Bill Gates เอาจริง! ทุ่มงบ 2,600 ล้าน เพื่อสร้าง “เมืองอัจฉริยะ” ที่อยู่ในสมองของตนเอง

0

 

บิล เกตส์ มหาเศรษฐีผู้ก่อตั้งบริษัทไมโครซอฟต์ประกาศทุ่มเงิน 80 ล้านดอลลาร์ หรือกว่า 2,600 ล้านบาท เพื่อพัฒนาชุมชนในย่านชานเมืองฟีนิกซ์ ในมลรัฐแอริโซนา ให้กลายเป็น เมืองอัจฉริยะ (Smart City) ที่ประกอบด้วยเครือข่ายระบบคมนาคมความเร็วสูง รถยนต์ไร้คนขับ เครือข่ายดิจิทัลความเร็วสูง เทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ

โดยสมาร์ทซิตีแห่งนี้ จะมีขนาดใกล้เคียงกับเมืองเทปเป ในมลรัฐแอริโซนา ซึ่งมีประชากรอาศัยประมาณ 182,000 คน ปล.ปัจจุบัน มลรัฐแอริโซนาถูกขนานนามว่าเป็นมลรัฐที่เป็นมิตรต่อบริษัทด้านเทคโนโลยี โดยบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ไร้คนขับชั้นนำอย่างเวย์โม อูเบอร์ และอินเทล ต่างกำลังทดสอบนวัตกรรมใหม่ๆ ในมลรัฐแอริโซนา

 

 

โครงการนี้เป็นการร่วมทุนระหว่างบริษัทคาสเคด อินเวสเมนต์ ซึ่งเป็นบริษัทลูกในเครือเบลท์มองต์ของบิล เกตต์ กับบริษัทหุ้นส่วนทางธุรกิจในมลรัฐแอริโซนา โดยโฆษกของโครงการสมาร์ทซิตีแห่งนี้เปิดเผยว่า การสร้างสมาร์ทซิตีขึ้นมาใหม่ทั้งหมด เป็นสิ่งที่ง่ายและคุ้มค่ามากกว่าการพัฒนาจากโครงสร้างที่มีอยู่เดิม

 

 

ทั้งนี้  “เมืองอัจฉริยะ”  ที่อยู่ในมันสมองของบิล เกตส์ จะใช้พื้นที่แถบชานเมืองรัฐแอริโซนา มีเนื้อที่ราว 25,000 เอเคอร์ ซึ่งสามารถรองรับการอาศัยของประชากรได้มากกว่า 8 หมื่นหลังคาเรือน และจะใช้ชื่อเมืองดังกล่าวนี้ว่า เบลมอนท์ (Belmont)

โดยก่อนหน้านี้ ประเทศาอุดีอาระเบีย ได้ประกาศลงทุน 5 แสนล้านดอลลาร์ หรือกว่า 16 ล้านล้านบาท เพื่อสร้างสมาร์ทซิตีที่จะเป็นศูนย์กลางการเดินทางของโลก และเป็นต้นแบบอารยธรรมของมนุษย์ในอนาคต ส่งผลให้สตาร์ทอัพจำนวนมากหันมาพัฒนานวัตกรรมที่เกี่ยวข้องกับการคมนาคมขนส่งและการเดินทางในเมือง อย่างรถยนต์ไร้คนขับ หรือบริการแชร์ยานพาหนะ เป็นต้น

ที่มา – dailymail

ภาพวาดพระเยซูของ “ดาวินชี” ถูกประมูลไป 15,000 ล้าน กลายเป็นศิลปะที่แพงสุดที่ในโลก!

