เพราะเหตุใด ทรัมป์ (สหรัฐฯ) จึงต้องทิ้งร่างของชายคนนี้ลงทะเล ?

หลังจากเมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2019 สำนักข่าวต่างประเทศทั่วโลกรายงานข่าวตรงกันว่า นายอะบู บักร์ อัลบัฆดาดี อายุ 48 ปี หรือที่รู้จักกันในนาม “บักห์ดาดี” ผู้นำสูงสุดของรัฐอิสลาม (ไอเอส) ได้เสียชีวิตแล้วในซีเรีย ซึ่งตามรายงานระบุว่า บักห์ดาดีได้ตัดสินใจระเบิดพลีชีพตนเองระหว่างติดอยู่ในวงล้อมของกองกำลังพิเศษสหรัฐฯ โดยประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ได้ออกมาทวิตชื่นชมสุนัขฮีโร่ที่ทำภารกิจได้อย่างดีเยี่ยมไล่ต้อนผู้นำจนเขาหมดทางเลือก ซึ่งสุนัขที่ทรัมป์พูดถึงก็ได้รับบาดเจ็บสาหัสจากสะเก็ดระเบิดเช่นกัน

แต่ก่อนที่เราจะหลงประเด็นไปมากกว่านี้ ยังมีอีกเรื่องที่น่าสนใจนั่นคือ ทรัมป์ได้ตัดสินใจฝังร่างของบักห์ดาดีไว้ที่กลางทะเล (Sea burial) เช่นเดียวกับครั้งที่สหรัฐฯปฏิบัติภารกิจปลิดชีพบินลาเดนในปี 2011 โดยสาเหตุของการฝังศพเช่นนี้ไม่มีอะไรซับซ้อน ก็เพื่อมิให้เป็นสถานที่เชิงสัญลักษณ์ของบรรดาลูกสมุนหัวรุนแรงต่อไป

“ร่างและศพของเขาได้รับการจัดการอย่างเหมาะสมเสร็จสิ้นแล้ว” – พลเอก มาร์คมาร์ก มิลลีย์ ประธานที่ปรึกษาสูงสุดในกระทรวงกลาโหมสหรัฐอเมริกา กล่าว

และแม้ว่าเพนตากอนจะไม่เปิดเผยข้อมูลมากนัก แต่รายละเอียดในภารกิจบางส่วนก็หลุดลอดออกมาให้พวกเราได้ทราบกัน – “ระหว่างที่ทหารบุกเข้าไป เขาได้พยายามหนีลงอุโมงค์ใต้ดิน กระทั่งถูกสุนัขของกองทัพตัวหนึ่งไล่ต้อนจนสุดปลายอุโมงค์ เขาจึงจุดระเบิดซึ่งผูกติดกับเสื้อกั๊กปลิดชีพของตนเอง นอกจากนี้ยังสามารถจับตัวชาย 2 คนได้ ซึ่งข่าวการเสียชีวิตถูกประกาศหลังจากมีนักข่าวคนหนึ่งแอบลอดเข้าไปเก็บตัวอย่างเสื้อของนายบักห์ดาดีออกมา” แต่ไม่มีการเผยชื่อและอายุของสุนัขตัวนั้นแต่อย่างใด

ซึ่งทุกคนเชื่อหรือไม่ว่า ผู้นำสูงสุดของไอเอสคนนี้ เคยเป็นหนุ่มขี้อาย เป็นคนรักครอบครัว เคยเป็นนักวิชาการศาสนาต่อต้านความรุนแรง แต่อาจเพราะสงครามจึงทำให้เขาเปลี่ยนไปขนาดนี้ ตั้งแต่ปี 2003 หลังจากสหรัฐฯรุกรานอิรัก ก็ทำให้ครูสอนศาสนาคนนี้ตัดสินใจเข้าร่วมรบกับกลุ่มติดอาวุธ JJASJ ต่อมาในปี 2006 ก็เข้าร่วมกับอีกกลุ่มซึ่งเป็นสาขาย่อยของกลุ่มอัลกออิดะห์ จนในปี 2010 ก็ได้กลายเป็นหัวหน้าสาขา

และสงครามก็ดำเนินต่อมาเรื่อย ๆ ซึ่งด้วยความที่เป็นคนเก่งแน่นอนว่ายศของเขาก็ต้องถูกเลื่อนขึ้นด้วยเช่นกัน ทำให้ในปี 2013 หลังจากที่ผ่านศึกมามากมายเขาก็ได้รับเลือกเป็นผู้นำ “รัฐอิสลาม” (Islamic State-IS) นั่นเอง

ต่อมาดูเหมือนว่าจะไม่มีอะไรฉุดรั้งเขาได้อีกแล้ว ในปี 2014 เขาได้จัดตั้งพื้นที่ของตนขึ้นในดินแดนระหว่างซีเรียกับอิรัก จนกลายเป็นสงครามความขัดแย้งที่ไม่รู้จักจบสิ้นอย่างที่เราเห็นตามข่าวในทุกวัน โดยเขาถือเป็นบุคคลที่รัฐบาลต้องการตัวมากที่สุดในโลก สหรัฐฯได้ตั้งค่าหัวมากถึง 25 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 750 ล้านบาท

ทั้งนี้หลายฝ่ายก็ยังไม่เชื่อข้อมูลหรือข่าวการเสียชีวิตของเขาอยู่ดี ? เพราะหลายคนยังรอหลักฐานทางนิติเวช ไม่ว่าจะเป็นภาพถ่ายหรือ DNA ยืนยัน เพราะก่อนหน้านี้ตลอด 4 ปี มีข่าวลือการเสียชีวิตของเขาถูกปล่อยออกมาหลายร้อยข่าวเลยทีเดียว

และนี่คือคำแถลงของ โดนัลด์ ทรัมป์  – “ลูก 3 คน อยู่กับเขาด้วยขณะเกิดเหตุ เขาได้จุดชนวนเสื้อกั๊กระเบิดฆ่าตัวตายทำให้พวกเขาทั้งหมดเสียชีวิต แรงระเบิดทำให้ส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ขาดกระจายออกเป็นชิ้น ๆ แต่จากการตรวจสอบได้ยืนยันแล้วว่า เป็นนายบักห์ดาดีจริง ๆ  ทั้งนี้เขาถูกสอดแนม ก่อนหน้า 2-3 สัปดาห์ แล้ว และได้ยกเลิกการบุกจู่โจมหลายครั้ง เพราะเขาไหวตัวทัน หลังจากภารกิจเสร็จสิ้นภารกิจเราอยู่ในบริเวณดังกล่าวต่ออีกราว 2 ชั่วโมง ซึ่งมากพอที่ทำให้เราได้รับข้อเท็จจริงที่ละเอียดอ่อนจากการโจมตีครั้งนี้”

อ่านต่อ – “ยาซึเกะ” ซามูไรผิวดำ คนแรกและคนเดียวในโลก ที่มีตัวตนอยู่จริงในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น