และยังต้องแข่งขันกันเองกับหมู่เพื่อนนักเรียน จนทำให้เกิดความเครียดและการป่วยทางสภาพจิตใจ เพราะไม่อาจจะยอมรับการสอบตกหรือได้คะแนนต่ำ ยืนยันได้จากสถิติ ประเทศอินเดียติดอันดับชาติที่มีอัตราฆ่าตัวตายสูงอันดับต้นๆ ของโลก และนักเรียนคือกลุ่มที่อ่อนไหวในเรื่องนี้ เมื่อปี 2558 มีสถิติของรัฐบาลว่านักเรียนนักศึกษาฆ่าตัวตายถึง 9,000 ราย

ที่มา – dailymail

“Skeleton Lake (ทะเลสาบโครงกระดูก)” สถานที่สุดสยองที่เต็มไปด้วย โครงกระดูกมนุษย์!

0

 

ในปีค.ศ. 1942 ณ เขตพื้นที่อันห่างไกลตามแนวเทือกเขาหิมาลัย ทางตอนเหนือของประเทศอินเดีย เจ้าหน้าที่ป่าไม้คนหนึ่งนามว่า H. K. Madhwal ได้ออกสำรวจพื้นที่และได้ค้นพบทะเลสาบธารน้ำแข็งในหุบเขาที่มีความสูงราว 5,029 เมตร แต่สิ่งที่พบกลับกลายเป็นว่าที่ทะเลสาบแห่งนี้เต็มไปด้วยโครงกระดูกมนุษย์จำนวนมากมาย เมื่อเรื่องนี้กลายเป็นข่าวโด่งดัง ผู้คนทั่วโลกต่างให้ความสนใจและอยากรู้ที่มาที่ไปของโครงกระดูกปริศนาเหล่านี้ และมีการเรียกขานทะเลสาบว่า Skeleton Lake หรือ ทะเลสาบโครงกระดูก

 

 

โดยชื่อจริงๆของสถานที่แห่งนี้คือ Roopkund Lake (ทะเลสาบรุปคันด์) ผู้เชี่ยวชาญได้เข้าไปทำการตรวจสอบก็พบว่า เป็นโครงกระดูกของมนุษย์จำนวนมากกว่า 300 ชีวิต คาดการณ์ว่าโครงกระดูกเหล่านี้น่าจะเป็นของทหารญี่ปุ่น ที่ถูกฆ่าตายในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 หรือไม่ก็อาจจะมีการทำพิธีกรรมบางอย่างที่ต้องสังเวยชีวิตผู้คนจำนวนมากบริเวณรอบๆทะเลสาบแห่งนี้

 

 

แต่จากตำนานที่คนในพื้นที่เล่าขานต่อๆกันมากลับยิ่งทำให้ชวนฉงน พวกเขาเชื่อว่าเป็นเพราะคนพวกนี้ทำให้เทพธิดานันทาเทวี ที่สิงสถิตอยู่บนยอดเขานันทาเทวี ยอดเขาศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวบ้านละแวกนั้นนับถือไม่พอใจ เทพธิดาเลยลงโทษโดยการเสกหินให้กลายเป็นพายุลูกเห็บที่มีความรุนแรงพัดถล่มคนพวกนั้นจนเสียชีวิตทั้งหมด!

 

 

จนกระทั่งเมื่อปีค.ศ. 2004 National Geographic นิตยสารชื่อดังได้เดินทางไปสำรวจโครงกระดูกปริศนาและทำการตรวจสอบ DNA ของโครงกระดูกมนุษย์เหล่านั้นจึงพบว่า นี่เป็นโครงกระดูกของมนุษย์ในยุคศตวรรษที่ 9 มีร่องรอยบาดแผลที่บริเวณศีรษะและหัวไหล่ พวกเขาเสียชีวิตอย่างฉับพลันจากการถูกพายุลูกเห็บที่มีขนาดเท่าลูกเทนนิสตกใส่ และเนื่องด้วยพื้นที่บริเวณนั้นเป็นที่โล่งไม่มีที่กำบัง พวกเขาเลยถูกหิมะถล่มฝังร่างเอาไว้ที่บริเวณทะเลสาบรุปคันด์ และมันน่าทึ่งตรงที่ว่า เรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นกับโครงกระดูกเหล่านั้นช่างสอดคล้องกับความเชื่อของชาวบ้านอย่างน่าอัศจรรย์ ปัจจุบันพื้นที่แห่งนี้ได้กลายมาเป็นเส้นทางเดินป่ายอดนิยมของนักท่องเที่ยวที่อยากเข้ามาพิสูจน์ตำนาน