0

 

เมื่อวันที่ 15 พ.ย.ว่าบริษัทคริสตีส์ จัดการประมูลภาพเขียนสีน้ำมันวอลนัตชื่อ “ซัลวาทอร์ มุนดี” (Salvator Mundi) ที่นครนิวยอร์ก เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ซึ่งชื่อของภาพเขียนเป็นภาษาอิตาเลียนหมายถึง “พระผู้เป็นเจ้าแห่งโลก” โดยเป็นภาพวาดของพระเยซูตามจินตนาการของเลโอนาร์โด ดา วินชี อัจฉริยะบุคคลชาวอิตาเลียนซึ่งมีชีวิตอยู่ในยุคเรอเนซองส์

 

 

การประมูลเริ่มต้นที่ราคา 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ 3,300 ล้านบาท และผ่านหลัก 200 ล้าน และ 300 ล้านดอลลาร์อย่างรวดเร็ว ก่อนจบที่ราคา 400 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แต่เมื่อรวมค่าธรรมเนียมแล้วทำให้ราคาประมูลจริงอยู่ที่ 450 ล้าน 3 แสนดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ 15,000 ล้านบาท สร้างสถิติเป็นงานศิลปะที่ประมูลได้ราคาสูงที่สุดในโลก แซงหน้าภาพเขียนสีน้ำมันบนผืนผ้าใบชื่อ “อินเตอร์เชนจ์” ( Interchange ) ของวิลเลียม เดอ คูนิง ศิลปินชาวดัตช์  ที่มูลนิธิเดวิด เจฟเฟน ในนครนิวยอร์ก จัดการประมูลเมื่อเดือนก.ย. 2558

สำหรับภาพวาดดังกล่าว เชื่อกันว่า ลีโอนาร์โด ดา วินชี วาดขึ้นในช่วงปี 1500 หรือเมื่อ 500 ปีที่แล้ว ช่วงเวลาเดียวกันกับที่ตัวเขาวาดภาพ “โมนา ลิซา” โดยภาพวาดนี้ยังเป็น 1 ในผลงานไม่ถึง 20 ชิ้น ของดาวินชี ที่หลงเหลืออยู่จนทุกวันนี้ นับตั้งแต่ดา วินชี เสียชีวิตเมื่อปี พ.ศ.2062

 

 

อย่างไรก็ตาม เจนนี ซอลท์ นักวิจารณ์งานศิลป์ วิจารณ์ว่าภาพดังกล่าวซึ่งผ่านการบูรณะซ่อมแซมมาแล้ว อาจถูกขัดถูและแต่งเติม จนทำให้ไม่สามารถยืนยันได้ว่าเป็นผลงานที่ถูกสร้างเมื่อ 500 ปีที่แล้วจริงหรือไม่ แต่ก่อนหน้านี้ เคยมีการประมูลขายมาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อปีพ.ศ.2501 ด้วยราคาเพียง 126 ดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 4,158 บาท ) เพราะตอนแรกผู้ประมูลหลายท่านยังไม่เชื่อว่านี่คือภาพวาดจาก ดาวินชี จริงๆ แต่เมื่อได้ให้ผู้เชี่ยวชาญได้ตรวจสอบแล้วว่าคือของจริง ราคาก็เพิ่มขึ้นอย่างที่เห็นนี่แหละครับ ซึ่งผมเองก็ไม่ทราบว่าใครเป็นเจ้าของคนก่อนในการประมูลครั้งนี้ แต่ที่รู้แน่ๆเลยก็คือ งานนี้รวยเละครับ จาก 4,000 พันล้าน กลายเป็น 15,000 พันล้าน !!!

วิถีคุก…พ่อปีศาจฆ่าลูกทารกของตัวเอง ติดคุกได้ไม่ทันไร ถูกเพื่อนนักโทษฆ่าตายคาห้องขัง!

