ทำไมเมืองแห่งนี้ต้อง “ตัดต้นไม้-เพื่อรักษาแหล่งน้ำ” และทุกคนที่รู้ก็ต่างพากันเห็นด้วย

นี่อาจฟังดูย้อนแย้ง แต่มันคือเรื่องจริง ที่ตอนนี้เมืองเคปทาวน์ (Cape Town) ในแอฟริกาใต้ กำลังทำการตัดต้นไม้นับหมื่นต้นเพื่อแก้ปัญหาภัยแล้ง ซึ่งสาเหตุที่ต้องทำเช่นนี้ เป็นเพราะ มีพืช 2 ชนิด ที่กำลังรุกรานเมืองเคปทาวน์และดูดน้ำจากผู้คนทั้งเมืองกว่า 4 ล้านคน

เดิมทีเมืองเคปทาวน์เป็นเมืองใหญ่และไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องภัยแล้ง แต่ทว่าจุดเริ่มต้นของวิกฤตินี้ เริ่มจากในอดีตมีคนนำต้นสนและต้นยูคาลิปตัสมาปลูกในเขตเมืองเพื่อทำธุรกิจค้าไม้ ซึ่งพืชทั้ง 2 ชนิดแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว ปกคลุมภูเขาและแหล่งน้ำของเมือง กินพื้นที่กว่า 130,000 เอเคอร์ จนนานวันเข้าแหล่งน้ำทั้งบนดินและใต้ดินเริ่มแห้งเหือดจนกลายเป็นภัยแล้ง ทำให้ผู้คนเรียกต้นไม้ 2 ชนิดนี้ว่า “ต้นไม้ปีศาจ”

โดยต้นสนและต้นยูคาลิปตัส บริโภคน้ำประมาณ 55 พันล้านลิตรต่อปี ซึ่งประมาณเท่านี้ มันสามารถนำมาจ่ายให้กับผู้คนทั้งเมืองได้นาน 2-3 เดือนเลยทีเดียว ด้วยเหตุนี้เอง รัฐบาลจึงเริ่มปฏิบัติการตัดต้นไม้เพื่อเรียกน้ำทั้งหมดคืนจากต้นไม้ปีศาจทั้งสอง ซึ่งคาดว่าจะตัดไม้ทั้งหมดเสร็จสิ้นภายในปี 2025 

ทั้งนี้ การตัดไม้ไม่ได้หมายความว่าจะกำจัดต้นสนและต้นยูคาลิปตัสทั้งหมดทิ้งแบบไม่เหลือสักต้นเดียว เพียงแต่ต้องการจำกัดและควบคุมปริมาณของพวกมันก็เท่านั้น เพราะถึงอย่างไรก็ตาม ต้นไม้ 2 ชนิดนี้ ก็ยังมีความจำเป็นเพราะเป็นพืชเศรษฐกิจ

ซึ่งการกำจัดต้นสนและต้นยูคาลิปตัส นอกจากจะช่วยรักษาแหล่งน้ำแล้ว มันยังช่วยรักษาพืชพื้นเมืองไม่ให้ตายจากการถูกแย่งน้ำ แถมยังช่วยให้สัตว์หลายชนิดให้รอดตายจากการไม่มีที่อยู่อาศัยอีกด้วย (เช่น กบมอสที่ใกล้จะสูญพันธุ์เต็มที)

สุดท้ายนอกจากการตัดไม้แล้ว ผู้คนในเมืองยังช่วยกันประหยัดน้ำได้อย่างดีเยี่ยม เหลือน้อยกว่า 550 ล้านลิตรต่อวัน จากเดิมที่เคยใช้สูงสุดถึงใช้ 1.2 พันล้านลิตรต่อวัน ซียาบองก้า มีย์ซา นักเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อมกล่าวเสริมว่า “ตัวเลขดังกล่าวบ่งบอกถึงความกลัวกับมาตรการ ‘Day Zero’ ที่เคยเกิดขึ้น” (มีอธิบายในย่อหน้า Fact ครับ)

เขื่อนธีวอเตอร์สคลอฟ ที่เป็นแหล่งน้ำสำคัญของเมือง

อย่างไรก็ตาม นอกจากการตัดไม้และการประหยัดน้ำแล้ว ทางการของเคปทาวน์ยังแสวงหาแหล่งน้ำใหม่ ๆ ด้วย เช่น การเปลี่ยนน้ำทะเลมาเป็นน้ำจืดสำหรับใช้งาน แต่การดึงน้ำทะเลขึ้นมาและกรองน้ำยังมีค่าใช้จ่ายที่สูง และถึงทำได้จริงก็อาจจะไม่มากเพียงพอต่อคนทั้งเมืองอยู่ดี ดังนั้นสิ่งที่นักวิจัยต้องทำคือ การศึกษาหาวิธีลดต้นทุนหรือแนวทางที่เป็นไปได้มากที่สุด

Fact – Day Zero คือ วันหยุดจ่ายน้ำ เป็นมาตรการที่ทางการเคปทาวน์ใช้ เนื่องจากผู้คนในเมืองกว่า 60% ไม่แยแสต่อมาตรการช่วยกันประหยัดน้ำ : ห้ามรดน้ำต้นไม้ ห้ามล้างรถ ห้ามเพิ่มน้ำลงในสระน้ำ รวมถึงให้อาบน้ำด้วยฝักบัวแทนการใช้อ่างอาบน้ำ และอาบให้เสร็จภายใน 2 นาที คาดว่าถ้าทุกคนช่วยกันจะสามารถลดการใช้น้ำลงได้วันละ 500 ล้านลิตร (เถื่อนแต่ได้ผลจริง)

เพิ่มเพื่อน