นักวิจัยไขปริศนา “ที่มาและอายุจริง” ของสัญลักษณ์ภาพวาดคนยักษ์ ณ ประเทศอังกฤษ ได้แล้ว

“ยักษ์เคิร์นอับบาส” (Cerne Abbas Giant) เป็นจิตรกรรมกลางแจ้งทำด้วยชอล์ก ตั้งอยู่ ณ บริเวณแคว้นดอร์เซต ประเทศอังกฤษ เป็นลักษณะของผู้ชายเปลือยเปล่า สูง 55 เมตร กว้าง 51 เมตร ถือกระบองที่มือขวา ความยาว 37 เมตร ซึ่งเป็นปริศนามานานหลายร้อยปีว่าเป็นฝีมือของใคร ? และมีวัตถุประสงค์เพื่ออะไร ? แต่ล่าสุดทีมวิจัยได้ทำการตรวจสอบจนรู้คำตอบทั้งหมด รวมถึงอายุที่แท้จริงของมันแล้ว

การศึกษาครั้งนี้เกิดขึ้นโดยทีมวิจัยของ National Trust ซึ่งได้ทำการขุดร่องลึกประมาณ 1 เมตร บริเวณข้อศอกและเท้าของจิตรกรรมนี้ เพื่อเอาควอทซ์และทรายมาทำการหาอายุ โดยใช้วิธีการกระตุ้นด้วยแสง (Optically Stimulated Luminescence – OSL) เพื่อดูว่าตัวอย่างเหล่านี้ได้รับแสงครั้งสุดท้ายเมื่อใด

ซึ่งผลที่ได้พบว่า จิตรกรรมนี้ถูกสร้างขึ้นในช่วงปี ค.ศ.700-1,100 (700-1100 AD) โดยอาจเป็นฝีมือของชาวแซกซอน ที่อาศัยอยู่ในยุคแองโกล-แซกซอนตอนปลาย ซึ่งสวนทางกับความเชื่อเดิมของนักประวัติศาสตร์ที่สันนิษฐานว่า จิตรกรรมนี้น่าจะเกิดขึ้นในยุคโรมัน หรืออาจใหม่กว่านั้นในยุคกลาง

ทว่า จากข้อมูลการสำรวจพื้นที่บริเวณดังกล่าวของจอห์น นอร์เดน เมื่อปี ค.ศ.1617 กลับไม่มีการพูดถึงยักษ์ตนนี้แต่อย่างใด อีกทั้งข้อมูลจากบันทึกในปี ค.ศ.1694 ที่ถูกพบในโบสถ์ Cerne Abbey ซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลจากจิตรกรรมนี้ ได้ลงรายละเอียดเกี่ยวกับการฟื้นฟูบริเวณโดยรอบ แต่กลับไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับยักษ์เคิร์นอับบาสเลยเช่นกัน นั่นเท่ากับเป็นการโต้แย้งการค้นพบของ National Trust ไปด้วยว่าจิตรกรรมนี้อาจไม่เก่าแก่ขนาดนั้น

ทั้งนี้ มาร์ติน แพพเวิร์ธ นักโบราณคดีอาวุโสของ National Trust ได้ออกมายืนยันทฤษฎีของเขาว่า “ยักษ์เคิร์นอับบาสน่าจะถูกสร้างขึ้นเมื่อ 1,000 ปีก่อน (ค.ศ.700-1,100) โดยฝีมือของคนในท้องถิ่น เพราะจากข้อมูลที่เรามีพบว่า โบสถ์ Cerne Abbey ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ.987 ซึ่งคาดว่าสร้างขึ้นจากความเชื่อที่เปลี่ยนไปของชาวบ้านที่เดิมทีบูชาเทพเจ้าแองโกล-แซกซอน แต่ภายหลังเปลี่ยนมานับถือศาสนาคริสต์”

ด้วยเหตุนี้ จึงสันนิษฐานได้ว่ารูปยักษ์ตนนี้อาจเป็นตัวแทนของเทพเจ้าองค์เดิม แต่เมื่อชาวบ้านเปลี่ยนมานับถือพระคริสต์ รูปดังกล่าวจึงถูกลดความสำคัญลง และถูกทิ้งร้างจนมีหญ้าหรือวัชพืชขึ้นปกคลุมเป็นระยะเวลานาน ทำให้ไม่ถูกพบเห็นและไม่ได้รับการบันทึกลงในบันทึกของจอห์น นอร์เดน และโบสถ์ Cerne Abbey ก่อนที่จิตรกรรมนี้จะถูกพบในภายหลัง และได้รับการฟื้นฟูในที่สุด

(ภาพซ้าย) องคชาตขนาด 7 เมตร ของยักษ์เคิร์นอับบาส, (ภาพเล็ก) โอลิเวอร์ ครอมเวลล์, (ภาพขวา) โบสถ์ Cerne Abbey

อย่างไรก็ตาม หากไม่คำนึงถึงเรื่องของอายุ จิตรกรรมนี้ถือว่ามีบทบาทกับวัฒนธรรมท้องถิ่นอยู่มาก ทั้งในนิทานพื้นบ้าน ความเชื่อและจิตวิญญาณ รวมไปถึงสัญลักษณ์ของความอุดมสมบูรณ์ โดยสิ่งที่บ่งบอกถึงความอุดมสมบูรณ์คือส่วนองคชาตขนาด 7 เมตรนั่นเอง

นอกจากนี้ ยังมีการตีความว่าหากมันถูกสร้างขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 17 นั่นอาจหมายถึงภาพล้อเลียน นายโอลิเวอร์ ครอมเวลล์ นักการเมืองในยุคนั้น โดยกระบองถูกตีความว่าเป็นการปกครองแบบกดขี่ ส่วนองคชาตเป็นการเยาะเย้ยลัทธิเจ้าระเบียบของเขา ซึ่งล่าสุดในปี 2019 ทีมอาสาสมัครกลุ่มหนึ่งได้ทำการฟื้นฟูเจ้ายักษ์ตนนี้ โดยใช้ชอล์กมากถึง 17 ตัน เพื่อให้มันกลับมองมาเห็นได้อย่างชัดเจนจากระยะไกล