0

 

เมื่อวันที่ 12 พ.ย. เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์แจ้งต่อศาลของเมืองลีดส์ ว่าพบศพของนายเลียม ดีน วัย 22 ปี ผู้ต้องขังคดีสังหารลูกสาวตัวเองที่พึ่งลืมตาดูโลกได้เพียง 2 วัน โดยนายดีน ได้บันดาลโทสะใส่ลูกสาวในไส้ของตนเองเพียงเพราะเธอร้องไห้ไม่ยอมหยุด หลังจากนั้นนายดีนถูกตำรวจจับ และปล่อยโฮออกมาด้วยความสำนึกผิดระหว่างการให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ก่อนถูกศาลตัดสินจำคุกขั้นต่ำเป็นเวลา 10 ปี โดยถูกจองจำตั้งแต่เดือนตุลาคมก่อนเสียชีวิตอย่างน่าอนาถดังกล่าว

 

ภายไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหา

ต่อมาเจ้าหน้าที่นำตัวนายจอห์น เวสต์แลนด์ อายุ 28 ปี เพื่อนร่วมห้องขังของผู้ตายฟังคำฟ้องที่ศาลฐานเป็นผู้ต้องหาฆ่านายดีน แต่เจ้าหน้าที่ไม่เปิดเผยเหตุจูงใจการฆ่าแต่อย่างใด

นายดีนก่อเหตุวันที่ 10 ก.ค. ทำร้ายด.ญ.ลูนา ลูกสาวอายุแค่ 2 วัน ด้วยการต่อยเข้าที่ใบหน้า ใช้มือบีบร่างกาย แขนและขาของทารก รวมไปถึงเขย่าลูกสาว ส่งผลให้เกิดอาการบาดเจ็บสาหัส ส่วนแม่ของเด็กได้แยกตัวไปนอนพักก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์สะเทือนขวัญขึ้น เด็กไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาลในวันที่ 14 ก.ค. ด้วยอาการบาดเจ็บที่สมอง ร่างกายและใบหน้า

ที่มา – thesun

ญี่ปุ่นประกาศสร้าง “สถานีเรดาร์” ให้ฟิลิปปินส์ เพื่อใช้ต่อกรกับ “โจรสลัด” แห่งทะเลซูลูฯ

0

 

นายกรัฐมนตรี ชินโซ อาเบะ แห่งญี่ปุ่น และ ประธานาธิบดี โรดริโก ดูเตอร์เต แห่งงฟิลิปปินส์  จะร่วมลงนามข้อตกลงในการช่วยเหลือด้านทุนค่าก่อสร้าง และการฝึกกองกำลังเจ้าหน้าที่ยามฝั่งฟิลิปปินส์  การลงนามเกิดขึ้นในกรุงมะนิลา โดยญี่ปุ่นจะสร้างสถานีเรดาร์สำหรับหน่วยงานยามฝั่งให้กับฟิลิปปินส์ไว้จัดการกับกลุ่มโจรสลัดมุสลิมติดอาวุธ จุดที่สร้างสถานีทั้ง 4 แห่งจะอยู่บนหมู่เกาะกลางทะเลซูลูเซเลบีส

 

 

จากสถิติของการปล้นสะดมทางทะเลจำนวนทั้งหมด 30 ครั้งที่เกิดขึ้นแค่ในช่วงครึ่งปึแรกของปี 2017 พบว่ามีเหตุการณ์ปล้นที่เกี่ยวข้องกับการใช้อาวุธปืนถึง 6 ครั้ง ซึ่งในจำนวนนี้ เป็นการลักพาตัวลูกเรือถึง 3 ครั้ง อารมณ์เหมือนหนังเรื่อง Captain Phillips ที่แสดงนำโดย Tom Hank เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง โจรสลัดจริง กัปตัน ถูกลักพาตัวจริง ลองดูครับ สนุกมาก

 

 

เจ้าหน้าที่กระทรวงต่างประเทศที่ดูแลทุนที่ใช้สร้างสถานีเรดาห์ทั้ง 4 แห่งได้เผยว่า “ญี่ปุ่นตระหนักถึงความจำเป็นในการต่อต้านการปล้นสะดมทางทะเลในภูมิภาค และมีความมุ่งมั่นที่จะให้การช่วยเหลือ แต่ในขณะนี้ทางเรายังไม่สามารถเปิดเผยถึงรายละเอียดถึงโปรเจกต์ที่จะเกิดขึ้นได้”

