The Runit Dome (ประตูนรก-เต็มไปด้วยรังสีนิวเคลียร์) กำลังแตกออกทีละน้อย จากอำนาจโลกร้อน

ห่างจากชายฝั่งลอสแอนเจลิส 800 กิโลเมตร ณ มหาสมุทรแปซิฟิก คือที่ตั้งของหมู่เกาะมาร์แชลล์ เป็นสถานที่ทดสอบระเบิดนิวเคลียร์ของสหรัฐอเมริกาในอดีต จนเกิดเป็นหลุมลึกขนาดใหญ่ ที่เต็มไปด้วยสารกัมมันตรังสี (ความจุประมาณ 87,000 ลูกบาศก์เมตร) ซึ่งสถานที่แห่งนี้มีชื่อเรียกว่า The Runit Dome (เดอะ-รูนิท-โดม) และมันกำลังจะเปิดออกเนื่องจาก “ภาวะโลกร้อน”

โดยโดมแห่งนี้ตั้งอยู่บนเกาะรูนิต เป็นส่วนหนึ่งของเกาะปะการัง Enewetak (อ่านว่า – เอเนเวตัก) โดยใช้คนงานกว่า 4,000 คน ช่วยกันสร้างด้วยระยะเวลาในกว่า 3 ปีเต็ม และจากความอันตรายของสารกัมมันตรังสี ส่งผลให้มีคนงานเสียชีวิตถึง 6 คน และอีกนับร้อยที่ต้องเป็นมะเร็ง

เดิมทีเกาะแห่งนี้ถูกเลือกให้เป็นฐานทัพเรือของสหรัฐฯ ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่เมื่อสงครามสิ้นสุด รัฐบาลจึงตัดสินใจเปลี่ยนเป็นสถานที่ทดสอบอาวุธนิวเคลียร์ในช่วงส่งครามเย็นแทน เนื่องจากช่วงเวลานั้นอเมริกาและโซเวียตแข็งขันกันด้านเทคโนโลยีและอาวุธยุทโธปกรณ์กันอย่างมาก ดังนั้นการทดสอบระเบิดนิวเคลียร์จึงเป็นอีก 1 เครื่องมือในการทำสงครามจิตวิทยาของยุคนั้น

ซึ่งตลอดระยะเวลากว่า 12 ปี (ค.ศ.1946-1958) เกาะแห่งนี้ได้รับการทดสอบทิ้งระเบิดนิวเคลียร์เป็นจำนวน 67 ครั้ง ซึ่ง 1 ในนั้น คือการทดสอบระเบิดไฮโดรเจน ชื่อ “Bravo” (บรา-โว) เป็นระเบิดที่มีอณุภาครุนแรงที่สุดเท่าที่เคยมีมา (รุนแรงกว่าระเบิดปรมาณูที่ทิ้งใส่ฮิโรชิมาถึง 1,000 เท่า)

ทั้งนี้เป็นเวลากว่า 50 ปี นับตั้งแต่ 1970 ที่หลุมนรกแห่งนี้ถูกปิดด้วยโดมคอนกรีตขนาดใหญ่หนา 18 นิ้ว เพื่อป้องกันการรั่วไหลของสารกัมมันตรังสี แต่ทว่าในปี 2013 หน่วยงานกระทรวงพลังงานของสหรัฐฯ ได้เข้ามาตรวจสอบโดมนี้อีกครั้ง แล้วพบว่ามันเริ่มมีการชำรุดและมีการรั่วไหลของสารสุดอันตรายดังกล่าวออกมา

ยิ่งไปกว่านั้น ล่าสุดเมื่อปี 2019 นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยโคลอมเบีย ได้ทำการสำรวจสภาพแวดล้อมของรูนิตโดมอย่างต่อเนื่อง (ตั้งแต่ 2014-2019) และพบว่า “ภาวะโลกร้อน” ส่งผลให้ระดับน้ำทะเลโดยรอบสูงขึ้นทุกปี แถมพื้นที่แห่งนี้ยังสูงมากกว่าระดับน้ำทะเลเฉลี่ยทั่วโลกถึง 3 เท่า ซึ่งหากยังไม่สามารถควบคุมระดับน้ำทะเลให้คงที่หรือลดลงได้ภายใน 80 ปีที่จะถึงในอนาคต อาจทำให้ระดับน้ำท่วมถึงปากหลุม โดมคอนกรีตจะถูกคลื่นซัดจนเปิดออก จากนั้นสารกัมตรังสีมหาศาลก็จะรั่วไหลออกสู่มหาสมุทรและกระจายไปทั่วโลก ส่งผลต่อสภาพแวดล้อมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้นั่นเอง

ปล. ธาตุกัมมันตรังสี (radioactive element) และปรากฏการณ์แผ่รังสีได้เองอย่างต่อเนื่องเช่นนี้ เรียกว่า กัมมันตภาพรังสี (radioactivity)

Fact – ความอันตรายของสารกัมมันตรังสี ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ชนิดของรังสี ปริมาณที่ได้รับ ระยะเวลาที่ได้รับ ซึ่งหากถูกสาดใส่โดยตรง หรืออยู่ใกล้กับการระเบิด ก็อาจเสียชีวิตจากความร้อนของเปลวไฟจากแรงระเบิดได้ หรือหากได้รับสารกัมมันตรังสีอ่อน ๆ และไม่ได้รับการรักษา รังสีนั้นจะก่อให้เกิดมะเร็งในท้ายที่สุด (โดยมันสามารถก่อมะเร็งได้ทุกจุดอวัยวะบนร่างกายและทุก ๆ สิ่งมีชีวิต)