แบบแผนสมองของผู้ที่คิดฆ่าตัวตาย

เมื่อเดือนตุลาคม 2017 เว็บไซต์ TechnologyNetworks ได้รายงานการค้นพบสำคัญของมหาวิทยาลัยคาร์เนกีเมลลอน สหรัฐอเมริกา เมื่อทีมนักวิจัยได้พัฒนานวัตกรรมและวิธีการที่จะช่วยให้แพทย์สามารถระบุบุคคลที่คิดฆ่าตัวตายแม่นยำขึ้นได้ โดยอาศัยข้อมูลที่ได้รับจากการเปลี่ยนแปลงในสมองที่แสดงออกมาต่อความคิดต่าง ๆ ที่ได้รับ เช่น เมื่อคิดถึงความตาย ความโหดร้าย และปัญหา แบบแผนในสมองจะแสดงผลแตกต่างอย่างสิ้นเชิงเมื่อคิดถึงเรื่องที่สวยงาม โดยใช้ AI และ อัลกอริธึมเข้ามาช่วยเพื่อยืนยันความแม่นยำนะจ๊ะ

 

 

แม้จะเป็นเรื่องยากที่จะทำการประเมินให้ถูกต้อง 100% แต่ทางทีมวิจัยก็ลงทุนลงแรงอย่างเต็มที่ (งบ 100 ล้านบาท) เนื่องจากการฆ่าตัวตายเป็นสาเหตุลำดับที่สองที่ทำให้เด็กวัยรุ่นในสหรัฐอเมริกาเสียชีวิต

“เราได้ใช้ AI-อัลกอริทึม เข้ามาช่วยในการวิจัยครั้งนี้ด้วย เพื่อให้มันทำหน้าที่เป็น Machine-Learning คอยวิเคราะห์และประเมิณข้อมูลแบบแผนสมองที่เราป้อนเข้าไปให้มันเรียนรู้ จนสามารถให้คำตอบออกมาเป็นเปอเซ็นต์ได้ว่าบุคคลที่เป็นเจ้าของแบบแผนสมองนั้นมีแนวโน้มมากเพียงใดในการคิดจะฆ่าตัวตาย” – หัวหน้าทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยคาร์เนกีเมลลอน กล่าว

โดยทีมวิจัยได้ทำการทดลองกับ ผู้ร่วมทดลองทั้งหมด 17 คน ซึ่งในจำนวนนี้มี 9 คน ที่เคยพยายามฆ่าตัวตาย

เมื่อถึงเวลาทดลอง ผู้เข้าร่วมทุกคนจะต้องถูกแสกนสมองด้วยเครื่องแสกนภาพ FMRI ซึ่งนักวิจัยจะคอยสังเกตและเก็บตัวอย่างแบบแผนของสมองในขณะที่พวกเขาจะคอย พูดถึงสิ่งเลวร้าย 30 คำ และสิ่งดีงาม 30 คำ จากนั้นก็จะป้อนข้อมูลเข้าไปใน AI ที่มีอัลกอริธึมควบคุมอยู่เพื่อประมวลผลหาคำตอบว่า ในจำนวน 17 คนนี้ เคยมีผู้คิดฆ่าตัวตายมาทั้งหมดแล้วกี่คน

 

 

ซึ่งผลการทดลองที่ได้รับก็ค่อนข้างน่าพึงพอใจ เพราะเมื่อ AI ได้คำนวนเสร็จสิ้นมันก็ให้คำตอบว่า มีผู้ที่เคยคิดฆ่าตัวตายทั้งหมด 9 คน และมีอีก 1 คนที่ควรเฝ้าระวัง และ AI ยังสรุปออกมาให้ด้วยว่า – “คนที่มีความคิดฆ่าตัวตายจะมีประสบการณ์ทางด้านความคิดแตกต่างออกไปเมื่อเขาเริ่มคิดถึงอะไรที่พึ่งได้รับเข้ามาในสมอง เช่น เมื่อคิดเกี่ยวกับความตาย ความคิดเรื่องน่าอับอายและความเศร้าจะถูกกระตุ้นมากขึ้นกว่าผู้ที่ไม่เคยคิดฆ่าตัวตาย”

แผนต่อไปซึ่งขณะนี้ทางทีมวิจัยกำลังทำอยู่ คือการเพิ่มความแม่นยำของโปรแกรม โดยการนำไปทดลองกับกลุ่มตัวอย่างที่ใหญ่ขึ้น ต้องมีการทดสอบและเก็บข้อมูลกับกลุ่มตัวอย่างในจำนวนที่มากขึ้น รวมถึงการทดสอบกับกลุ่มคนที่เคยได้รับการบำบัดทางจิตเวชมาแล้วด้วย จึงจะทำให้โปรแกรมปัญญาประดิษฐ์นี้สามารถนำไปใช้งานได้จริงในอนาคต

“วิธีการประเมินในปัจจุบันขึ้นอยู่กับการรายงานของผู้ป่วยและการสังเกตของแพทย์ ซึ่งอาจคลาดเคลื่อนได้ แต่ด้วยเทคโนโลยีแสกนสมองเพื่อหารูปแบบการทำงานแบบเรียลไทม์ขณะมีความคิดฆ่าตัวตาย อาจเป็นวิธีการใหม่เพื่อการวินิจฉัยและการรักษาที่มีศักยภาพในการช่วยเหลือชีวิตเพื่อนมนุษย์มากขึ้น แต่ก็ไม่มีพื้นที่สำหรับความผิดพลาดเช่นกัน” – เดวิท เบรนท์ นายแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากโรงเรียนแพทย์ในเวสเทิร์นพิตส์เบิร์ก กล่าว

“ผลกาารวิจัยนี้มันก็น่าสนใจดี แต่ก็ยังไม่มีน้ำหนักมากพอที่จะเป็นประโยชน์ในการวินิจฉัยโรคได้” – เบลค ริชาร์ด นักประสาทวิทยาแห่งมหาวิทยาลัยโตรอนโต กล่าว

Fact – ทุก 40 วินาที จะมีคนฆ่าตัวตาย 1 คน และนี่คือข้อมูลที่น่าสนใจ

14 E-book Flagfrog