แต่นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ญี่ปุ่น เป ฟิลิปปินส์หนักขนาดนี้ เพราะก่อนหน้านี้ก็เคยให้ทุนสำหรับการพัฒนา รางรถไฟ และการสร้างเมืองมาราวีขึ้นใหม่ รวมถึงชิ้นส่วนเฮลิคอปเตอร์ที่ให้ไปเลยฟรีๆสำหรับกองทัพฟิลิปปินส์ ซึ่งสาเหตุหลักที่ญี่ปุ่นต้องเปหนักขนาดนี้อาจจะเป็นเพราะว่า หวังจะกระชับความสัมพันธ์อย่างลึกซึ้งกับฟิลิปปินส์ ซึ่งทั้งที่จริงแล้วทั้งสองประเทศนี้เค้าซี้ปึ๊กกันเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว แต่ก็นั่นแหละครับ เปขนาดนี้ญี่ปุ่นคงต้องหวังอะไรสักอย่างแน่นอน

ที่มา – reuters

มนุษย์ป้าสุดแสบ! แอบเนียนวาด “ที่จอดรถคนพิการ” ไว้หน้าบ้าน เพื่อใช้จอดรถชิวๆคนเดียว

0

 

อีเลน เบคอน หญิงวัย 55 ปี ถูกตำรวจทางหลวงปรับเหตุเพราะรุกล้ำ ทำให้พื้นที่สาธารณะเสียหาย จากการใช้สี ทำเครื่องหมายที่ “ที่จอดรถคนพิการ” แบบส่วนตัว บนพื้นถนนบริเวณหน้าบ้านของเธอเอง (ถนนลอรี เมืองน็อตติงแฮม ประเทศอังกฤษ)

โดยเธอได้ให้เหตุผลกับทางตำรวจทางหลวงว่า “เธอเคยประสบอุบัติเหตุเมื่อปี 2551 อุบัติเหตุนั้นทำให้กระดูกสันหลังเธอมีปัญหา เธอไม่สามารถเดินไปไหนไกลๆ ได้ และต้องใช้รถเข็นอยู่ตลอด และเพราะเหตุนี้ สามีของเธอจึงทำเครื่องหมายที่จอดรถคนพิการให้เธอหน้าบ้าน จะได้ไม่ต้องเดินไกล”

“ฉันเดินไปไหนไกลไม่ได้ ถ้าไกลกว่า 18 เมตรฉันก็ต้องคลานแล้ว ฉันก็บอกทางการไปแบบนี้แล้ว แต่ในเมื่อพวกเขาจะปรับให้ได้ ไม่มีเห็นใจกัน ฉันก็ต้องจ่าย ทำยังไงได้ล่ะ”

 

 

โฆษกของเทศบาลกล่าวว่า “เรามีกฎหมายทางหลวงอยู่ ซึ่งไม่อนุญาตให้ประชาชนสัญลักษณ์ครอบครองพื้นที่เช่นนี้ ออกทั้งการจอดรถล้ำออกมาบถนนที่แคบอยู่แล้ว ยิ่งทำให้ถนนยิ่งแคบลงไปอีก ซึ่งเป็นความไม่ปลอดภัยแก่การใช้รถใช้ถนนของผู้อื่น” การวาดสัญลักษณ์ที่ไม่ได้รับอนุญาตบนพื้นถนน อีกทั้งการจับจองพื้นที่สาธารณะเป็นของตัวเอง จึงทำให้สองสามีภรรยา อีเลนและสามีทำผิดกฎหมายเต็มๆ

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าอีเลนจะมีใบอนุญาตสำหรับจอดรถในพื้นที่ของผู้พิการ แต่ใบอนุญาตนั้นครอบคลุมเฉพาะที่จอดรถที่เป็นกิจจะลักษณะ ไม่ใช่กรณีเช่นนี้ ด้วยความผิดดังกล่าว เธอจึงถูกปรับเป็นเงิน 75 ปอนด์ ประมาณ 3,325 บาท

