พบกับทากที่สามารถ “สังเคราะห์แสง” เป็นพลังงานได้ เพราะธรรมชาติติดแผงโซลาไว้ให้ที่หลัง

สิ่งมีชีวิตที่ทุกคนเห็นอยู่นี้คือ “ทากทะเลมรกต” แต่ชื่อทางการคือ “ทากทะเลพลังงานแสงอาทิตย์” (Elysia chlorotica) ขนาดโตเต็มที่ยาวถึง 5-6 ซม. กระจายพันธุ์อยู่ทั่วน่านน้ำอเมริกาและแคนาดา เป็นสัตว์ 2 เพศในตัวเดียว ซึ่งนอกจากความสวยแล้ว แต่ที่เจ๋งสุด ๆ ก็คือ นอกจากลำตัวจะมีรูปร่างคล้ายใบไม้สีเขียวขนาดใหญ่แล้ว แต่เจ้าใบไม้ตรงนั้นยังสามารถสังเคราะห์แสงแปรเปลี่ยนเป็นพลังงาน-ทำให้มันอดอาหารได้นานถึง 9 เดือนเลยด้วย (ถูกค้นพบครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ.1876 ครับ)

โดยมีกระบวนการดังนี้ : (แม้การศึกษาล่าสุดจะพบว่าร่างกายของมันสามารถสร้างคลอโรฟิลด์ได้ด้วยตัวเอง แต่ก็สร้างได้เพียงน้อยนิดเท่านั้น ซึ่งไม่เพียงพอต่อการอดอาหารตลอดอายุขัย เพราะหากขาดคลอโรฟิลด์ก็สังเคราะห์แสงไม่ได้นะจ๊ะ ต้นไม้ที่ใกล้ตายใบจึงมักมีสีน้ำตาลนั่นเอง)

เหตุนี้ จึงทำให้พวกมันต้องกินสาหร่ายเข้าไป – ซึ่งในสาหร่ายหลายชนิดมีสารที่เรียกว่า ‘คลอโรพลาสต์’ โดยเจ้าคลอโรพลาสต์ที่ว่านี้เป็นที่กักเก็บคลอโรฟิลล์จำนวนมากของพืช – ทำให้หลังจากย่อยสาหร่ายเรียบร้อย คลอโรพลาสต์จะถูกดูดซึมเข้าไปอยู่ในเซลล์ของทากทะเล มันจึงมีคลอโรฟิลด์ที่เป็นเหมือนเชื้อเพลิงเริ่มกระบวนการมากพอ – ที่จะดูดกลืนพลังงานจากแสงอาทิตย์เพื่อเข้าสู่กระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง – สร้างคาร์โบไฮเดรตและออกซิเจนเพื่อดำรงชีพต่อไปได้นั่นเอง

ความเจ๋งยังไม่หมดแค่นั้น : เพราะแม้ว่ากระบวนการข้างต้นจะทำให้มันอดอาหารได้นานเพียง 2 สัปดาห์ต่อครั้ง แต่หลังจากที่มันทำซ้ำไปเรื่อย ๆ นักวิจัยพบว่า ร่างกายของมันสามารถย่อยและกักเก็บ ‘คลอโรพลาสต์’ ได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น นั่นหมายความว่า การที่มันกินสาหร่ายเท่าเดิมแต่สามารถอยู่แบบไร้อาหารได้นานขึ้นนั่นเอง (นานสุดที่พบคือ ไม่กินอะไรเลยนาน 1 ปี) และแน่นอนครับว่าการที่มันดูเหมือนใบไม้แบบนี้ ทำให้มันซ่อนตัวจากนักล่าได้อย่างแนบเนียนอีกด้วย

นอกจากนี้ยังมีเจ้าทากทะเลสายพันธุ์ Costasiella kuroshimae (คอสตาเซลล่า คุโรชิเมะ) หรือแกะใบไม้ (Sea Sheep) อยู่ในน่านน้ำประเทศญี่ปุ่น อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ ยาวประมาณ 5 มิลลิเมตร ก็ใช้กระบวนการกินสาหร่ายเพื่อสังเคราะห์แสงเหมือนกับทากทะเลมรกตด้านบนเช่นกันครับ

ทั้งนี้ ทากทะเล มีลักษณะเด่นคือ ไม่มีเปลือกห่อหุ้มลำตัว (ซึ่งอันที่จริงมันมีเปลือกนะ) แต่ถูกลดรูปจนมีขนาดเล็กคลุมตัวไม่มิดแต่บางตัวไม่มีเปลือกเลยจริง ๆ แหละ แตกต่างจากหอยทากที่จะมีเปลือกปกคลุมร่างกาย เป็นวิธีจำแนกสัตว์ 2 ชนิดนี้แบบง่าย ๆ ครับผม