Bill Gates เผยวิธีหาเงินสุดแหวก “ถ้าผมจนและมีเงินใช้วันละ 70 บาท ผมจะเลี้ยงไก่”

Bill Gates ผู้ก่อตั้งบริษัทคอมพิวเตอร์อันดับหนึ่งของโลก Microsoft ที่หลังจากวางมือจากโลกธุรกิจ ป๋าแกก็เดินหน้าเต็มที่ไปกับการให้ความช่วยเหลือคนยากไร้ ในทุกพื้นที่ของมุมโลก

ซึ่งบทความนี้เราจะพูดถึงวิธีแก้ปัญหาความยากจนของชาวบ้านที่ห่างไกลความเจริญในสไตล์ บิล เกตส์ ที่เขาได้แนะนำเอาไว้ เมื่อ 2 ปีก่อน โดยป๋าบิลได้ใช้ความรู้พื้นฐานในเรื่องของปศุสัตว์บวกกับธุรกิจ และอธิบายออกมาให้เข้าใจได้ง่ายและลงตัวอย่างยิ่งครับ

Bill Gates ได้รับแนวคิดการแก้ปัญหาความยากจนมาจากการศึกษาและวิเคราะห์ชีวิตผู้คนที่เผชิญปัญหาความอดอยากในแถบแอฟริการตะวันตก โดยป๋าบิลได้เขียนลงใน Blog ของตัวเองว่า “ถ้าผมมีรายได้วันละ 70 บาท ผมจะใช้ชีวิตยังไงน่ะหรอ ? สำหรับผม ผมจะเลี้ยงไก่ครับ” ซึ่งป๋าบิลก็ได้ให้เหตุผลเอาไว้ว่าจริง ๆ แล้ว เรื่องนี้ไม่มีหลักการตายตั วเพราะความยากจนของผู้คนทั่วโลกแตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่ แต่ที่ป๋าเลือก “เลี้ยงไก่” นั่นก็เพราะ

1.ดูแลง่ายและมีค่าใช้จ่ายไม่มาก

Bill Gates ให้เหตุผลว่า ไก่เป็นสัตว์ที่เลี้ยงง่ายและมีค่าใช้จ่ายไม่มากในการดูแล ไก่กินอะไรก็ได้ที่อยู่บนพื้น (แต่หากคุณให้อาหารที่ดี พวกมันก็จะโตเร็วขึ้น) และเมื่อไก่ที่เลี้ยงเพิ่มจำนวน ก็แค่ทำกรงเพิ่มขึ้นตามจำนวน จะทำจากไม้หรือลวดธรรมดา ๆ ก็ได และวัคซีนของไก่ก็มีราคาถูกมาก

2.เป็นการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนคุ้มค่าอย่างที่สุด

การเลี้ยงไก่ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า เพียงแค่เริ่มต้นจากแม่ไก่เพียง 5 ตัว และไก่พ่อพันธุ์ 1 ตัว ภายในระยะเวลาเพียง 3 เดือน ก็สามารถเพิ่มจำนวนไก่ได้ถึง 40 ตัว และเมื่อคุณขายออกไปในราคา ตัวละ 175 บาท (จากราคาขายในแถบแอฟริกาตะวันตก) ก็สามารถสร้างรายได้มากกว่า 35,000 บาทต่อปี ได้เลยทีเดียว

3.ไข่ไก่คือสุดยอด และคือทางออกของโรคขาดสารอาหาร

ไข่ไก่ช่วยทำให้เด็ก ๆ มีสุขภาพที่ดีขึ้น เพราะทราบหรือไม่ว่า ? ในแต่ละปี มีเด็กมากกว่า 3 ล้าน ที่ต้องตายเพราะโรคขาดสารอาหาร แต่หากมีไข่ไก่ซึ่งมีโปรตีนและสารอาหารจำนวนมาก ก็สามารถช่วยเหลือเด็ก ๆ จากโรคขาดสารอาหารได้ และหากบางครอบครัวสามารถบริหารจัดการได้ดี ก็ปล่อยให้ไข่ฟักออกมา เลี้ยงไก่ให้โตแล้วนำไปขาย จากนั้นจึงนำเงินที่ได้ไปซื้ออาหารที่มีประโยชน์อย่างอื่นให้หลากหลายต่อไป