ที่มา – metro

รู้จัก “ดาวผีดิบ” (iPTF14hls) ที่แม้หมดอายุขัยแล้ว แต่ไม่ยอมตาย-ยังระเบิดพลีชีพอยู่อย่างนั้น

0

วัตถุชื่อ iPTF14hls หรืออีกชื่อเรียกง่าย Zombie Star (ดาวฤกษ์ผีดิบ) คือซูเปอร์โนวาที่ประหลาดอย่างมากเพราะนับตั้งแต่ปี ค.ศ.1954 มันปะทุไปแล้วแบบนับไม่ถ้วน ซึ่งตามทฤษฎีดาราศาสตร์ปัจจุบัน : เมื่อดาวฤกษ์ดวงใดหมดอายุขัย มันจะระเบิดเป็นซูเปอร์โนวาปิดฉากชีวิตในการระเบิดแค่ครั้งเดียว แต่สำหรับดาวฤกษ์ดวงนี้ นอกจากระเบิดแล้วหลายหน แต่ละครั้งยังปลดปล่อยพลังงานกินเวลานานกว่าซูเปอร์โนวาทั่วไปถึง 6 เท่า

ภาพถ่ายเมื่อปี 2017 โดย Nordic Optical Telescope

โดยมันถูกพบครั้งแรกเมื่อปี 2014 ซึ่งปกติความสว่างของซุปเปอร์โนวาจะลดลงเรื่อย ๆ หลังผ่านการระเบิดไปประมาณ 4 เดือนก่อนจะดับลงในที่สุด แต่กลับกันเพราะภายในไม่กี่เดือน เจ้าดาวซอมบี้มันกลับสว่างขึ้นอีกครั้ง และยังมีการเปลี่ยนแปลงความสว่างทั้งเพิ่มขึ้นและลดลงแตกต่างกันถึง 5 ครั้ง (นั่นหมายความว่า “ระเบิดแล้วระเบิดอีก”)

เหตุนี้ จึงทีมนักดาราศาสตร์ตัดสินใจกลับไปค้นหาข้อมูลและภาพที่เคยบันทึกไว้ จนได้พบว่าในปี ค.ศ.1954 ณ ตำแหน่งเดียวกัน เคยเกิดระเบิดและปรากฏความสว่างเพิ่มขึ้น-ลดลงรูปแบบนี้มาตลอดอีกด้วย

ภาพจำลองการปลดปล่อยพลังงาน

ซึ่งจากการวิเคราะห์ แม้จะไม่สามารถยืนยันคำตอบถึงปรากฏการณ์ประหลาดนี้ได้แบบ 100% แต่ก็ทำให้พอจะคาดเดาได้ว่า ก่อนการระเบิดครั้งแรก-ดาวดวงนี้อาจเคยมีขนาดใหญ่กว่าดวงอาทิตย์ถึง 50 เท่า (หรือมากกว่า) เพราะพลังงานที่ปล่อยออกมาสูงกว่าที่คาดเอาไว้ในทางทฤษฎี นอกจากนี้ไฮโดรเจนทั้งหมดควรจะสูญหายไปในระหว่างการระเบิดที่เกิดขึ้นเมื่อ 1954 แต่กลับพบว่ายังคงมีไฮโดรเจนปริมาณมากเกิดขึ้นหลังจากการระเบิดเมื่อปี 2014 นั่นเอง

แดเนียล เคเซน นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เสนอคำอธิบายปรากฏการณ์นี้ว่า “อาจเป็นผลจากความไม่สเถียรแกนกลางของดาว – แกนกลางของดาวฤกษ์ดังกล่าวอาจมีอุณหภูมิสูงจัด จนกระทั่งสามารถแปลงพลังงานให้อยู่ในรูปของสสารและปฏิสสาร ซึ่งเมื่อ 2 สิ่งนี้อยู่ด้วยกันจึงทำให้เกิดความไม่เสถียรอย่างรุนแรงจนนำไปสู่การระเบิดซ้ำได้” และแม้จะยังไม่มีคำตอบที่สามารถยืนยัน แต่เราก็สามารถบันทึกลงในประวัติศาสตร์ของมนุษย์ได้ว่า “นี่คือการระเบิดที่ยาวนานที่สุดเท่าที่เราเคยค้นพบเลยครับ”

