รู้จักกับ “ผึ้งอ้วน” (Fat-Bee) สิ่งมีชีวิตก้อนกลม ที่แม้น้องจะอ้วนแต่ก็ยังฮึบ-บินไหวนะ

“ผึ้งอ้วน” (Fat-Bee หรือ Bubblebee) คือชื่อที่ใช้เรียกผึ้งที่มีลักษณะปีกสั้นและมีขนาดใหญ่กว่าผึ้งทั่วไป ด้วยลักษณะที่ดูไม่สมส่วนนี้ ทำให้นักวิจัยต่างสงสัยว่าพวกมันพาพุงพลุ้ย ๆ บินขึ้นฟ้าได้อย่างไร ?

ภาพตัวอย่าง Bubblebee สายพันธุ์หนึ่ง (แต่แท้จริงแล้วบนโลกมีผึ้งอ้วนแบบนี้กว่า 255 สายพันธุ์)

มิเชล ดิกคินสัน (Michael Dickinson) ศาสตราจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้านแมลงจากวอชิงตัน ให้คำตอบว่า “การทำงานของปีกผึ้งอ้วนจะต่างจากผึ้งทั่วไปที่จะกระพือปีกขึ้นลง แต่พวกมันจะกระพือไปในแนวระนาบแบบหน้า-หลัง เพื่อสร้างกระแสลมวนใต้ปีกช่วยพยุงตัวลอยอยู่กลางอากาศได้ ซึ่งเป็นกลไกเดียวกันกับการหมุนใบพัดของเฮลิคอปเตอร์”

ซึ่งผึ้งที่มีลักษณะอ้วนแบบนี้มีมากกว่า 255 สายพันธุ์ แต่ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดคือ Bombus dahlbomii ลำตัวยาวถึง 4 เซนติเมตร ขนาดใหญ่กว่าผึ้งทั่วไป 3-4 เท่าเลยทีเดียว สามารถพบพวกมันได้ทั่วทุกมุมโลกโดยมักสร้างรังอยู่ตามพื้นดิน (แตกต่างจากผึ้งที่เราคุ้นตาที่จะสร้างรังตามกิ่งไม้หรือบ้านเรือน) และต่อจากนี้เราจะพูดถึงผึ้งอ้วนสายพันธุ์นี้กันครับ

ผึ้งอ้วนสายพันธุ์ Bombus dahlbomii เนื่องจากมีขนาดตัวที่ใหญ่มาก จึงถูกตั้งฉายาว่า “หนูบิน”

พวกมันเป็นสัตว์สังคมมักอาศัยอยู่รวมกันและสร้างอาณาจักรขนาดใหญ่ ซึ่งในอาณาจักรจะประกอบด้วยสมาชิกราว 50-500 ตัว มีราชินีผึ้ง 1 ตัวคอยปกครองอาณาจักร โดยผึ้งแต่ละตัวจะมีหน้าที่คอยป้อนอาหารให้กับราชินีและดูแลตัวอ่อนที่ออกมา ซึ่งเมื่อถึงปลายฤดูใบไม้ร่วง ผึ้งทุกตัวในอาณาจักรจะตายหมด เหลือเพียงราชินีที่และจะหนีไปจำศีลอยู่ใต้ดินจนถึงฤดูใบไม้ผลิจากนั้นจึงเริ่มสร้างอาณาจักรใหม่อีกครั้ง

ในช่วงแรกหลังจากออกจากภาวะจำศีล ราชินีผึ้งจะออกหาอาหาร สร้างรัง วางไข่ รวมถึงดูแลตัวอ่อนรุ่นแรกด้วยตัวเอง เป็นระยะเวลา 2 สัปดาห์ และเมื่อตัวอ่อนรุ่นแรกโตเต็มที่ จากนั้นหน้าที่ของราชินีจะมีเพียงแค่วางไข่เพิ่มเท่านั้น ส่วนเรื่องการดูแลตัวอ่อนและการหาอาหารจะเป็นหน้าที่ของผึ้งรุ่นแรกและผึ้งรุ่นต่อ ๆ ไป

แล้วทำไมมันถึงมีวัฎจักรที่ต้องล้มตายแบบนี้ด้วยล่ะ ? คำตอบ : แม้ว่าพวกมันจะตัวอ้วนแต่กลับผลิตน้ำหวานได้ไม่มากนัก จึงทำให้ต้องสละชีพรวมถึงสละรังให้ราชินีสามารถเดินทางลงดินเพื่อจำศีลได้อย่างปลอดภัย เป็นการสืบต่อเผ่าพันธุ์ที่ใช้ตัวเองเป็นเหยื่อล่อเพื่อรักษาสิ่งที่สำคัญที่สุดไว้นั่นเอง

ขนาดตัวของจริง พบที่ประเทศชิลี

จากรายงานของสหภาพนานาชาติเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ (IUCN) เมื่อปี 2017 ระบุว่า ปัจจุบันผึ้งอ้วนหลายสายพันธุ์กำลังตกอยู่ในสภาวะเสี่ยงใกล้สูญพันธุ์ และส่วนใหญ่กำลังถูกคุกคาม  พวกมันเป็นผึ้งป่าชนิดแรกที่ถูกรัฐบาลออกมาประกาศให้เป็นสัตว์คุ้มครองเนื่องจากเสี่ยงสูญพันธุ์ ซึ่งสาเหตุการลดลงของจำนวนผึ้งชนิดนี้มาจากโรคติดต่อกันในหมู่ผึ้งรวมถึงภาวะโลกร้อนด้วย

Fact – กว่า 2 ใน 3 ของอาหารบนโลกที่มนุษย์บริโภคอยู่นั้นล้วนมาจากการผสมเกสรของผึ้งทั้งสิ้น และด้วยจำนวนที่ลดลงอย่างต่อเนื่องทำให้นักวิจัยต่างเป็นกังวลว่า “หากผึ้งสูญพันธุ์ มนุษย์ก็อาจสูญพันธุ์ตามไปด้วยเช่นกัน” อ่านเรื่องนี้อย่างละเอียดได้ที่ลิ้งค์นี้ครับ – หากผึ้งหายไป เมื่อนั้นแหละคือวันที่มนุษย์ต้องสูญพันธุ์จริง ๆ (Bee-Apocalypse)