Bill Gates เชื่อว่า ไม่มีการลงทุนใด ที่ไม่ได้ผลตอบแทนกลับมา การเลี้ยงไก่ก็เหมือนการสอนคนให้จับปลา แต่หากคุณไม่ได้อยู่ใกล้แม่น้ำหรือยังไม่พร้อมจะสอนใคร ก็เริ่มจากการให้ไก่กับเขาก่อน แล้วค่อย ๆ สอนให้เลี้ยงและดูแลมันให้เป็นน่าจะดีกว่า เพราะหากเหล่าคนรวยเอาแต่บริจาคเงิน สักวันเงินมันก็ต้องหมดไปเหมือนทุกที

และแน่นอนครับว่าเมื่อพูดแล้ว ก็ต้องทำให้ดู ป๋าบิลเลยลงพื้นที่โชว์เลี้ยงเอง อธิบายเอง และยังมอบไก่กว่า 100,000 ตัว เพื่อสนับสนุนให้ทุกครอบครัวผู้ยากไร้ในแถบแอฟริกา โดยป๋าบิลวางเป้าหมายไว้ว่า ต้องการเพิ่มจำนวนประชากรที่เลี้ยงไก่จากเดิมที่มีเพียง 5% ให้กลายเป็น 30%

และนี่แหละครับ ก็คือวิธีแก้ปัญหาความยากจนของคนที่รวยแสนล้าน สุดยอดมากจริง ๆ อยากให้ป๋าบิลมาช่วยบริหารประเทศแถวนี้ที เพราะตอนนี้ผมก็เล็งที่จะเลี้ยงไก่แล้วเหมือนกันครับ TT

Uber จับมือ NASA ระดมสมอง สร้างแท็กซี่บินได้! คาดต้องเริ่มบินให้ทันในปี 2020

0

 

Uber อูเบอร์ได้เปิดเผยแผนการโครงการแท็กซี่บินที่เรียกว่า Uber Elevate ตั้งแต่เดือนกันยายน ปี 2016 โดยมีเป้าหมายเริ่มให้บริการที่เมืองดัลลาสกับฟอร์ตเวิร์ธ สหรัฐอเมริกา และที่เมืองดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งนี่ไม่ใช่ข่าวโคมลอยเพราะ Jeff Holden (เจฟฟ์ โฮลเดน) ผู้ดูแลฝ่ายผลิตภัณฑ์ของ Uber ได้เซ็นข้อตกลง Space Act Agreement (SAA : ข้อตกลงปฏิบัติการทางอวกาศ) ร่วมกับ NASA ในการสร้างระบบควบคุมการจราจรทางอากาศสำหรับจัดการเที่ยวบินแท็กซี่ลอยฟ้า ซึ่งคาดว่าจะเริ่มบินในปี 2020 และจะแล้วเสร็จใช้งานได้จริงในปี 2023 หรืออีก 6 ปี

 

 

Uber เปรียบเทียบตัวอย่างการเดินทางด้วยรถแท็กซี่บินได้ ระหว่างนครซานฟรานซิสโกและเมืองซานโฮเซ่ ในช่วงชั่วโมงเร่งด่วน โดยระบุว่าหากสัญจรทางถนนจะใช้เวลา 2 ชั่วโมง และมีค่าใช่จ่าย 111 ดอลลาร์ แต่ถ้าผู้โดยสารเดินทางทางอากาศ โดยใช้แท๊กซี่บินได้นี้ เวลาที่ใช้ฝนการเดินทางจะลดลงมาเหลือเพียง 15 นาที ค่าใช้จ่ายในช่วงแรกจะอยู่ที่ 129 ดอลลาร์ แต่ Uber เชื่อว่าจะลดลงมาอยู่ที่ 43 และ 20 ดอลลาร์เมื่อเวลาผ่านไป ดีกว่ากันคนละเรื่องเลย!

 

 

แน่นอนว่า หาก Uber ต้องการให้โครงการนี้เกิดขึ้นจริง บริษัทต้องฝ่าฟันอุปสรรคด้านกฎระเบียบ และความกังวลเรื่องความปลอดภัย ซึ่งมันจะหนักกว่าปัญหาที่พบเจออยู่ในขณะนี้มากมายหลายร้อยเท่า แต่ก็นั่นแหละครับ ถ้าไม่กล้าคิดกล้าทำโลกก็คงไม่พัฒนาไปรวดเร็วขนาดนี้ สุดยอดมากจริงๆ

ที่มา – carsguide