ภาพจำลองหลังการระเบิด

“ซูเปอร์โนวาดวงนี้หักล้างทุกกฏและทุกสิ่งที่เราคิดว่าเรารู้ ถือเป็นปริศนาข้อใหญ่สุดที่เคยเจอ นับตั้งแต่เริ่มศึกษาการระเบิดในจักรวาลมานานกว่า 100 ปี” แอร์ อาร์คาวี นักศึกษาหลังปริญญาเอก ที่หอสังเกตการณ์ลาคัมเบอร์บอกในรายงานที่ตีพิมพ์ในวารสาร nature

แก๊งปล้นธนาคารทุ่ม 42 ล้าน! หวังเจาะอุโมงค์โผล่ตู้นิรภัย ฉกหมื่นล้าน แต่ไปไม่ถึงฝัน

0

 

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจบราซิลสกัดแผนการปล้นธนาคาร Banco do Brasil ของโจรกลุ่มหนึ่ง ซึ่งใช้เวลากว่า 4 เดือนในการขุดอุโมงค์ใต้ดินความยาวกว่า 500 เมตร เข้าไปในห้องนิรภัยของธนาคารแห่งหนึ่งในนครเซา เปาโล เพื่อโจรกรรมเงินจำนวนกว่า 1,000 ล้านเรียล หรือราว 10,614 ล้านบาท ซึ่งหากสำเร็จจะถือเป็นการปล้นธนาคารครั้งใหญ่ที่สุดในโลกทีเดียว

 

 

แผนการปล้นธนาคารซึ่งมีทรัพย์สินมากที่สุดในละตินอเมริกาของโจรกลุ่มนี้ถูกยับยั้งเอาไว้ได้ เนื่องจากตำรวจตรวจพบว่า มีอุโมงค์ถูกขุดอยู่ใต้ถนนสายหนึ่ง และจับตาผู้ต้องสงสัยกลุ่มนี้มาโดยตลอด และเจ้าหน้าที่ตัดสินใจเข้าจับกุมพวกเขาในวันที่ 27 กันยายนที่ผ่านมา เนื่องจากอุโมงค์ถูกสร้างจนเสร็จแล้ว โดยจับผู้ต้องสงสัยได้ 16 คน

 

 

ทั้งนี้ โจรกลุ่มนี้ขุดอุโมงค์จากบ้านเช่าหลังหนึ่งใกล้เขต ชาการา ซานโต อันโตนิโอ โดยอุโมงค์ใหญ่พอที่ผู้ใหญ่สามารถคลานเข้าไปได้ และยาวไปจนถึงห้องนิรภัยแต่ไม่ทะลุถึงตู้นิรภัย ซึ่งยังไม่ทราบแน่ชัดว่าพวกเขาจะวิธีเข้าไปเอาเงินออกมาได้อย่างไร

 

 

ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจ ฟาบิโอ ปินเฮโร โลเปส ผู้นำทีมสืบสวนคดีนี้ ระบุเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาว่า โจรกลุ่มนี้อ้างว่าพวกเขาลงทุนเงินไปประมาณ 4 ล้านเรียล (ราว 42.4 ล้านบาท) โดยลงขันกันคนละ 200,000 เรียล (ราว 2.1 ล้านบาท) และคาดว่าจะสามารถปล้นเงินออกมาได้กว่า 1,000 ล้านเรียล

ทั้งนี้เจ้าหน้าที่เชื่อว่าผู้ต้องสงสัยบางคนน่าจะมีส่วนเชื่อมโยงหรือมีความเกี่ยวข้องกับเหตุปล้นธนาคารครั้งอื่น ๆ ก่อนหน้านี้ โดยเจ้าหน้าที่ต้องเร่งสืบสวนขยายผลต่อไป โดยจะต้องติดตามตัวหญิงที่ใช้ตัวตนปลอมในการเช่าบ้านให้แก๊งอาชญากร

ผู้เชี่ยวชาญชี้ การแชทที่ขึ้น “อ่านแล้ว” แต่ไม่ตอบกลับ ส่งผลต่อสภาพจิตเป็นอย่างมาก !

0

Tony D. Sampson ศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัย East London ตีพิมพ์ผลงานเกี่ยวกับวัฒนธรรมสื่อดิจิทัลและการสื่อสาร ระบุว่า แอพแชทต่างๆมีอิทธิพลอย่างมากต่อพฤติกรรมของผู้ใช้ ผลทางจิตวิทยาที่เกิดขึ้นเมื่อข้อความขึ้นว่า อ่านแล้ว(read) แต่ไม่ได้รับการตอบกลับ สร้างผลกระทบต่อจิตใจอย่างคาดไม่ถึง จะส่งผลให้เกิด ความกังวล ความรู้สึกผิด และตั้งคำถามกับสิ่งที่ตัวเองพิมพ์ออกไปว่ามีอะไรผิดปกติหรือไม่

แต่ทั้งนี้รายงานยังระบุอีกว่า ความเร็วในการตอบนั้นขึ้นอยู่กับว่าคุณเป็นใครกับคู่สนทนา เพราะ คู่สนทนาของคุณจะตอบเร็วมากขึ้นหากคุณเป็น ครอบครัว หรือ คนรัก

โดยเรื่อง อ่านแล้วไม่ตอบ นี้ก็ไม่ใช่เรื่องเล่นๆเลยนะครับ เพราะเคยทำให้คู่รักต้องเลิกกันไปหลายต่อหลายคู่แล้ว อย่างเช่นเรื่องนี้ “หญิงไต้หวันชนะคดีฟ้องหย่า เพราะ สามีอ่านไลน์แล้วไม่ตอบ!” เห็นมั้ยหล่ะครับว่า การที่คุณอ่านแล้วไม่ตอบ โอเคคุณอาจจะสบายใจ แต่คุณลองเอาใจเค้ามาใส่ใจคุณดูสิ ว่าถ้าคุณเป็นฝ่ายโดนบ้างจะกระวนกระวาย จะทุกข์ใจแค่ไหน แล้วนี่ผมจะดึงดราม่าทำไมเนี่ย ฮ่าๆๆ

อ้างอิง –  blognoneemotionuxlab

UN ชี้ถ้าสงคราม (Yemen Civil War) ยังไม่ยุติ ผู้คนจะอดอยากครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์!

0

 

Mark Lowcock (มาร์ก โลว์ค็อก) เจ้าหน้าที่อาวุโสด้านมนุษยธรรมของสหประชาชาติ กล่าวว่ากลุ่มประเทศที่นำโดยซาอุดีอาระเบีย ต้องยกเลิกการปิดกั้นเส้นทางเข้าสู่เยเมน ถ้ายังไม่ผ่อนปรนภายใน 6 สัปดาห์นี้ เสบียงอาหารจะหมดลง “ถ้าไม่มีการยกเลิกมาตรการปิดกั้นเยเมน เราจะได้เห็นความอดอยากในเยเมน และจะมีผู้อดอยากมากที่สุด ตั้งแต่ที่เราเคยเห็นมาในช่วงหลายทศวรรษบนโลกใบนี้ ซึ่งจะมีผู้อดอยากหลายล้านคน”

 

 

ซึ่งในตอนนี้ ชาวเยเมนกว่าล้านคนกำลังรอการช่วยเหลือจากภายนอก ซึ่งสงครามดำเนินมานานกว่า 2 ปี นับจากเยเมนเกิดสงครามกลางเมืองในปี 2558 และกลายเป็นสงครามตัวแทนของชาติมหาอำนาจ ระหว่างฝ่ายซาอุดีอาระเบีย นิกายสุหนี่ กับฝ่ายอิหร่าน นิกายชีอะห์ที่ช่วยเหลือกบฏฮูตี

 

 

มีพลเรือนเสียชีวิตมากกว่า 8,670 ราย (ในจำนวนนี้เป็นเด็กเล็กกว่า 1,500 รายที่เสียชีวิต) 40,000 คนบาดเจ็บ และอีกกว่า 100,000 คนที่ไม่มีงาน ไม่มีสเบียงอาหาร และต้องอดอยาก โดยตัวเลขเหล่านี้เกิดจากการโจมตีทางอากาศหรือการโจมตีทางบก ตามมาด้วยการระบาดของเชื้ออหิวาต์ ทำให้ประชากรร้อยละ 70 ของประเทศต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน เพราะไม่เช่นนั้นจำนวนของผู้เสียชีวิตแน่นอนว่าต้องเพิ่มขึ้นมากเรื่อยๆ

สะเทือนขวัญ! นักเรียนรุ่นพี่วัย 16 ฆ่าปาดคอรุ่นน้อง 7 ขวบ หวังให้ รร. วุ่นจนต้องเลื่อนวันสอบ

0

 

วันที่ 8 พ.ย. ได้เกิดเหตุสะเทือนขวัญ ที่โรงเรียนนานาชาติ ไรอัน อินเตอร์เนชันแนล ในเมืองกูรูกรัม ใกล้กรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย รายงานข่าว ตำรวจกรุงนิวเดลีได้เข้าจับกุมนักเรียนหนุ่มอายุ 16 ปี ที่ได้ก่อเหตุฆาตกรรม รุ่นน้องร่วมโรงเรียน อายุ 7 ขวบ หวังให้เกิดความวุ่นวายจนทางโรงเรียนเลื่อนสอบออกไป

 

 

และหลังจากที่ได้นำตัวฆาตกรมาสอบปากคำ ทางฆาตกรก็ได้ยอมรับว่าต้องการให้โรงเรียนปิดเพื่อที่จะเลื่อนวันสอบและวันประชุมผู้ปกครองออกไป ซึ่งผู้ก่อเหตุมีผลการเรียนอ่อน การก่อเหตุครั้งนี้ไม่ได้เตรียมการมากนัก เพียงนำมีดมาโรงเรียน ส่วนเหยื่อเข้าไปในห้องน้ำจังหวะผิดที่ผิดเวลาพอดี จึงได้ลงมือสังหารโดยไม่ได้คิดให้ถี่ถ้วนก่อน

 

 

เจ้าหน้าที่จึงส่งตัวนักเรียนรายนี้ไปกักไว้ที่สถานพินิจเด็กและเยาวชน ส่วนพนักงานรถนักเรียนจะกักตัวไว้ก่อนเพื่อตรวจสอบให้แน่ชัดว่าไม่มีประวัติอาชญากรรมอื่น จึงค่อยปล่อยตัวไป!!!

 

คดีนี้ยังสะท้อนให้เห็นถึงความเครียดที่นักเรียน ต้องแบกรับทั้งความคาดหวังจากพ่อแม่ ที่ต้องทำผลการเรียนให้ดีเลิศ และยังต้องแข่งขันกันเองกับหมู่เพื่อนนักเรียน จนทำให้เกิดความเครียดและการป่วยทางสภาพจิตใจ เพราะไม่อาจจะยอมรับการสอบตกหรือได้คะแนนต่ำ ยืนยันได้จากสถิติ ประเทศอินเดียติดอันดับชาติที่มีอัตราฆ่าตัวตายสูงอันดับต้นๆ ของโลก และนักเรียนคือกลุ่มที่อ่อนไหวในเรื่องนี้ เมื่อปี 2558 มีสถิติของรัฐบาลว่านักเรียนนักศึกษาฆ่าตัวตายถึง 9,000 ราย

ที่มา – dailymail